ตอนที่ 3: บทอวสานของตราบาปและชีวิตใหม่ (Part 3 – END)
การปฏิเสธอย่างเลือดเย็นของพิมพ์ดาวทำให้ธนินแทบเสียสติ เขายังคงปักหลักอยู่ที่ลอนดอนอีกเกือบหนึ่งเดือน พยายามส่งดอกไม้ ของขวัญ และข้อความขอโทษนับร้อยข้อความไปหาเธอ แต่ผลลัพธ์คือสิ่งของเหล่านั้นถูกส่งคืนกลับมาทั้งหมด ส่วนข้อความของเขาก็ไม่เคยได้รับการเปิดอ่าน จนกระทั่งทนายความส่วนตัวของพิมพ์ดาวนำเอกสารการหย่าฉบับสมบูรณ์มาส่งมอบให้เขาถึงโรงแรม พร้อมคำเตือนทางกฎหมายว่าหากเขายังคงตามรังควานหรือเข้าใกล้เธอในระยะหนึ่งร้อยเมตร เธอจะยื่นฟ้องศาลทันที
ในที่สุด ธนินจำต้องเซ็นใบหย่าด้วยมือที่สั่นเทา เขาเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในสภาพของคนที่วิญญาณหลุดลอย แต่สิ่งที่รอคอยเขาอยู่กลับไม่ใช่ความสงบสุข หากแต่เป็นหายนะทางธุรกิจและครอบครัวที่กำลังปะทุขึ้น
ข่าวการเสียชีวิตของลูกสาวมหาเศรษฐีเพราะพ่อมัวแต่ไปปรนเปรอหญิงอื่นกลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงสังคมชั้นสูง ภาพลักษณ์ของกลุ่มบริษัทวรโชติเมธาเสื่อมเสียอย่างรุนแรง หุ้นของบริษัทดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง พันธมิตรทางธุรกิจหลายรายเริ่มถอนตัวเพราะไม่ไว้วางใจในความรับผิดชอบของเขา มิหนำซ้ำ อรินทร์ที่ถูกเขาขับไล่ยังได้ร่วมมือกับอดีตผู้บริหารที่ทรยศ นำข้อมูลลับทางการค้าของบริษัทไปเปิดเผยให้แก่คู่แข่ง เพื่อแก้แค้นที่เขาเฉดหัวเธอทิ้ง
“อรินทร์! คุณทำแบบนี้ได้ยังไง!” ธนินบุกไปเผชิญหน้ากับเธอที่คอนโดมิเนียมหรู
อรินทร์หัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่ง “ทำไมฉันจะทำไม่ได้ล่ะคะธนิน? ในเมื่อคุณเขี่ยฉันทิ้งเหมือนขยะ ฉันก็ไม่มีความจำเป็นต้องภักดีกับคุณอีกต่อไป! คุณคิดว่าที่ผ่านมาฉันรักคุณจริง ๆ เหรอ? ฉันรักเงินและอำนาจของคุณต่างหากล่ะ! แต่คุณกลับทิ้งฉันไปคุกเข่าขอทานความรักจากนังพิมพ์ดาว… คุณมันน่าสมเพช!”
