ตอนที่ 3: บทสรุปแห่งกรรมและความพินาศของคนทรยศ (PART 3 – จุดจบ)
เมื่อความจริงอันดำมืดถูกเปิดเผยกลางงานเลี้ยง เสียงฮือฮาและความตื่นตระหนกก็ระเบิดขึ้นในหมู่แขกเหรื่อ ญาติพี่น้องที่เคยประจบสอพลอกานต์ต่างพากันถอยห่างออกจากเวทีราวกับกลัวว่าจะติดร่างแหไปด้วย ทุกคนมองดูชายหนุ่มที่เคยโอ้อวดความร่ำรวยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ
“ไม่จริง! มันโกหก! ริญดาใส่ร้ายผม!” กานต์กรีดร้องอย่างเสียสติ เขาหันไปมองวริศราเพื่อหาที่พึ่ง “วริศรา… ช่วยพูดอะไรหน่อยสิ! เราสองคนบริสุทธิ์นะ!”
แต่วริศรากลับสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเขาทันที เธอถอยหลังกรูด ใบหน้าสวยหวานที่เคยดูอ่อนโยนบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นกลัวและเห็นแก่ตัว “กานต์… คุณทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย?! ฉันไม่รู้เรื่องการลอบสังหารอะไรทั้งนั้นนะ! คุณบอกฉันเองว่ามันเป็นอุบัติเหตุ และคุณกำลังจะได้มรดกทั้งหมด! ฉันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องชั่วๆ ของคุณเลยนะ!”
“นังแพศยา!” คุณนายสุภาพรแผดเสียงด่าทอใส่ว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่ “แกเป็นคนบอกให้ลูกชายฉันรีบจัดการเรื่องพินัยกรรมเองแท้ๆ! แกเป็นคนยุยงให้ลูกฉันกำจัดนังริญดาเพื่อให้พวกเราได้เสวยสุข! ตอนนี้แกจะมาชุบมือเปิบหนีเอาตัวรอดคนเดียวเหรอ?!”
ทั้งสองคนเริ่มเปิดฉากทะเลาะตบตีกันบนเวทีอย่างไม่อายใคร วริศราพยายามจะถอดสร้อยคอแซฟไฟร์และแหวนเพชรโยนทิ้งเพื่อปฏิเสธความเกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงสองนายได้ก้าวขึ้นมาควบคุมตัวเธอไว้เสียก่อน
“คุณวริศรา คุณถูกควบคุมตัวในข้อหารับของโจร และร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์สิน ส่วนจะมีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดในการพยายามฆ่าหรือไม่นั้น ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง” สารวัตรวิชัยประกาศด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
สารวัตรวิชัยหันมาทางกานต์และแสดงหมายจับต่อหน้าเขา “นายกานต์ วรเมธากุล คุณตกเป็นผู้ต้องหาในคดีจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ปลอมแปลงเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม และพยายามยักยอกทรัพย์สิน ช่างเครื่องที่คุณจ่ายเงินว่าจ้างได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เชียงใหม่ตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ และได้ซัดทอดถึงคุณพร้อมหลักฐานสลิปการโอนเงินและบันทึกเสียงการสนทนาทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว!”
กานต์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นเวทีอย่างหมดรูป แก้วไวน์ในมือหล่นแตกกระจาย เศษแก้วบาดมือจนเลือดซึมออกมา แต่เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดนั้นอีกต่อไป ใบหน้าของเขาขาวซีดไร้สีเลือด แววตาว่างเปล่าเหมือนคนวิญญาณหลุดออกจากร่าง แผนการอันแยบยลที่เขาวางไว้เพื่อครอบครองทรัพย์สินห้าร้อยล้านบาท บัดนี้ได้กลายเป็นบ่วงคล้องคอที่จะส่งเขาเข้าไปใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในคุกตลอดชีวิต
“ริญดา… ริญดาจ๋า ได้โปรดเถอะ…” กานต์คลานเข้ามาหาฉัน เขาพยายามจะเอื้อมมือที่เปื้อนเลือดมาจับชายกางเกงของฉัน น้ำตาแห่งความขลาดกลัวไหลพราก “ฉันผิดไปแล้ว… ฉันหน้ามืดตามัวเพราะผีพนันเข้าสิง ฉันเป็นหนี้บ่อนคาสิโนหลายสิบล้าน ฉันไม่มีทางออกจริงๆ! แต่ฉันยังรักเธอนะริญดา! ยกโทษให้ฉันสักครั้งเถอะนะ ให้โอกาสสามีคนนี้แก้ตัวเถอะ!”
ฉันมองดูชายที่ฉันเคยรักหมดหัวใจ ชายที่ฉันเคยมอบความไว้วางใจให้ดูแลชีวิตและทรัพย์สิน แต่ในสายตาของฉันตอนนี้ ไม่มีแม้แต่หยดน้ำตาแห่งความเสียใจ มีเพียงความสมเพชและความว่างเปล่าเท่านั้น
“กานต์… ตอนที่เครื่องบินกำลังดิ่งลงสู่พื้นโลก ตอนที่ไฟลุกท่วมปีกและควันพิษรมจนฉันแทบหายใจไม่ออก… ฉันสวดมนต์อ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอเพียงแค่ให้ฉันมีชีวิตรอดกลับมาเพื่อได้กอดแกอีกสักครั้ง” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ทรงพลัง “แต่แกกลับเป็นคนที่ตัดสายเบรกแห่งชีวิตของฉัน… แกไม่ได้รักฉัน และแกไม่เคยรักใครนอกจากความโลภของตัวเอง คำว่า ‘ให้อภัย’ จากฉัน มันตายไปพร้อมกับซากเครื่องบินลำนั้นแล้ว!”
ฉันสะบัดปลายเท้าออกจากการสัมผัสของเขาอย่างไร้เยื่อใย ตำรวจสองนายเข้ามาล็อกกุญแจมือของกานต์และลากตัวเขาลงจากเวที เสียงร้องไห้คร่ำครวญและเสียงขอความเมตตาของเขาดังลั่นไปทั่วบริเวณ แต่ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่แสดงความเห็นใจ
ในขณะเดียวกัน คุณนายสุภาพรที่เห็นลูกชายถูกจับก็เริ่มคลุ้มคลั่ง เธอวิ่งเข้ามากระชากแขนเสื้อฉัน “นังสารเลว! แกทำลายลูกชายฉัน! คอยดูเถอะ ฉันจะฟ้องร้องเอาบ้านหลังนี้ ฉันมีสิทธิ์ในฐานะแม่สามี แกไม่มีสิทธิ์ไล่ฉันออกไป!”
คุณธนินทร์ก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้พร้อมยิ้มอย่างเย็นชา “ขออภัยด้วยครับคุณสุภาพร คฤหาสน์หลังนี้ ที่ดินผืนนี้ และบริษัททั้งหมด เป็นสินส่วนตัวของคุณริญดาที่ได้มาก่อนการจดทะเบียนสมรส และในสัญญาก่อนสมรส (Prenuptial Agreement) ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดกระทำการคดโกง ทรยศ หรือกระทำความผิดทางอาญาต่ออีกฝ่าย สิทธิ์ในการเรียกร้องค่าเลี้ยงดูและทรัพย์สินใดๆ จะตกเป็นโมฆะทันที!”
คุณธนินทร์ยื่นซองจดหมายอีกฉบับให้เธอ “นอกจากนี้ ทางเราได้รวบรวมหลักฐานการยักยอกเงินในบัญชีส่วนตัวของคุณริญดาที่คุณแอบโอนออกไปตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเงินรวมกว่ายี่สิบล้านบาท หากคุณไม่นำเงินทั้งหมดมาคืนภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง ทางเราจะดำเนินคดีอาญากับคุณในข้อหาลักทรัพย์ทันที และขอเชิญคุณเก็บข้าวของออกจากบ้านหลังนี้ไปภายในคืนนี้ด้วยครับ มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุก!”
คุณนายสุภาพรช็อกจนตาค้าง หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้นเมื่อรับรู้ว่าความฝันที่จะได้เป็น ‘นายหญิงแห่งคฤหาสน์หรู’ ได้มลายหายไปในพริบตา สิ่งที่รอเธออยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ชีวิตอันสุขสบาย แต่เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว คดีความ และความยากจนข้นแค้นที่จะต้องกลับไปอยู่ห้องเช่าแคบๆ เหมือนในอดีต เธอทรุดตัวลงนั่งร้องไห้โฮกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี
เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวกานต์, วริศรา, คุณนายสุภาพร และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดขึ้นรถตู้ไปเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย บรรดาญาติพี่น้องที่เคยมาร่วมงานเลี้ยงฉลองต่างพากันรีบเก็บของและเดินก้มหน้าออกจากบ้านไปด้วยความอับอายขายหน้า ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะสบตากับฉัน
เมื่อสวนหลังคฤหาสน์กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้เบาๆ ท่ามกลางซากปรักหักพังของงานเลี้ยงที่พังทลายลง เช่นเดียวกับชีวิตสมรสที่จบสิ้นลงอย่างถาวร
ฉันเดินไปหยุดอยู่ที่ริมสระน้ำ มองดูเงาสะท้อนของตัวเองบนผิวน้ำ แม้ร่างกายของฉันจะเต็มไปด้วยรอยแผลและคราบน้ำตา แต่แววตาของฉันในตอนนี้กลับเปล่งประกายด้วยความแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
บทเรียนอันเจ็บปวดจากการทรยศหักหลังในครั้งนี้ไม่ได้ฆ่าฉันให้ตาย แต่มันกลับหล่อหลอมให้ฉันกลายเป็นผู้หญิงคนใหม่ที่เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว และไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายได้อีกต่อไป
ฉันสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว
พายุร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว และต่อจากนี้… อาณาจักรและชีวิตของฉัน จะเริ่มต้นใหม่อย่างสง่างามด้วยตัวของฉันเองอย่างแท้จริง.