ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์): เซอร์ไพรส์ราคาแพง และบทเรียนของคนเห็นแก่ตัว

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์): เซอร์ไพรส์ราคาแพง และบทเรียนของคนเห็นแก่ตัว

รุ่งเช้าเวลาประมาณแปดโมง แสงแดดอุ่นส่องกระทบหน้าบ้านเดี่ยวสองชั้น แม่นิดเดินบิดขี้เกียจออกมาจากห้องนอนใหญ่ในชุดนอนตัวเก่ง เธอตั้งใจจะเดินไปสั่งให้เมย์เตรียมอาหารเช้าและชงกาแฟให้เหมือนทุกวัน แต่เมื่อเดินลงมาถึงชั้นล่าง เธอกลับพบว่าบ้านทั้งหลังเงียบสนิท ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเมย์ เด่น และน้องรัน รวมถึงกระเป๋าเดินทางของแม่เพ็ญ ได้หายไปจนหมดเกลี้ยง เหลือเพียงเฟอร์นิเจอร์หลักที่แถมมากับสัญญาซื้อขายบ้านเท่านั้น

ทันใดนั้น มีเสียงดังโครมครามดังขึ้นที่บริเวณรั้วหน้าบ้าน แม่นิดขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด รีบเดินก้าวยาวๆ ออกไปดูที่หน้าประตูรั้ว

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เธอถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ ช่างสองคนกำลังช่วยกันขันน็อตยึดป้ายไวนิลขนาดใหญ่ติดไว้กับเสารั้วเหล็กดัด ตัวหนังสือสีแดงเข้มเด่นตระหง่านตัดกับพื้นสีขาว เขียนไว้ชัดเจนว่า:

“บ้านหลังนี้ขายแล้ว! (SOLD OUT) กรรมสิทธิ์เป็นของ บริษัท พีพี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด ห้ามผู้ใดบุกรุก มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด”

ยังไม่ทันที่แม่นิดจะหายตกตะลึง รถตู้สีขาวคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้าน ชายหนุ่มวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานก้าวลงมาจากรถ พร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองนายและทนายความประจำบริษัท

“คุณคือคุณนิดใช่ไหมครับ?” ทนายความเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่น “พวกเราได้รับมอบหมายจากเจ้าของกรรมสิทธิ์คนใหม่ ให้เข้ามาดูแลและตรวจรับมอบพื้นที่ เนื่องจากคุณเด่นและคุณเมย์ได้ทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้”

“มะ…ไม่จริง! บ้านหลังนี้เป็นบ้านของลูกชายฉัน! ใครจะกล้าขาย!” แม่นิดกรีดร้องเสียงหลง หน้าซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด

“คุณเด่นและคุณเมย์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวครับ และทางเราได้รับคำสั่งให้เคลียร์พื้นที่ทั้งหมดภายในวันนี้ตามข้อตกลงในสัญญา” ทนายความยื่นสำเนาเอกสารสิทธิ์และหนังสือมอบอำนาจให้เธอดู “ทางเราอนุญาตให้คุณเก็บเฉพาะเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวออกไปได้เท่านั้น ส่วนเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด รวมทั้งแอร์และตู้เย็น เป็นทรัพย์สินที่ขายควบรวมไปแล้วครับ”

ในจังหวะนั้นเอง น็อตซึ่งเพิ่งตื่นนอนและขับรถมอเตอร์ไซค์แวะมาหาแม่เพื่อจะขอเงินกินข้าวเช้า ก็เบรกเอี๊ยดที่หน้าบ้าน เขาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาแม่ด้วยความตื่นตระหนก

“แม่! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย! ทำไมมีป้ายขายบ้านมาติดหน้าบ้านเราได้!” น็อตโวยวาย

“น็อต… โทรหาพี่ชายแกเดี๋ยวนี้! โทรหาไอ้เด่นเร็วเข้า!” แม่นิดมือสั่นจนกดโทรศัพท์ไม่ถูก

น็อตลนลานกดเบอร์โทรหาพี่ชายทันที เด่นกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท

“พี่เด่น! พี่ทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย! มีคนมาไล่แม่กับผมออกจากบ้าน! พี่แอบขายบ้านได้ยังไง!” น็อตตะโกนใส่สายสุดเสียง