ตำรวจเข้ามาควบคุมตัวอรินทร์ในเวลาต่อมาในข้อหาจารกรรมข้อมูลทางธุรกิจและการฉ้อโกง แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นบีบให้ธนินต้องขายหุ้นส่วนใหญ่ในโรงแรมและสายการเดินเรือเพื่อพยุงบริษัทให้รอดพ้นจากการล้มละลาย อาณาจักรธุรกิจที่เขาทุ่มเทสร้างมาทั้งชีวิตพังทลายลงไปเกือบครึ่งหนึ่ง
แต่ความสูญเสียทางทรัพย์สินยังเทียบไม่ได้เลยกับความทรมานในจิตใจ ทุกค่ำคืน ธนินจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมกับเสียงร้องไห้ของเด็กที่ดังก้องอยู่ในหู เขาเดินสำรวจคฤหาสน์อันกว้างใหญ่ที่ไร้ผู้คน มีเพียงความมืดและขวดสุราเป็นเพื่อน เขากลายเป็นคนติดแอลกอฮอล์เพื่อหนีจากความจริง แต่ภาพของน้องพราวที่ยืนรอพ่ออยู่ที่ประตูโรงเรียน และภาพแววตาไร้ความรู้สึกของพิมพ์ดาวก็ยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่ทุกลมหายใจ
ในขณะเดียวกัน ที่กรุงลอนดอน…
ฤดูใบไม้ผลิเวียนมาบรรจบ สวนสาธารณะรีเจนท์สปาร์ก (Regent’s Park) เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสันที่กำลังเบ่งบาน แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมาต้องผิวกาย พิมพ์ดาวในชุดกระโปรงเรียบง่ายกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ ในมือของเธอถือสมุดสเก็ตช์ภาพที่วาดรูปใบหน้าเปื้อนยิ้มของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง
งานใหม่ของเธอในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศดำเนินไปด้วยดี เธอได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงานและความสามารถของเธอก็เฉิดฉายอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เธอได้ค้นพบความสงบในใจอีกครั้ง
พิมพ์ดาวลุกขึ้นเดินไปยังริมสระน้ำ เธอหยิบขวดแก้วใบเล็กที่มีริบบิ้นสีขาวผูกไว้ ข้างในคือส่วนหนึ่งของเถ้ากระดูกของน้องพราวที่เธอตั้งใจนำมาโปรยลงสู่ธรรมชาติอันสวยงามและสงบสุขแห่งนี้
“พราวลูกรัก…” พิมพ์ดาวกระซิบบอกสายลมเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักอันบริสุทธิ์ “แม่อยู่ตรงนี้แล้วนะลูก แม่เข้มแข็งขึ้นแล้ว และแม่สัญญาว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขเพื่อหนู… หนูไม่ต้องรอใครอีกแล้วนะลูก หลับให้สบายในอ้อมกอดของธรรมชาติอันอบอุ่นนี้นะคะ”
ละอองสีขาวละเอียดค่อย ๆ ลอยล่องไปตามสายลม ก่อนจะร่วงหล่นลงสู่น้ำใสและผืนหญ้าเขียวขจี ราวกับนางฟ้าตัวน้อยได้โบยบินกลับคืนสู่สรวงสวรรค์ พิมพ์ดาวสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด เธอไม่ได้รู้สึกถึงความแค้น ไม่ได้รู้สึกถึงความเกลียดชังต่อธนินอีกต่อไป สำหรับเธอ ธนินได้กลายเป็นเพียงอดีตที่ตายไปพร้อมกับความทรงจำอันเจ็บปวดแล้ว
ตัดกลับมาที่กรุงเทพฯ…
หลายปีผ่านไป คฤหาสน์ของตระกูลวรโชติเมธาดูทรุดโทรมลงตามกาลเวลา ธนินในวัยกลางคนที่ผมเริ่มหงอกขาวและดูแก่กว่าวัย นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกในสวนที่รกร้าง ในมือของเขาถือสร้อยข้อมือเส้นเล็ก ๆ ของเล่นชิ้นสุดท้ายที่น้องพราวเคยทำไว้ให้เขา
เขาเปิดโทรศัพท์ดูข่าวสังคมออนไลน์ และเห็นบทความสัมภาษณ์นักธุรกิจหญิงไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในระดับสากล ภาพของพิมพ์ดาวยืนยิ้มอย่างสง่างาม มีความสุข และมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องมีเขาอยู่เคียงข้าง
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงกระทบหลังมือที่เหี่ยวย่นของธนิน
เขาตระหนักได้อย่างลึกซึ้งแล้วว่า นรกไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล แต่มันคือการต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปพร้อมกับความจริงที่ว่า… เขาเคยมีสวรรค์อยู่ในมือ มีภรรยาที่แสนดีและลูกสาวที่น่ารัก แต่เขาเป็นคนโยนมันทิ้งไปด้วยมือของตัวเอง และเขาจะต้องแบกรับตราบาปนี้ ชดใช้กรรมด้วยความโดดเดี่ยวอ้างว้างไปจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิต.