ตอนที่ 3 (ตอนจบ): การพิพากษา ความยุติธรรม และชีวิตใหม่ใต้แสงตะวัน
ตอนที่ 3 (ตอนจบ): การพิพากษา ความยุติธรรม และชีวิตใหม่ใต้แสงตะวัน เสียงไซเรนฉุกเฉินและไฟกะพริบสีแดงของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านบางนาดังก้องในโสตประสาทของผม เจ้าหน้าที่เวรเปลและพยาบาลวิ่งกรูเข้ามาทันทีที่ผมจอดรถหน้าแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน รินถูกนำตัวขึ้นเตียงเข็นอย่างเร่งด่วน ทีมแพทย์สูตินรีเวชและกุมารแพทย์วิ่งตามเข้ามาประกบติด “คนไข้มีภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดและน้ำคร่ำแตก ช่องคลอดเปิดแล้วสี่เซนติเมตร หัวใจเด็กเต้นช้าลง ต้องผ่าตัดคลอดฉุกเฉินทันที!” เสียงคุณหมอตะโกนสั่งการอย่างรวดเร็ว “พี่นนท์… ช่วยลูกด้วยนะคะ… อย่าให้ลูกเป็นอะไรนะ…” รินเอื้อมมือที่สั่นเทามาจับชายเสื้อของผมไว้แน่นก่อนที่ประตูห้องผ่าตัดจะปิดลง “ลูกจะต้องปลอดภัย รินต้องปลอดภัยนะ พี่อยู่ตรงนี้ พี่จะไม่ทิ้งเธอไปไหนอีกแล้ว” ผมพูดทั้งน้ำตา ก่อนที่ประตูห้องผ่าตัดขนาดใหญ่จะเลื่อนปิดสนิท ทิ้งให้ผมยืนเคว้งคว้างอยู่ตามลำพังบนทางเดินที่เย็นเฉียบ สองชั่วโมงในห้องผ่าตัดยาวนานราวกับสองศตวรรษ ผมนั่งกุมมือสวดมนต์อ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในสากลโลก ขอเพียงให้ผู้หญิงที่แสนดีและลูกสาวผู้บริสุทธิ์มีชีวิตรอด หากต้องแลกด้วยอายุขัยของผม ผมก็ยอม ในระหว่างนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้นไม่หยุด หน้าจอโชว์ชื่อของแม่และญาติๆ ฝั่งแม่หลายคนที่โทรเข้ามา แต่ผมเลือกที่จะปิดเครื่องทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ผมไม่มีอะไรจะพูดกับคนใจร้ายพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว ความเป็นลูกกตัญญูที่ผมเคยยึดถือ มันจบลงตั้งแต่วินาทีที่ผมเห็นก้างปลาในมือของแม่ ในที่สุด ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก คุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าแต่มีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้น “คุณพ่อน้องใช่ไหมครับ? ยินดีด้วยครับ ผ่าตัดเรียบร้อยดี เด็กเป็นทารกเพศหญิง น้ำหนัก 2,100 กรัม แม้จะคลอดก่อนกำหนดและตัวเล็กไปหน่อย แต่สัญญาณชีพแข็งแรงดี ตอนนี้อยู่ในตู้อบของแผนกทารกแรกเกิดเพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิดครับ ส่วนคุณแม่ปลอดภัยดีแล้วครับ มีแผลฉีกขาดในช่องปากและรอยฟกช้ำตามตัวหลายแห่ง … Read more