(PART 3)
บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ สายตาทุกคู่ของบรรดานักธุรกิจ เซเลบริตี้ และผู้บริหารระดับสูงต่างจับจ้องไปที่กานต์และมินตราด้วยความรังเกียจและสมเพช จากชายหนุ่มที่เคยยืนเชิดหน้าชูตา คิดว่าตัวเองเป็นดาวเด่นของค่ำคืน บัดนี้กานต์กลับดูตัวเล็กจ้อย ไร้ค่า และน่าเวทนายิ่งกว่าเศษผง
ฉันเปิดแฟ้มเอกสารในมือออกอย่างช้าๆ แสงไฟสะท้อนให้เห็นตราประทับทางกฎหมายของสำนักงานทนายความอันดับหนึ่งของประเทศ
“กานต์ ทรัพย์สินทุกอย่างที่เธอมีอยู่ตอนนี้… รถยนต์หรู คอนโดมิเนียมหรูใจกลางสุขุมวิท บัญชีเงินฝาก และตำแหน่งหน้าที่การงาน เธอคิดว่ามันมาจากความสามารถของเธอจริงๆ งั้นเหรอ?” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
กานต์ตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลอาบสองแก้ม “ริน… หมายความว่ายังไง…”
คุณอนันต์ก้าวขึ้นมาข้างหน้าพร้อมกับเปิดแท็บเล็ตแสดงเอกสารสำคัญขึ้นจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่กลางเวที “ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของคุณกานต์ เกิดขึ้นได้เพราะคุณรินรดาเซ็นอนุมัติเป็นกรณีพิเศษ เงินโบนัสพิเศษปีละหลายล้าน รวมถึงรถเบนซ์ประจำตำแหน่ง ล้วนเป็นเงินจากกองทุนส่วนตัวของคุณรินรดาทั้งสิ้น คอนโดมิเนียมที่พวกคุณแอบใช้เป็นรังรักกับเลขาคนนี้ ก็ซื้อในนามนิติบุคคลของเครืออัครเมธากุล!”
เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นอีกครั้ง มินตราได้ยินดังนั้นถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้นพรม เธอคิดมาตลอดว่ากานต์เป็นเศรษฐีหนุ่มอนาคตไกล เป็นบ่อเงินบ่อทองที่เธอแย่งชิงมาจากเมียหลวงได้สำเร็จ แต่แท้จริงแล้ว ชายที่เธอยอมเอาตัวเข้าแลกกลับไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลยแม้แต่อย่างเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเอามาปรนเปรอเธอ ล้วนเป็นเศษเงินจากความเมตตาของผู้หญิงที่เธอเหยียดหยามว่าเป็นยายเพิ้ง
“และที่เลวร้ายไปกว่านั้น…” ฉันกล่าวต่อ ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สิ้นหวังของกานต์ “ฝ่ายตรวจสอบบัญชีพบว่า เธอร่วมมือกับมินตรา ยักยอกเงินงบประมาณจัดซื้อของบริษัทไปกว่าสี่สิบล้านบาท เพื่อเอาไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และปรนเปรอกันในโรงแรมห้าดาว”
“ไม่จริง! พี่ไม่ได้ทำ! ริน… ให้โอกาสพี่อธิบายก่อน!” กานต์ร้องไห้ฟูมฟาย เขาทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด คลานเข่าเข้ามากอดขารองเท้าส้นสูงของฉันไว้แน่น “พี่ผิดไปแล้วริน พี่มันโง่เอง พี่หลงผิดชั่ววูบ! เรารักกันมากไม่ใช่เหรอ? ห้าปีที่ผ่านมาเรารักกันมากนะริน! อย่าทำลายอนาคตของพี่เลยนะ พี่ยอมทำทุกอย่าง ยอมเป็นคนใช้ให้รินตลอดชีวิต ยกโทษให้พี่เถอะนะริน!”
