Part 3: ทิ้งดีลธุรกิจ 600 ล้านบาท! เมื่อเห็นอดีตภรรยาต้องมานั่งนับเหรียญซื้อขนมให้ลูกแฝด ขณะที่แม่แท้ๆ เสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทอง! พอโทรไปถาม กลับได้รับคำตอบว่า: “แม่ทำเพื่อปกป้องสมบัติของเรา!” แต่เอกสารลับบางฉบับกลับขุดคุ้ยความลับที่ไม่มีใครคาดคิด!

Part 3

สายฝนโปรยปรายลงมาช้าๆ บนย่านชุมชนฝั่งธนบุรี บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงน้ำฝนกระทบหลังคาสังกะสีของร้านเบเกอรี่เล็กๆ ของลุงมั่น นาโอมิกำลังช่วยตรวจสมุดการบ้านของนักเรียนท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัว ขณะที่เด็กชายต้นกล้าและอี้กำลังนั่งต่อเลโก้กันอย่างสนุกสนานบนเสื่อผืนเก่า

ทันใดนั้น เสียงรถหรูคันใหญ่ราคารាប់ล้านบาทก็แล่นมาจอดเทียบท่าหน้าร้านอย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของปรเมศวร์ที่ก้าวลงมาโดยไม่สนใจว่าเสื้อสูทราคาแพงจะเปียกฝน เขาเดินตรงดิ่งมาที่ประตูร้านด้วยหัวใจที่เต้นรัวระรัว

เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ทำให้ทุกคนภายในร้านหันไปมอง

นาโอมิลุกขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าเป็นใคร หัวใจของเธอก็เต้นกระหน่ำด้วยความตกใจและหวาดกลัวอดีตสามีผู้เย็นชาคนนั้น เธอกวักมือเรียกให้ลูกแฝดไปหลบอยู่ข้างหลังทันที

“ปรเมศวร์? คุณมาที่นี่ทำไม?” นาโอมิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย แต่แววตายังคงมีความแข็งกร้าวปกป้องลูก

ปรเมศวร์ผลักประตูเข้ามาในร้าน ดวงตาคมกريบมองสำรวจไปทั่วร่างของอดีตภรรยาและเด็กชายฝาแฝดทั้งสองคนที่หน้าตาเหมือนเขาราวกับถอดแบบออกมา ภาพความลำบากที่พวกเขาต้องเผชิญฉายชัดขึ้นมาในหัวจนทำให้เขารู้สึกจุกที่ลำคอ

เขาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว แต่นาโอมิกลับถอยหลังหนี พร้อมกับเอ่ยเตือนเสียงแข็ง “อย่าเข้ามานะ! คุณต้องการอะไรอีก? เราหย่ากันขาดแล้วไม่ใช่เหรอ คุณเอาชีวิตและความสุขของฉันไปหมดแล้ว ยังต้องการอะไรจากเราอีก?!”

ปรเมศวร์หยุดยืนนิ่ง น้ำตาที่กลั้นไว้มานานไหลรินอาบแก้มอย่างไม่อายใคร เขาคุกเข่าลงช้าๆ ต่อหน้าอดีตภรรยา ท่ามกลางความตกตะลึงของนาโอมิและลูกแฝดทั้งสอง

“นาโอมิ… ผมขอโทษ” เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์

“คุณ… คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย? ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!” นาโอมิตกใจทำอะไรไม่ถูก เธอมองหน้าลูกชายทั้งสองที่กำลังยืนงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ผมรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว… เรื่องจดหมาย เรื่องการตั้งครรภ์ เรื่องที่คุณพยายามติดต่อผมแต่ถูกแม่ของผมปิดบังไว้ทั้งหมด” ปรเมศวร์เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง “ผมมันโง่เง่าเอง… ผมปล่อยให้ความโลภและคำสั่งของคนอื่นมาทำลายครอบครัวของเรา ทำให้คุณและลูกต้องมาลำบากอยู่แบบนี้”

เด็กชายต้นกล้าขยับเข้ามาใกล้แม่เล็กน้อย พลางเอ่ยถามด้วยเสียงใสซื่อ “คุณลุงเป็นใครเหรอครับ? ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ?”

