Part 3

เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงโวยวายดังมาจากทางเข้างานแต่งงาน ขัดจังหวะบรรยากาศอันเงียบสงบและโรแมนติก ท่ามกลางความตกใจของแขกเหรื่อหลายคนที่หันไปมองเป็นตาเดียว ร่างของภัทรปรากฏขึ้นที่ทางเดิน เขาหอบหายใจแรง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและตื่นตระหนก เสื้อสูทที่เคยเนี้ยบกลับยับยู่ยี่ แสดงให้เห็นว่าเขาเพิ่งขับรถฝ่าฝันและฝ่าด่านรักษาความปลอดภัยมาด้วยความเร็วสูงขนาดไหน

“พิมพ์!”

เสียงตะโกนเรียกชื่อฉันดังลั่นสวนริมหน้าผา ทำให้ดนตรีทั้งหมดต้องหยุดชะงัก ภัทรพยายามจะก้าวเข้ามาข้างหน้า แต่ถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนของธนาขวางเอาไว้ เขาชี้หน้ามาที่ฉันด้วยความไม่เชื่อสายตา ดวงเบิกกว้างราวกับคนเสียสติ

“เธอ… เธอทำบ้าอะไรลงไปพิมพ์? นี่มันเรื่องอะไรกัน?!”

ฉันยืนนิ่งอยู่ข้างกายธนา มองดูผู้ชายที่เคยคิดว่าตัวเองเหนือกว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ กำลังยืนหอบหายใจและสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง ความน่าสมเพชฉายชัดอยู่บนใบหน้าของเขา จนฉันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโล่งใจที่หลุดพ้นจากผู้ชายคนนี้มาได้

“ภัทร… คุณมาทำอะไรที่นี่?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาจนเขาชะงักไปชั่วขณะ

“ฉันถามว่าเธอทำอะไรอยู่! แต่งงาน? เธอกล้าดียังไงมาแต่งงานกับคนอื่นทั้งที่เรายังไม่ได้หย่ากันอย่างเป็นทางการ—เอ่อ… ถึงแม้เราจะเซ็นใบหย่ากันแล้ว แต่เธอก็รู้ว่าฉันบอกว่ามันเป็นแค่เรื่องชั่วคราว!”

คำพูดของภัทรทำให้แขกเหรื่อในงานเริ่มส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกใจ บางคนถึงกับส่ายหัวด้วยความรังเกียจเมื่อได้ยินประโยคที่สะท้อนความเห็นแก่ตัวของเขาออกมาอย่างหน้าตาเฉย

ธนาก้าวออกมายืนบังฉันไว้เล็กน้อย พร้อมกับส่งยิ้มเยือกเย็นให้ภัทร “คุณภัทรครับ ดูเหมือนคุณจะเข้าใจอะไรผิดไปเยอะนะ ใบหย่าระหว่างคุณกับพิมถูกกฎหมายและสมบูรณ์ทุกประการตั้งแต่วันที่คุณเซ็นมันแล้ว และที่สำคัญ… ตอนนี้พิมเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม”

ภัทรหันขวับมามองหน้าธนา ดวงตาของเขาเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิมเมื่อจำหน้าของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าได้ชัดเจน สีหน้าของภัทรเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความซีดเผือดในทันที ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด

“คุณ… คุณธนา?!” เสียงของภัทรหลุดออกมาอย่างสั่นเครือ “นี่มัน… นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันครับ? ทำไมคุณถึงมาแต่งงานกับ… กับอดีตภรรยาของผม?”

“อดีตภรรยา—คุณพูดถูกแล้วครับ” ธนาตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่ทรงพลัง “เธอย้ำชัดเจนแล้วว่าเธอเป็นอดีตภรรยาของคุณ และตอนนี้เธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตผม คนที่คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อเรียกด้วยซ้ำ”

ภัทรหันกลับมามองฉันอีกครั้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน ความหวาดกลัว และความอับอายที่ผสมปนเปกันจนดูไม่ได้ เขารู้จักอิทธิพลและอำนาจของธนาดีกว่าใคร เพราะบริษัทของเขาต้องพึ่งพาสัญญาจ้างงานและเงินลงทุนจากกลุ่มธุรกิจของธนามาโดยตลอด หากธนาถอนตัวหรือประกาศตัดขาดจากเขา ธุรกิจทั้งหมดที่เขาสร้างมาด้วยความยากลำบากจะพังทลายลงภายในชั่วข้ามคืนเดียว

“พิมพ์… ได้โปรด…” น้ำเสียงของภัทรเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดกลายเป็นอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช เขาก้าวเข้ามาใกล้พยายามจะเอื้อมมือมาจับแขนฉัน แต่ถูกบอดี้การ์ดกันไว้ “อย่าทำแบบนี้กับพี่เลยนะ พิมก็รู้ว่าพี่รักใคร… เรื่องทริสา มันเป็นแค่ความผิดพลาดชั่วคราว เด็กคนนั้น… พี่จะจัดการเอง แต่พิมต้องกลับมาหากับพี่นะ คนที่เราจะแต่งงานด้วยต้องเป็นพิมสิ!”

