PART 3: พินัยกรรมบดขยี้ จุดจบคนทรยศ (END)
ณ ชั้น VIP ของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดแต่แฝงไว้ด้วยความทะเยอทะยาน
กวินในชุดสูทหรูหราเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องผ่าตัดคลอด รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขาอย่างปิดไม่มิด ข้างกายเขามีบอร์ดบริหารสองสามคนที่เขาติดสินบนไว้ และช่างภาพสื่อมวลชนสายธุรกิจที่เขาจ้างมาเพื่อทำข่าวการกำเนิดของ “ทายาทหมื่นล้าน”
เวลา 22:30 น. ประตูห้องคลอดเปิดออก พยาบาลเข็นเตียงของพิมพ์พิศาที่มีทารกเพศชายนอนอยู่ข้าง ๆ ออกมา พิมพ์พิศามีสีหน้าอ่อนเพลียแต่แววตากลับเปล่งประกายด้วยความโลภอย่างบ้าคลั่ง
“คลอดแล้วค่ะคุณกวิน! เด็กผู้ชาย แข็งแรงดีมาก!” พิมพ์พิศาเอ่ยเสียงสั่นด้วยความดีใจ
กวินแทบไม่ได้มองหน้าลูกชายของตัวเองด้วยความรักเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาจ้องมองไปที่กระดาษเอกสารรับรองการเกิดในมือของพยาบาลทันที เขารีบเซ็นชื่อรับรองบุตรในทันใด
“ฮ่า ๆ ๆ! สำเร็จแล้ว!” กวินหัวเราะลั่นโถงทางเดินอย่างไม่เกรงใจใคร “สามหมื่นล้าน! อสังหาริมทรัพย์ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โรงแรมทั่วประเทศ และเงินสดทั้งหมดของปู่ไพศาล… บัดนี้ตกเป็นของลูกชายฉันแล้ว! ฉันคือผู้ชนะ!”
“ยินดีด้วยนะคะคุณกวิน ในที่สุดเราสองคนก็ขึ้นมาอยู่บนจุดสูงสุด!” พิมพ์พิศาฉีกยิ้มกว้าง ฝันหวานถึงคฤหาสน์หรู รถซูเปอร์คาร์ และชีวิตคุณนายตระกูลใหญ่
“พวกแกคิดว่าจะเสวยสุขบนความทุกข์ของคนอื่นได้ง่ายดายขนาดนั้นจริง ๆ หรือ?”
เสียงที่ดังขึ้นอย่างสงบนิ่งแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ ทำลายความยินดีของทั้งคู่ลงในพริบตา
กวินและพิมพ์พิศาหันขวับไปมองที่ปลายทางเดิน ลิฟต์ผู้โดยสารเปิดออก ร่างของฉันในชุดคลุมสีขาวสะอาด นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นโดยมีพยาบาลคอยดูแล ในอ้อมอกของฉันมีทารกน้อยที่หลับสนิทอยู่ในผ้าห่อตัวสีฟ้าอ่อน และข้างกายของฉันคือทนายธนา พร้อมด้วยนายตำรวจระดับผู้กำกับการและเจ้าหน้าที่สืบสวนอีกสี่นาย
ใบหน้าของกวินถอดสีไปในทันที ตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “เอรินทร์?! แก… แกออกมาจากห้องใต้ดินได้ยังไง?!”
พิมพ์พิศาหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทิ้มเมื่อเห็นฉันปรากฏตัวพร้อมเด็กทารก
“ตกใจมากเหรอกวิน?” ฉันเอ่ยถามด้วยสายตาเย็นชา มองดูชายที่ฉันเคยรักหมดหัวใจราวกับมองดูเศษขยะ “คิดว่าการขังภรรยาตัวเองไว้ในห้องใต้ดินที่ชื้นแฉะ จะทำให้แกแย่งชิงทุกอย่างไปได้อย่างไร้ยางอายงั้นเหรอ?”
