ภาคที่ 3: บทสรุปและการชำระแค้น
เสียงกรีดร้องในหัวของฉันดังระเบิดราวกับมีระเบิดปรมาณูลงกลางอก ข่าวอาการป่วยวิกฤตของลูกชายกระแทกเข้าใส่หัวใจของคนเป็นแม่อย่างรุนแรงจนแทบยืนไม่ไหว ความโกรธแค้นที่มีต่อกรณ์มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยและความตระหนกสุดขีดที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
“ต้นกล้า? ลูกฉันเป็นอะไรนะแม่?!” ฉันพุ่งเข้าไปชะโงกหน้าคว้าโทรศัพท์มือถือจากมือของกรณ์ที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง
“เอม?! เอ็ง… เอ็งกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” เสียงแม่สามีสะอื้นไห้ที่ปลายสาย “ลูกเอ็งมันกินเค้กช็อกโกแลตที่อีผู้หญิงหน้าไม่อายคนนั้นส่งพัสดุมาฝากเด็กเมื่อวานนี้! ในเค้กมันมีส่วนผสมของถั่วลิเซียนที่น้องต้นกล้าแพ้อย่างรุนแรง แต่แม่ไม่รู้ นึกว่าขนมธรรมดา พอกินเข้าไปไม่นาน หน้าตาก็บวมเป่ง หายใจไม่ออก ช็อกหมดสติไป ตอนนี้อยู่ห้องไอซียูโรงพยาบาลในโคราช หมอยื้อชีวิตอยู่!”
ฉันหันขวับกลับไปจ้องหน้านัทด้วยดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยจิตสังหาร รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากตัวฉันจนทำให้นัทถอยหลังกรูดไปจนชิดหัวเตียงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“นัท… แกส่งเค้กผสมถั่วไปให้ลูกฉันกิน ทั้ง ๆ ที่แกรู้ดีว่าน้องต้นกล้าแพ้ถั่วลิเซียนอย่างรุนแรงตั้งแต่ตอนที่แกยังทำงานเป็นเลขาฯ บริษัทเราเนี่ยนะ?!” เสียงของฉันคำรามออกมาอย่างดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องลูกน้อย
นัทส่ายหน้าพัลวัน น้ำตาไหลพรากด้วยความกลัว “เปล่า… ม… ไม่นะพี่เอม หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูแค่… หนูแค่อยากส่งของขวัญไปเอาใจเด็กเฉย ๆ หนูจำไม่ได้ว่าน้องแพ้อะไรบ้าง!”
“โกหก!” ฉันพุ่งเข้าใส่ตัวนัทแล้วกระชากผมยาวของเธออย่างแรงจนเธอกรีดร้องลั่นห้อง แรงทั้งหมดที่สะสมมาสี่เดือนระเบิดออกมาในคราวเดียว ฉันตบหน้านัทซ้ำ ๆ ไปสองครั้งติดต่อกันจนหน้าของเธอหันไปตามแรงเหวี่ยง “แกจงใจ! แกอยากกำจัดลูกฉันเพื่อจะได้ครอบครองทุกอย่างกับผัวชั่วๆ ของฉันใช่ไหม?!”
“ช่วยด้วย! กรณ์ ช่วยฉันด้วย!” นัทกรีดร้องโหยหวนพยายามปัดป้อง
กรณ์ได้สติ รีบเข้ามาดึงตัวฉันให้ออกห่างจากนัท “เอม! พอได้แล้ว! ลูกกำลังแย่นะ จะมาตบตีกันตอนนี้เพื่ออะไรวะ รีบไปที่รถแล้วขับรถไปโคราชด้วยกันสิ!”
ฉันสะบัดแขนของกรณ์ออกอย่างแรงจนเขากระเด็นไปชนโต๊ะเครื่องแป้งกระจกแตกกระจาย “ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันทั้งคู่! จำไว้เลยนะ กรณ์ นัท… ถ้าลูกฉันเป็นอะไรไปแม้แต่เส้นผมเดียว ฉันจะลากพวกแกเข้าคุกชดใช้กรรมให้สาสมในทุก ๆ เรื่อง ทั้งยักยอกทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสาร และพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนา!”
ฉันไม่รอช้า คว้ากระเป๋าถือและกุญแจรถยนต์ส่วนตัวที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง วิ่งตะบึงออกจากห้อง Unit 302 ลงบันไดหนีไฟด้วยความเร็วสูงสุด หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก น้ำตาที่อั้นไว้ในตอนแรกไหลทะลักออกมาอาบแก้มตลอดทาง แต่ฉันไม่มีเวลามาอ่อนแอ ฉันต้องไปให้ถึงตัวลูกชายให้เร็วที่สุด
ระหว่างขับรถมุ่งหน้าสู่ถนนสายตะวันออกเฉียงเหนือด้วยความเร็วเกินกำหนด ฉันไม่ได้นิ่งนอนใจปล่อยให้เรื่องนี้จบลงแค่นี้ มือข้างหนึ่งขับรถ อีกมือหนึ่งโทรศัพท์หาทนายความส่วน บริษัทกฎหมายที่เก่งที่สุดในกรุงเทพฯ ทันที
“สวัสดีค่ะทนายวิชัย ฉันเอมนะคะ ดิฉันต้องการฟ้องหย่าขาดจากสามีทันทีโดยเรียกร้องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรแต่เพียงผู้เดียว และต้องการดำเนินคดีอาญาข้อหาปลอมแปลงลายเซ็นเอกสารกู้ยืมเงินธนาคารมูลค่าสิบล้านบาท รวมถึงแจ้งความข้อหาพยายามฆ่าบุคคลในครอบครัวด้วยค่ะ ส่งหลักทั้งหมดไปที่อีเมลคุณได้เลยใช่ไหมคะ? ดีมากค่ะ พรุ่งนี้เช้าเราเจอกันที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง!”
ฉันกดวางสายพร้อมกับเหยียบคันเร่งรถยนต์พุ่งทะยานผ่านความมืดของค่ำคืนไปอย่างไม่คิดชีวิต
สี่เดือนที่ฉันต้องทนลำบากตรากตรำทำงานหนักในต่างจังหวัดเพื่อสร้างอนาคตครอบครัว มันถูกทำลายลงในพริบตาโดยความเห็นแก่ตัวของสามีและชู้รัก แต่วันนี้ หน้ากากของคนทรยศถูกกระชากออกจนหมดเปลือกแล้ว และพวกมันจะต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไปอย่างสาสมที่สุดทุกบาททุกสตางค์และทุกหยดน้ำตา!
ท้องถนนเบื้องหน้ายาวไกล แต่เป้าหมายในใจของฉันชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ… ลูกต้องปลอดภัย และอนาคตของฉันกับลูกจะต้องกลับคืนมาโดยไม่มีผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้เข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไปชั่วนิรันดร์