เด่นตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ปราศจากความลังเล “บ้านหลังนั้นเป็นน้ำพักน้ำแรงของฉันกับเมย์ และเงินดาวน์ของแม่เพ็ญ ในเมื่อแม่นิดประกาศชัดเจนว่าคนนอกไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นั่น และแม่เพ็ญไม่มีสิทธิ์กินข้าวในบ้าน ฉันก็เลยคืนความยุติธรรมให้ทุกคน… ฉันขายบ้านหลังนั้นไปแล้ว และเอาเงินสดทั้งหมด คืนให้แม่เพ็ญพร้อมผลตอบแทนอย่างสาสม ส่วนที่เหลือ ฉันกับเมย์เอาไปซื้อบ้านสวนและที่ดินการเกษตรที่ขอนแก่น เรากำลังขับรถพาแม่เพ็ญกับน้องรันมุ่งหน้าไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มีความสุขที่นั่น”

“แล้วแม่ล่ะ! พี่ทิ้งแม่แท้ๆ ได้ยังไง!” น็อตแผดเสียง

“ฉันไม่ได้ทิ้ง” เด่นพูดต่อ “เงินบำนาญและเงินที่แม่ขายบ้านเก่าของแม่ แม่ก็ยกให้นายไปหมดแล้วนี่น็อต ในฐานะลูกรักที่แม่คอยปกป้องและจะยกมรดกให้ ตอนนี้นายก็ทำหน้าที่ลูกกตัญญูพาแม่ไปอยู่ด้วยสิ ส่วนค่ารักษาพยาบาลของแม่ ฉันจะโอนตรงเข้าบัญชีโรงพยาบาลให้ตามความจำเป็นในฐานะลูก แต่เรื่องที่อยู่อาศัย… มันเป็นหน้าที่ของนายกับแม่แล้ว”

“เด่น! ลูกจะทำกับแม่แบบนี้ไม่ได้นะ! แม่เป็นแม่แกนะ!” แม่นิดแย่งโทรศัพท์มาจากมือน็อตแล้วกรีดร้องทั้งน้ำตา

“แม่ครับ… วันที่แม่เอาโซ่ล็อกตู้เย็น แม่บอกว่า ‘คนนอกหัดรู้จักอดทนซะบ้าง’ วันนี้ผมแค่อยากให้แม่ได้เรียนรู้ว่า คนที่แม่ตราหน้าว่าเป็นคนนอก คือคนที่ให้ทุกอย่างกับครอบครัวเรา และคนที่แม่คิดจะฮุบบ้านให้ กลับไม่เคยสร้างอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว… ขอให้แม่มีความสุขกับลูกรักของแม่นะครับ”

ติ๊ด…

เด่นตัดสายไปในทันที ไม่เปิดโอกาสให้แม่นิดได้พูดอะไรอีกต่อไป

แม่นิดเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งร้องไห้โฮอยู่กับพื้นซีเมนต์หน้าบ้าน สายตาของเพื่อนบ้านในละแวกนั้นเริ่มโผล่ออกมาดูเหตุการณ์ด้วยความเวทนาปนสมเพช ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ดีถึงพฤติกรรมความร้ายกาจและความตระหนี่ถี่เหนียวที่แม่นิดเคยปฏิบัติต่อสะใภ้และแม่ยาย

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเริ่มทยอยยกกล่องใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ของแม่นิดออกมากองไว้นอกรั้วบ้าน ประตูรั้วเหล็กดัดถูกปิดลงและคล้องด้วยโซ่เส้นใหม่ของเจ้าของบ้านคนใหม่—เป็นโซ่ที่ใหญ่และแน่นหนากว่าโซ่ที่เธอเคยใช้คล้องตู้เย็นหลายเท่านัก

น็อตยืนกุมขมับด้วยความเครียดจัด หอพักรูหนูของเขาไม่มีที่แม้แต่จะวางเตียงเพิ่ม แถมเงินติดตัวก็ร่อยหรอ เขาเริ่มหันไปต่อว่าแม่ของตัวเองที่สร้างเรื่องจนทำให้หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง สองแม่ลูกที่เคยร่วมมือกันเอาเปรียบคนอื่น บัดนี้ยืนทะเลาะและกรีดร้องใส่กันเองท่ามกลางสายตาของผู้คน

ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร บนถนนมิตรภาพที่มุ่งหน้าสู่อีสาน รถครอบครัวคันอบอุ่นของเด่นและเมย์กำลังแล่นไปข้างหน้าอย่างราบรื่น เสียงหัวเราะของน้องรันและรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขของแม่เพ็ญสะท้อนอยู่ในกระจกมองหลัง บ้านสวนหลังใหม่ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ รวงข้าวสีทอง และความรักที่แท้จริง กำลังรอต้อนรับพวกเขาอยู่ข้างหน้า ปราศจากความโลภ ความริษยา และโซ่ตรวนแห่งความเห็นแก่ตัวอีกต่อไป.

Leave a Comment