“หึ! ถึงแกจะรอดออกมาได้ แล้วมันจะมีความหมายอะไร!” กวินพยายามตั้งสติ ตะโกนสวนกลับมาอย่างก้าวร้าว พลางชูเอกสารในมือขึ้น “ดูนี่ซะก่อน! ลูกของฉันกับพิมพ์คลอดตอนสี่ทุ่มครึ่ง และมีเอกสารรับรองเรียบร้อยแล้ว พินัยกรรมของปู่ไพศาลระบุไว้ชัดเจนว่า ‘เหลนคนแรกที่เกิดในปีนี้’ จะได้มรดกทั้งหมด! แกมาช้าไปแล้วนังเอรินทร์ มรดกสามหมื่นล้านเป็นของลูกฉัน!”
“น่าสมเพชจริง ๆ คุณกวิน” ทนายธนาก้าวออกมาข้างหน้า เปิดแฟ้มเอกสารหนังสีดำเล่มใหญ่ขึ้น “คุณคิดจริง ๆ หรือว่าท่านเจ้าสัวไพศาลจะมองไม่เห็นสันดานความโลภและความคดโกงของคุณ?”
ทนายธนาดึงไมโครโฟนไร้สายและเสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับแท็บเล็ต ภาพและเสียงของเจ้าสัวไพศาลที่บันทึกไว้ก่อนเสียชีวิตเพียงไม่กี่วันก็ปรากฏขึ้นบนจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ตรงโถงต้อนรับของชั้น VIP
เสียงของเจ้าสัวไพศาลดังก้อง ชัดเจน และทรงพลัง:
“หากใครได้เห็นคลิปวิดีโอนี้ นั่นหมายความว่าข้าพเจ้าได้จากโลกนี้ไปแล้ว… และข้าพเจ้าขอประกาศไว้ตรงนี้ว่า ร่างพินัยกรรมที่กวิน หลานชายที่ไม่รักดีของข้าพเจ้าพยายามจะใช้เป็นข้ออ้างนั้น เป็นเพียงเอกสารลวงที่ข้าพเจ้าทำขึ้นเพื่อทดสอบจิตใจของมันเท่านั้น!”
“ข้าพเจ้าขอประกาศยกเลิกสิทธิ์ในการรับมรดกทุกบาททุกสตางค์ของนายกวิน วรโชติเมธากุล และตัดขาดออกจากการเป็นทายาทของตระกูล! มรดกทั้งหมดสามหมื่นล้านบาท ทั้งที่ดิน หุ้น และทรัพย์สิน ข้าพเจ้าขอยกให้แก่ ‘เด็กที่เกิดจากครรภ์ของนางเอรินทร์ วรโชติเมธากุล’ ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว โดยให้นางเอรินทร์เป็นผู้จัดการมรดกและถือครองกรรมสิทธิ์ร่วมจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ!”
“และหากมีการพิสูจน์ได้ว่านายกวินกระทำการใด ๆ ที่เป็นภัยต่อชีวิตหรือสุขภาพของนางเอรินทร์และทารกในครรภ์ ข้าพเจ้าขอให้ทนายธนาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยไม่ต้องไว้หน้าความเป็นสายเลือด!”
ภาพวิดีโอดับลง ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งชั้นราวกับป่าช้า
“ไม่จริง! มันต้องเป็นคลิปปลอม! แกสร้างเรื่องขึ้นมาหลอกฉัน!” กวินกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ปรี่จะเข้ามาแย่งแท็บเล็ต แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าล็อกตัวกดลงกับพื้นทันที
“นี่คือพินัยกรรมฉบับจริงที่จดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงาน ณ สำนักงานเขตดุสิต มีตราประทับถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ” ทนายธนายื่นเอกสารฉบับจริงให้บอร์ดบริหารและสื่อมวลชนดู “และที่สำคัญ… เด็กชายปรเมษฐ์ วรโชติเมธากุล ลูกชายของคุณเอรินทร์ ได้คลอดเมื่อเวลา 20:15 น. บนรถพยาบาลฉุกเฉิน ซึ่งเร็วกว่าลูกของคุณถึงสองชั่วโมงสิบห้านาที มีสูติบัตรออกโดยโรงพยาบาลกรุงเทพและลงทะเบียนสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว!”
