ตอนที่ 3: เปิดโปงคนชั่ว ทวงคืนบัลลังก์ทายาท (จบบริบูรณ์)
ดวงตาของคุณแพรวาค่อยๆ ลืมขึ้นมาอย่างยากลำบาก สายตาที่พร่ามัวค่อยๆ ปรับโฟกัสจนเห็นใบหน้าของฉันและทารกน้อยในอ้อมแขน ริมฝีปากที่แห้งผากของเธอขยับเบาๆ แทบไม่มีเสียง “พะ… พิมพ์… ลูก…“
“คุณผู้หญิง! ได้ยินอิฉันไหมคะ?” ฉันก้มลงกระซิบข้างหูของเธออย่างรวดเร็ว “ฟังอิฉันให้ดีนะคะคุณผู้หญิง คุณเมธัสกับลลิตาหักหลังคุณ พวกมันสลับตัวลูกของคุณไป และเมธัสเพิ่งสั่งให้หมอชัยรัตน์ฉีดยาฆ่าคุณคืนนี้เพื่อฮุบมรดก! แต่อิฉันแอบสลับลูกสาวตัวจริงของคุณกลับมาได้แล้ว ดูสิคะ… ปานรูปดอกมะลิที่หัวไหล่ซ้าย ลูกของคุณปลอดภัยดีค่ะ!“
ฉันเปิดผ้าอ้อมให้คุณแพรวาดูปานดำรูปดอกมะลิ ทันทีที่เห็น น้ำตาแห่งความรักและความเจ็บปวดก็ไหลทะลักออกมาอาบแก้มของเธอ แววตาที่เคยอ่อนแรงแปรเปลี่ยนเป็นประกายไฟแห่งความเคียดแค้นและความมุ่งมั่นของความเป็นแม่อย่างน่าอัศจรรย์ สัญชาตญาณความเป็นแม่ดึงสติสัมปชัญญะของเธอกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์
“ไอ้… สัตว์นรก…” คุณแพรวาเค้นเสียงรอดไรฟัน มืออันสั่นเทาเอื้อมมาจับมือฉันไว้แน่น “พิมพ์… ช่วยฉัน… เราต้องซ้อนแผนพวกมัน…“
ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ด้วยความช่วยเหลือจากทนายวรเดชที่นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลตำรวจบุกเข้ามาทางประตูด้านหลัง พวกเราได้ทำการย้ายคุณแพรวาออกจากห้อง ICU ไปยังห้องนิรภัยชั้นบนอย่างลับๆ และส่งหมอของตำรวจเข้ามาสวมรอยดูแลแทน เพื่อดักจับหมอชัยรัตน์คาหนังคาเขาพร้อมเข็มฉีดยาพิษในเวลาเที่ยงคืน
หมอชัยรัตน์ถูกจับกุมตัวได้ในทันที และยอมจำนนเปิดปากสารภาพความจริงทั้งหมดเพื่อแลกกับการลดหย่อนโทษ พร้อมทั้งส่งมอบคลิปเสียงการสั่งฆ่าของเมธัสให้ตำรวจทันที!
แต่คุณแพรวาสั่งให้ทุกคนเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ… เพราะเธอยังมีเวทีใหญ่ที่ต้องขึ้นไปปิดฉากคนทรยศด้วยตัวเอง
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องโถงรับรองวีไอพีของโรงพยาบาลเดชาวัฒน์
บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึม เมธัสในชุดสูทสีดำสนิทแสร้งทำสีหน้าโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ยืนอยู่ต่อหน้าคณะกรรมการบริหารบริษัท ทนายความตระกูล และกองทัพนักข่าวที่เขาจงใจเรียกมาทำข่าว เพื่อประกาศการจากไปของภรรยาและประกาศแต่งตั้งทายาทคนใหม่
ข้างกายของเขาคือ ลลิตา ในชุดเดรสสีขาวเรียบร้อย ใบหน้าของเธอดูเศร้าสร้อยแต่ในแววตากลับซ่อนความกระหยิ่มยิ้มย่องไว้ไม่มิด ในอ้อมแขนของเธออุ้มทารกน้อยคนหนึ่งไว้
“ทุกท่านครับ…” เมธัสเริ่มกล่าวด้วยเสียงสะอื้น “เป็นเรื่องน่าเศร้าเหลือเกินที่แพรวา… ภรรยาอันเป็นที่รักของผม ได้จากพวกเราไปอย่างสงบเมื่อคืนนี้จากอาการตกเลือดอย่างรุนแรง… แต่ก่อนที่เธอจะสิ้นใจ เธอได้มอบความไว้วางใจสูงสุดไว้กับผม และนี่คือ ‘ทายาทคนเดียว’ ของเดชาวัฒน์ ลูกชายของเราที่จะสืบทอดหุ้นและอำนาจบริหารทั้งหมดตามพินัยกรรมฉบับใหม่ที่ผมได้เตรียมไว้!“
ลลิตาอุ้มเด็กขึ้นมา ชูให้ทุกคนเห็นพร้อมรอยยิ้มแห่งชัยชนะ “ฉันในฐานะป้า จะช่วยคุณเมธัสดูแลทายาทคนนี้อย่างดีที่สุดค่ะ”
“เธอมั่นใจเหรอลลิตา… ว่าเด็กในมือเธอน่ะ คือทายาทของเดชาวัฒน์?!“
เสียงอันทรงพลังและเยือกเย็นดังก้องกังวานขึ้นมาจากประตูทางเข้าห้องโถง!
ทุกคนในห้องหันขวับไปมองเป็นตาเดียว ประตูบานคู่เปิดกว้าง เผยให้เห็น คุณแพรวา นั่งอยู่บนรถเข็นไฟฟ้า สวมชุดสีแดงสง่างาม ใบหน้าแม้อาจจะยังดูซีดเซียวแต่แววตากลับคมกริบดุจนางพญา โดยมีฉันเป็นคนเข็นรถ และมีทนายวรเดชพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันอยู่เบื้องหลัง!
“พะ… แพรวา?!” เมธัสหน้าซีดเผือดจนขาวซีดยิ่งกว่ากระดาษ ปากสั่นระริก “เธอ… เธอยังไม่ตาย?!“
ลลิตาถึงกับถอยหลังไปหลายก้าว มือไม้สั่นจนเกือบทำเด็กหลุดมือ “เป็นไปได้ยังไง… ก็เมื่อคืน…“
“เมื่อคืนหมอชัยรัตน์ที่แกจ้างมาฉีดยาฆ่าฉัน ถูกตำรวจรวบตัวไปพร้อมหลักฐานหมดแล้วยังไงล่ะ!” คุณแพรวาประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกึกก้อง “และที่สำคัญที่สุด… เด็กในอ้อมแขนของหล่อน ไม่ใช่ลูกของฉัน!”
นักข่าวพากันรัวชัตเตอร์แฟลชสว่างวาบไปทั่วห้อง กรรมการทุกคนเริ่มส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกตะลึง
“โกหก! เด็กคนนี้คือลูกของเธอ! ฉันเป็นคนอุ้มออกมาจากห้องคลอดเอง!” เมธัสตะโกนแก้ตัวอย่างบ้าคลั่ง “เธอเสียสติไปแล้วแพรวา! อย่าไปเชื่อเธอนะครับ!“
“ถ้าเด็กคนนั้นคือลูกของฉันจริง…” คุณแพรวายิ้มเยาะอย่างสมเพช “เปิดไหล่ซ้ายของเด็กออกมาดูสิ! ลูกสาวที่แท้จริงของฉัน เกิดมาพร้อมปานรูปดอกมะลิที่หัวไหล่ข้างซ้าย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางพันธุกรรมสืบทอดมาจากคุณย่าทวดของฉัน! กล้าเปิดให้ทุกคนดูไหมลลิตา?!”