ฉันมองลงไปที่ผู้ชายที่เคยกอดฉัน ผู้ชายที่เคยสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ แต่กลับเหยียบย่ำหัวใจของฉันอย่างไม่ไยดีเมื่อคิดว่าฉันไม่มีอะไร ฉันสะบัดขาออกอย่างไม่แยแส ทำให้กานต์เซถลาล้มลงกับพื้น
“ตอนที่ฉันคุกเข่าซักผ้า ถูพื้นให้เธอ เธอเคยเห็นใจฉันไหม? ตอนที่ฉันขอร้องให้เธอเห็นค่าความเหนื่อยล้าของฉัน เธอเคยฟังไหม?” ฉันถามด้วยเสียงที่หนักแน่นและไร้ความปรานี “เธอไล่ฉันให้อยู่แต่ในครัว บอกว่าฉันน่าอับอาย แล้วตอนนี้ล่ะ… ใครกันแน่ที่น่าอับอายที่สุดในงานนี้?”
ฉันโยนเอกสารสองฉบับลงตรงหน้าเขา
“นี่คือใบหย่า เซ็นมันซะตอนนี้” ฉันสั่งเสียงกร้าว “และนี่คือหมายศาลคดียักยอกทรัพย์และฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ทรัพย์สินทุกชิ้น บัญชีธนาคารทุกบัญชี รถ คอนโด จะถูกอายัดภายในคืนนี้ เธอสองคนจะไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่บาทเดียว และจะต้องชดใช้หนี้สินพร้อมดอกเบี้ย รวมถึงโทษจำคุกที่จะตามมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า!”
“ริน! ไม่นะริน! เมียจ๋า อย่าทำแบบนี้กับพี่!” กานต์กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง น้ำหูน้ำตาไหลเปรอะเปื้อนสูทหรู เขาพยายามจะคว้าชายกระโปรงของฉันอีกครั้ง แต่บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนได้เข้ามาล็อคแขนของเขาและมินตราแล้วลากตัวออกไป
“ปล่อยฉัน! ฉันไม่เกี่ยว! ฉันถูกหลอก!” มินตราหวีดร้องเสียงหลง ดิ้นรนจนส้นสูงหักและผมเผ้าหลุดลุ่ย สภาพไม่ต่างจากคนบ้า แขกในงานต่างพากันยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอประจานความอัปยศของทั้งสองคนเพื่อส่งต่อกันในโลกโซเชียล
เมื่อเสียงโวยวายของอดีตสามีและชู้รักเงียบหายไปหลังประตูบานใหญ่ ความสงบก็กลับคืนสู่ห้องบอลรูมอีกครั้ง
คุณอนันต์เดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับส่งแก้วแชมเปญชั้นเลิศให้ “ยินดีด้วยครับท่านประธานใหญ่ ต่อจากนี้ไป เครืออัครเมธากุลพร้อมที่จะก้าวสู่ยุคใหม่ภายใต้การนำของคุณอย่างเป็นทางการแล้วครับ”
ฉันรับแก้วแชมเปญขึ้นมา จิบเบาๆ พลางหันหน้าไปมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ริมระเบียงที่มองเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาและแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน
ผู้หญิงที่ยอมทนทุกข์ ยอมลดคุณค่าของตัวเองเพื่อความรักจอมปลอมได้ตายจากไปแล้ว ค่ำคืนนี้คือการเกิดใหม่ของหงส์ฟ้าผู้สง่างาม ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความรู้สึกโล่งใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีภาระหน้าที่ในครัว ไม่มีคำดูถูกเหยียดหยาม และไม่มีสามีทรยศอีกต่อไป มีเพียงอิสรภาพ อำนาจ และอนาคตอันไร้ขีดจำกัดที่รอฉันอยู่ข้างหน้า
ฉันหันกลับมาเผชิญหน้ากับแขกทุกคนในงาน รอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างภาคภูมิ
“ขอให้ทุกคนสนุกกับค่ำคืนนี้ค่ะ” ฉันยกแก้วแชมเปญขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้องที่ยาวนานไม่ขาดสาย เพื่อเฉลิมฉลองให้กับการเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างแท้จริงของฉัน