“ไม่… ไม่จริง… เงินสามหมื่นล้านของฉัน… คฤหาสน์ของฉัน…” พิมพ์พิศาทรุดฮวบลงกับเตียง ร้องไห้โฮออกมาอย่างเสียสติ ความฝันที่จะได้เป็นคุณนายตระกูลใหญ่พังทลายลงในชั่วพริบตา เหลือเพียงสถานะ ‘เมียน้อย’ และแม่ของเด็กที่ไม่มีสิทธิ์ได้รับมรดกแม้แต่สลึงเดียว
“และนี่คือหมายจับของคุณครับ นายกวิน” พันตำรวจเอกก้าวออกมายื่นเอกสารตรงหน้ากวินที่กำลังนอนหมดสภาพอยู่บนพื้น “คุณถูกตั้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ, พยายามฆ่าโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน จากการขังหญิงมีครรภ์แก่ไว้ในห้องใต้ดินโดยไม่ให้อาหารและน้ำ รวมถึงข้อหายักยอกทรัพย์สินของบริษัทในเครือวรโชติเมธากุลอีกหลายคดีที่คุณแอบทำไว้ เชิญไปให้ปากคำที่โรงพักครับ!”
“เอรินทร์! รินทร์! ช่วยผมด้วย!” กวินร้องไห้คร่ำครวญ น้ำตาและน้ำมูกไหลเปรอะเปื้อนใบหน้า คลานเข้ามากอดขาของฉัน “ผมผิดไปแล้วรินทร์! ผมทำไปเพราะหน้ามืดตามัว ผมยังรักคุณกับลูกนะ! ยกโทษให้ผมเถอะ อย่าส่งผมเข้าคุกเลยนะรินทร์!”
ฉันก้มลงมองชายตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ปราศจากความสงสาร ปราศจากความแค้น มีเพียงความขยะแขยง
“กวิน… วันที่คุณหันหลังแล้วล็อกกรงขังฉันไว้ในห้องใต้ดิน วันที่คุณทอดทิ้งฉันและลูกแท้ ๆ ของคุณให้ทรมานเจียนตายเพียงเพื่อเศษเงิน… คุณได้ฆ่าความเป็นสามีและความเป็นพ่อตายไปจากใจของฉันแล้ว”
ฉันขยับขาออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างรังเกียจ
“ไปชดใช้กรรมในคุกซะเถอะกวิน นั่นคือที่เดียวที่เหมาะสมกับคนอย่างคุณ”
ตำรวจลากตัวกวินที่กรีดร้องและดิ้นรนออกไปจากโถงทางเดิน ขณะที่พิมพ์พิศาถูกเจ้าหน้าที่กันตัวไว้เพื่อเตรียมสอบสวนในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด สื่อมวลชนทุกคนรัวชัตเตอร์เก็บภาพความอัปยศของคนทั้งสองไว้จนหมดสิ้น พรุ่งนี้เช้า ข่าวนี้จะกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งที่ประจานความชั่วช้าของพวกเขาไปทั่วทั้งประเทศ
ฉันหันกลับมากอดลูกชายตัวน้อยไว้ในอ้อมอก เด็กน้อยลืมตาแป๋วขึ้นมามองฉัน ราวกับจะรับรู้ว่าฝันร้ายทั้งหมดได้ผ่านพ้นไปแล้ว
แสงอรุณของเช้าวันใหม่เริ่มสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ สะท้อนประกายอบอุ่นลงบนใบหน้าของพวกเราสองคนแม่ลูก
นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันไม่ใช่เอรินทร์ผู้อ่อนแอที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป แต่ฉันคือประธานหญิงคนใหม่แห่งตระกูลวรโชติเมธากุล ผู้กุมบังเหียนอาณาจักรสามหมื่นล้าน และเป็นแม่ที่จะปกป้องลูกชายคนนี้ด้วยชีวิตและศักดิ์ศรีทั้งหมดที่ฉันมี.