ลลิตาหน้าถอดสี รีบเอาผ้าคลุมเด็กไว้แน่น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงได้ก้าวเข้าไปเปิดผ้าอ้อมออกทันที
หัวไหล่ซ้ายของเด็กในมือลลิตา… ขาวเนียน ไม่มีรอยปานใดๆ ทั้งสิ้น!
ฉันก้าวออกไปข้างหน้า เปิดผ้าอ้อมของทารกในอ้อมอกของฉันให้กล้องและคณะกรรมการทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจน ที่หัวไหล่ซ้ายของเด็กน้อย ปานดำรูปดอกมะลิบานสะพรั่งเด่นชัดไร้ข้อกังขา!
“และนี่คือผลตรวจ DNA ฉุกเฉินจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ!” ทนายวรเดชชูเอกสารขึ้น “เด็กที่มีปานดอกมะลิมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับคุณแพรวา 99.99% ส่วนเด็กที่อยู่ในมือของคุณลลิตา คือลูกทางสายเลือดของคุณลลิตากับคุณเมธัส!“
ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเปลือยต่อหน้าสาธารณชน เสียงสาปแช่งและเสียงซุบซิบดังระงม เมธัสทรุดฮวบลงกับพื้น ขาแข้งอ่อนแรง ลลิตาร้องไห้โฮอย่างเสียสติ
“ยังไม่หมดแค่นั้นนะเมธัส…” คุณแพรวาโน้มตัวไปข้างหน้า จ้องมองสามีชั่วด้วยสายตาที่เหยียบย่ำ “ตำรวจมีหลักฐานคลิปเสียงที่แกสารภาพเรื่องตัดสายเบรกรถพี่ชายตัวเองเมื่อสามปีก่อนด้วย คดีฆาตกรรมพี่ชาย, คดีพยายามฆ่าภรรยา, คดียักยอกทรัพย์ และคดีลักพาตัวสลับเด็ก… เตรียมตัวเน่าตายอยู่ในคุกไปพร้อมกับชู้รักของแกได้เลย!“
เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวเมธัสและลลิตาใส่กุญแจมือทันที ทั้งสองคนกรีดร้องดิ้นรนแต่ไม่อาจหลุดพ้นจากกรรมที่ตัวเองได้ก่อไว้ได้อีกต่อไป
เมื่อความมืดมิดผ่านพ้นไป ความยุติธรรมและความอบอุ่นก็หวนคืนสู่ชีวิตของคุณแพรวา
เธอได้รับการรักษาตัวจนหายดีและกลับมาบริหารอาณาจักรเดชาวัฒน์อย่างเต็มภาคภูมิ เธอรับลูกสาวของลลิตาไปส่งเสียให้อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ที่ดีที่สุด เพราะถือว่าเด็กไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับความชั่วร้ายของพ่อแม่ ส่วนลูกสาวแท้ๆ ของเธอ เธอตั้งชื่อให้ว่า “น้องมะลิ” ตามปานนำโชคที่ช่วยให้เราตามหาตัวเธอจนพบ
และสำหรับฉัน… คุณแพรวาไม่ได้มองฉันเป็นเพียงพี่เลี้ยงเด็กอีกต่อไป เธอประกาศต่อหน้าทุกคนว่าฉันคือน้องสาวบุญธรรมและผู้มีพระคุณสูงสุดของตระกูลเดชาวัฒน์ เธอมอบบ้าน ทุนการศึกษา และตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายดูแลชีวิตความเป็นอยู่ให้แก่ฉัน
ในวันที่ท้องฟ้าสดใส ฉันมองดูคุณแพรวานั่งโอบกอดน้องมะลิอยู่ริมสวนดอกไม้ เด็กน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากในอ้อมกอดอันอบอุ่นของแม่ที่แท้จริง
คนชั่วที่คิดจะแย่งชิงสิ่งที่ไม่ใช่ของตน ย่อมต้องสูญสิ้นทุกอย่างไปในที่สุด… แต่ความกตัญญู ความกล้าหาญ และความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ จะยังคงเบ่งบานงดงาม ดุจดั่งปานดอกมะลิที่จะไม่มีวันเลือนหายไปจากใจตลอดกาล.