ภาคទី 3: บทสรุปแห่งหัวใจและการเริ่มต้นใหม่ (จบ)
ผ่านไปสามสัปดาห์หลังจากคืนนั้น บรรยากาศในบริษัท Northstar Technologies (สาขากรุงเทพฯ) เต็มไปด้วยความตึงเครียด ข่าวลือเรื่องการถูกเทคโอเวอร์อย่างไม่เป็นมิตรแพร่สะพัดไปทั่วทุกแผนก พนักงานเริ่มกังวลเรื่องความมั่นคงในการทำงาน ขณะที่ฉันเองก็ตกเป็นเป้าสายตาของบอร์ดบริหารบางคนที่ภักดีต่อฝั่งพี่ชายของคิมหันต์
เช้าวันจันทร์ที่ฝนตกพรำ ๆ ฉันถูกเรียกตัวไปที่ห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุด ซึ่งมีคณะกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เมื่อฉันเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้ต้องชะงัก
คิมหันต์ยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะประชุม สีหน้าของเขาเรียบเฉยและเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหิน แต่วับตาที่มองมาที่ฉันมีความกังวลฉายชัดอยู่ชั่วพริบตา ด้านข้างของเขาคือชายวัยไล่เลี่ยกัน หน้าตาคล้ายคลึงกันอย่างกับแกะ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และความริษยา—นั่นคือ “คธา” พี่ชายแท้ ๆ ของคิมหันต์
“อ๋อ… นี่สินะพนักงานระดับล่างที่ท่าน CEO คนเก่งของเราเอาอกเอาใจเป็นพิเศษถึงขั้นพาไปกินข้าวริมแม่น้ำทุกคืน?” คธายิ้มเยาะด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางโยนแฟ้มเอกสารชุดหนึ่งลงบนโต๊ะ
“คุณคธา กรุณาอย่าล้ำเส้นเรื่องส่วนตัว” คิมหันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำและทรงพลัง แววตาดุดันจนคธาชะงักไปเล็กน้อย
“ส่วนตัวเหรอคิม? หึ! แกกำลังเอาความลับทางการค้าและแผนงานโปรเจกต์ใหม่ไปให้ผู้หญิงคนนี้อ่านเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวต่างหาก เอกสารนี่คือหลักฐานว่าเธอแอบคัดลอกข้อมูลสำคัญส่งให้คู่แข่ง!” คธาชี้มาที่ฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม
เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบโต๊ะประชุม บอร์ดบริหารบางคนเริ่มแสดงความไม่พอใจ
ฉันหันไปมองหน้าคิมหันต์ หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจและโกรธแค้นกับข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จ ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนั้นเลย! แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากพูดแก้ต่าง คิมหันต์ก็ยกมือขึ้นห้าม
เขาก้าวช้า ๆ เดินอ้อมโต๊ะประชุมมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ ฉัน ร่างสูงใหญ่ของเขาแผ่รังสีความน่าเกรงขามจนห้องประชุมทั้งห้องเงียบกริบในพริบตา
“พี่คิดว่าแผนตื้นๆ แค่นี้จะล้มฉันได้จริงๆ เหรอ คธา?” คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่น่ากลัว
เขากดรีโมทคอนโทรลในมือ ภาพบนจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลังห้องก็เปลี่ยนไป จากเอกสารปลอมที่คธานำมากล่าวหาฉัน กลายเป็นคลิปวิดีโอวงจรปิดและบันทึกการโอนเงินสดจำนวนมหาศาลจากบัญชีของคธาไปยังบริษัทคู่แข่ง พร้อมกับหลักฐานการว่าจ้างแฮกเกอร์เพื่อเจาะระบบข้อมูลของบริษัท
คธาหน้าซีดเผือด สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกทันที
“นี่มัน… นี่มันบ้าอะไรวะ!” คธาสบถออกมาเสียงดัง
“หลักฐานการทุจริตครั้งใหม่ของพี่ และความพยายามทำลายบริษัทที่พ่อกับฉันร่วมกันสร้างขึ้นมา” คิมหันต์มองพี่ชายด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไร้เยื่อใย “ตำรวจรออยู่ข้างนอกแล้วคธา เลือกเอาว่าจะเดินออกไปดี ๆ หรือจะให้เจ้าหน้าที่ใส่กุญแจมือต่อหน้าบอร์ดบริหารทุกคน”
การประชุมจบลงอย่างรวดเร็วกว่าที่คิด คธาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวออกไปจากห้องท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน บรรยากาศที่เคยอึดอัดและมืดมนในตึกสำนักงานกลับมาสดใสขึ้นอีกครั้งราวกับพายุฝนได้ผ่านพ้นไป
ช่วงเย็นวันเดียวกัน ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพฯ เริ่มเปิดออก แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องผ่านกระจกใสของห้องทำงาน CEO ทอดเงาทองคำลงบนพื้นห้อง
ฉันกำลังเก็บแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน จู่ ๆ สัมผัสอุ่น ๆ ก็โอบกอดมาจากด้านหลัง อ้อมแขนของคิมหันต์โอบรอบเอวฉันไว้อย่างทะนุถนอม
“เหนื่อยไหมวันนี้?” เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูฉัน
ฉันส่ายหัวเบา ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า “ไม่เลยค่ะ… แต่ตกใจเกือบตายแน่ะ ทำไมคุณถึงไม่บอกแผนนี้กับฉันก่อนล่ะคะ ปล่อยให้ฉันลุ้นแทบแย่”
คิมหันต์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวฉันให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคมกริบคู่นั้นตอนนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความโล่งอก
“เพราะฉันอยากรู้ว่า… แม้ในวันที่ฉันตกเป็นรองและดูเหมือนจะสูญเสียทุกอย่าง คุณยังจะเลือกยืนอยู่เคียงข้างฉันไหม” เขาสบตาฉันตรง ๆ “และวันนี้ คุณพิสูจน์ให้เห็นแล้ว”
ฉันยิ้มกว้างขึ้น “ฉันบอกแล้วไงคะว่า ฉันไม่ได้สนใจเงินทองหรือตำแหน่ง CEO ของคุณเลย สิ่งที่ฉันสนใจคือหัวใจของคุณต่างหาก”
คิมหันต์ไม่พูดอะไรต่อ เขาก้มหน้าลงมาประกบเรียวปากอุ่นลงบนริมฝีปากของฉันอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง ความรักที่เริ่มต้นจากความบังเอิญหลังประตูกระจกฝ้า บัดนี้ได้ผ่านบททดสอบที่ยากลำบากที่สุด และเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตคู่ที่แท้จริง—ไม่ใช่ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง แต่ในฐานะคนสองคนที่เลือกหัวใจของกันและกันก่อนสิ่งอื่นใดทั้งหมด