เมื่อปรเมศวร์ได้ยินเสียงของต้นกล้า หัวใจของเขาก็ละลายกลายเป็นจุล เขาหันไปมองเด็กชายทั้งสอง ค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปลูบศีรษะของลูกชายด้วยความรักและโหยหาที่อัดแน่นมานานห้าปีเต็ม

“พ่อเองครับ… ลูกรัก พ่อคือพ่อนะ” ปรเมศวร์เสียงสั่นเครือ

นาโอมิน้ำตาซึม เธอกัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเจ็บปวด เสียใจ และโกรธแค้นที่สะสมมานานห้าปีระเบิดออกมาเป็นหยดน้ำตา “ตอนนี้มาพูดคำว่าพ่อเนี่ยนะ? ปรเมศวร์… คุณรู้ไหมว่าวันที่ฉันคลอดลูกสองคนนี้โดยไม่มีใครเหลียวแล วันที่พวกเขาป่วยหนักจนฉันแทบไม่มีเงินซื้อยา ฉันต้องผ่านมันมาได้ยังไง? ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหน? คุณกำลังฉลองความสำเร็จและอยู่กับความหรูหราไม่ใช่เหรอ!”

“ผมรู้… ผมรู้ว่าผมมันเลวแค่ไหนนาโอมิ” ปรเมศวร์เอื้อมมือไปจับมือเรียวบางของเธอไว้แน่น แม้เธอจะพยายามสะบัดหนีแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย “แต่ขอโอกาสให้ผมได้แก้ไขเรื่องทั้งหมดได้ไหม? ให้ผมได้ดูแลพวกคุณ ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อที่ขาดหายไป… กลับบ้านกับผมนะ”

ภายในร้านตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงตกกระทบพื้นด้านนอก นาโอมิมองหน้าอดีสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและทรงอิทธิพล แต่ในตอนนี้กลับคุกเข่าขอร้องเธอด้วยความจริงใจ แววตาของเขาไม่มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความรักและความสำนึกผิด

เธอก้มมองลูกแฝดทั้งสองคนที่กำลังมองหน้าเธอสลับกับชายแปลกหน้าที่บอกว่าเป็นพ่อ เด็กๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาใสซื่อนั้นเต็มไปด้วยความหวังลึกๆ ที่พวกเขาก็โหยหามาตลอด

นาโอมิสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เธอดึงมือกลับเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่น

“ปรเมศวร์… การที่เราจะกลับไป ไม่ใช่เพราะเงิน ไม่ใช่เพราะความหรูหราในคฤหาสน์ของคุณ… แต่ถ้าคุณอยากให้พวกเรากลับไปจริงๆ คุณต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า คุณสามารถปกป้องพวกเราจากคนในครอบครัวของคุณได้ และคุณจะไม่ทำให้ลูกๆ ต้องเสียใจอีกเป็นครั้งที่สอง”

ปรเมศวร์ได้ยินดังนั้น แววตาก็เปล่งประกายความหวังขึ้นมาทันที เขารีบพยักหน้ารัวๆ ด้วยความมุ่งมั่น “ผมสัญญา! ผมขอเอาชีวิตและเกียรติทั้งหมดของผมเป็นเดิมพัน ว่าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายพวกคุณอีกแม้แต่ปลายเล็บ!”

หกเดือนต่อมา…

คฤหาสน์ตระกูลปรเมศวร์ไพศาลกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เสียงหัวเราะของเด็กชายฝาแฝด “ต้นกล้า” และ “อี้” ดังลั่นไปทั่วสวนหลังบ้าน คุณหญิงรสรินจำต้องยอมรับความจริงและเปิดใจรับลูกสะใภ้กับหลานชายทั้งสอง หลังจากที่ปรเมศวร์ยื่นคำขาดเด็ดขาดและตัดสิทธิ์การบริหารงานบางส่วนของผู้เป็นแม่จนไม่มีทางเลือกอื่น

ณ ห้องรับแขกหรูหรา ปรเมศวร์นั่งลงบนโซฟาโอบกอดนาโอมิและลูกแฝดไว้ในอ้อมแขน พร้อมด้วยรอยยิ้มที่แท้จริงซึ่งเขาไม่เคยมีมานานหลายปี

โลกใบนี้อาจเต็มไปด้วยเงินตรา อำนาจ และการทรยศหักหลัง แต่สำหรับปรเมศวร์แล้ว ความสุขที่แท้จริงไม่ใช่ตัวเลขหรอก แต่คือการได้กอดคนที่เขารักที่สุดไว้ในอ้อมแขน และเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาในค่ำคืนที่ฝนหยุดตกและมีแสงดาวทอประกายงดงามบนท้องฟ้า

Leave a Comment