ฉันมองหน้าเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีน้ำตา ไม่มีแม้แต่ความโกรธ มีเพียงความสมเพชเวทนา

“ภัทร… คุณจำคืนที่เราอยู่ด้วยกันที่ BGC ได้ไหม?” ฉันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ นิ่งจนก้องไปทั่วบริเวณงาน “วันที่คุณหัวเราะและบอกกับเพื่อนๆ ของคุณว่า ‘ฉันไม่มีทางกล้าทقيไปไหนหรอก เพราะฉันรักคุณมากเกินไป และคุณคือคนที่ถือไพ่เหนือกว่าตลอดกาล’…”

สีหน้าของภัทรซีดเผือดลงไปอีก เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อรู้ว่าฉันได้ยินทุกคำพูดในคืนนั้น

“คุณเข้าใจผิดมาตลอดห้าปีเต็ม ภัทร” ฉันพูดต่อด้วยรอยยิ้มบางๆ “คุณคิดว่าความอดทนของฉันคือความอ่อนแอ คุณคิดว่าความเงียบของฉันคือการยอมจำนน และคุณคิดว่าฉันจะยืนรอคุณอยู่ที่เดิมในขณะที่คุณไปสร้างครอบครัวใหม่กับผู้หญิงคนอื่น… แต่คุณลืมคิดไปอย่างหนึ่ง”

“อะ… อะไร?” ภัทรพึมพำถามเสียงสั่น

“คนที่ตกลงจะอยู่กับคุณ ไม่ใช่เพราะเธอไม่มีทางเลือกอื่น… แต่เป็นเพราะเธอเลือกที่จะให้โอกาสคุณต่างหาก” ฉันมองตรงเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของเขา “และเมื่อคุณทำลายโอกาสนั้นด้วยมือของคุณเอง คุณก็สูญเสียสิทธิ์ที่จะได้รับความรักจากฉันไปตลอดกาล”

“ไม่… ไม่จริง พิม! พี่ขอร้อง… กลับบ้านกับพี่เถอะนะ!” ภัทรเริ่มคุกเข่าลงกับพื้นท่ามกลางแขกเหรื่อที่ยืนมองดูด้วยสายตารังเกียจ ภาพลักษณ์ของนักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จและมั่นใจในตัวเอง พังทลายลงไม่เหลือชิ้นดีในเวลาไม่กี่นาที

แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากฉันอีกต่อไป

ธนาโอบไหล่ฉันเบาๆ แล้วหันไปพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย “เชิญแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้ออกจากพื้นที่รีสอร์ตทันที และถ้าเขายังกล้าเข้ามาวุ่นวายอีก ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด”

“ครับท่าน!” บอดี้การ์ดสี่คนตรงเข้าหิ้วปีกภัทรที่ส่งเสียงโวยวายและร้องเรียกชื่อฉันซ้ำๆ ออกไปจากบริเวณงาน ร่างของเขาถูกลากออกไปจนกระทั่งเสียงนั้นค่อยๆ เงียบหาย,ลับตาไป เหลือไว้เพียงความเงียบสงบและลมทะเลที่พัดผ่านเข้ามาเบาๆ

เสียงปรบมือเบาๆ และรอยยิ้มแสดงความยินดีจากแขกเหรื่อรอบตัวดังขึ้น ดนตรีบรรเลงบทเพลงแห่งความสุขเริ่มบรรเลงอีกครั้ง ธนาหันมามองหน้าฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น

“จบลงสักทีนะครับ” ธนากระซิบเบาๆ

ฉันพยักหน้ารับ พร้อมกับคลี่ยิ้มกว้างออกมาจากใจจริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

แสงแดดจ้าสาดส่องลงมาบนผืนน้ำทะเลประกายระยิบระยับ ฉันก้าวเดินไปข้างหน้าเคียงข้างผู้ชายที่เห็นคุณค่าและให้เกียรติฉันอย่างแท้จริง บทเรียนราคาแพงของภัทรทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า ชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องของการอดทนให้ใครมาเหยียบย่ำ แต่คือการเลือกอยู่กับคนที่พร้อมจะเดินเคียงข้างกันในยามสุขและยามทุกข์ โดยไม่มีคำว่า “ของตาย” อยู่ในพจนานุกรมของความรักอีกต่อไป

และสำหรับฉัน… เรื่องราวบทใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างแท้จริง

Leave a Comment