Part 3: บทอวสานงูเห่า และบทเรียนราคาแพง
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัวอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างเคียดแค้นของโบว์ที่นอนพังพาบอยู่กับพื้น พี่กล้าเดินเข้ามายืนเคียงข้างฉัน มือหนาของเขาวางลงบนไหล่ฉันอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลมและส่งผ่านความอบอุ่นที่มั่นคง สายตาของเขามองลงไปยังผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวภรรยาด้วยความสมเพชเวทนาอย่างที่สุด
“หมดเวลาละครสัตว์ของเธอแล้ว บงกช” พี่กล้าเอ่ยชื่อจริงของเธอด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ตลอดเวลาที่เธอพยายามแก้ผ้าเดินเฉียดพี่ ทำเสียงออดอ้อนน่ารังเกียจ เธอคิดว่าพี่รู้สึกมีอารมณ์หรือหวั่นไหวเหรอ? เปล่าเลย… พี่เห็นแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียนเหมือนเห็นหนอนแมลงวันไต่ตอมอาหารบูด”
คำพูดของพี่กล้าเหมือนมีดกรีดซ้ำลงบนใบหน้าและศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่น้อยนิดของโบว์ เธอเงยหน้าขึ้นมองพี่กล้าด้วยสายตาอาฆาตแค้น แต่พี่กล้าไม่แม้แต่จะกระพริบตา
“คนเราจะรักและเลือกใครมาเป็นคู่ชีวิต ไม่ได้ดูกันแค่ที่ความขาวหรือความสาวหรอกนะโบว์” พี่กล้าพูดต่ออย่างช้า ๆ แต่เชือดเฉือน “ภามีสิ่งที่เธอไม่มีวันมี… ภามีความซื่อสัตย์ มีเกียรติ รู้จักทำมาหากิน และมีความรักที่บริสุทธิ์ ส่วนเธอ… มีแต่ความริษยา ต่ำตม และใจคอที่คดโกง ต่อให้เธอแก้ผ้าเดินเปลือยกายต่อหน้าพี่ พี่ก็ไม่มีวันลดตัวลงไปแตะต้องผู้หญิงสกปรกแบบเธอแม้แต่ปลายเล็บ!”
“พวกแก… พวกมึงสองคนอย่าคิดว่าจะรอดไปได้นะ!” โบว์เริ่มคลุ้มคลั่ง สรรพนามเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอพยายามจะลุกขึ้นยืน ชี้หน้าด่าเราสองคน “กูจะไปบอกแม่! กูจะโพสต์ประจานลงเฟซบุ๊กว่าพวกมึงรังแกกู ขับไล่ไสส่งกู จะดูสิว่าสังคมจะมองคนดีมีศีลธรรมอย่างพวกมึงยังไง!”
“อยากทำอะไรก็เชิญตามสบาย”
ฉันก้าวออกไปข้างหน้า ยืนประจันหน้ากับเธออย่างไม่เกรงกลัวอีกต่อไป ความอ่อนแอ ความสงสาร และสายสัมพันธ์พี่น้องที่ฉันเคยยึดถือ ได้ขาดสะบั้นลงไปพร้อมกับฝ่ามือที่ฟาดลงบนหน้าของเธอเมื่อครู่แล้ว
“แต่ก่อนที่แกจะไปโพสต์อะไร… ฟังสิ่งที่พี่จะบอกให้ดี” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบที่สุดในชีวิต “กล้องวงจรปิดในบ้านตัวนี้… ที่ติดอยู่ตรงมุมเพดานห้องครัว”
ฉันชี้นิ้วขึ้นไปที่กล้องวงจรปิดขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่เหนือตู้กับข้าว โบว์มองตามนิ้วฉัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกอีกระลอก
“พี่กล้าติดระบบบันทึกภาพและเสียงความละเอียดสูงไว้ตั้งแต่วันแรกที่แกเริ่มทำพฤติกรรมอุบาทว์ ทุกครั้งที่แกนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินยั่ว ทุกคำพูดอัปปรีย์ที่แกสารภาพออกมาเมื่อกี้เรื่องจะแย่งผัวพี่ เรื่องสร้างเรื่องตบทรัพย์ไอ้เอก… ทั้งภาพและเสียงมันถูกบันทึกส่งตรงเข้าไปในคลาวด์หมดแล้ว”
พี่กล้าหยิบสมาร์ตโฟนของตัวเองขึ้นมา โชว์หน้าจอที่มีคลิปวิดีโอแสดงภาพเหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้น
“ถ้าแกคิดจะเปิดปากใส่ร้ายฉันกับพี่กล้าแม้แต่คำเดียว หรือถ้ามีโพสต์บ้าบอของแกโผล่ขึ้นมาบนโซเชียลแม้แต่บรรทัดเดียว…” ฉันเน้นเสียงหนักแน่นทุกลำคำ “คลิปพวกนี้จะถูกส่งตรงไปให้ตำรวจดำเนินคดีข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์และหมิ่นประมาททันที และฉันจะส่งต่อให้ญาติทุกคนในตระกูลรวมถึงแม่ ให้ทุกคนได้เห็นกับตาตัวเองว่า ‘ลูกสาวคนโปรด’ มีสันดานแท้จริงยังไง!”
“อย่านะพี่ภา! อย่าทำแบบนั้น!” โบว์กรีดร้อง คราวนี้ความกลัวเกาะกุมจิตใจของเธอจริง ๆ เธอรู้ดีว่าถ้าคลิปนี้หลุดออกไป เธอจะไม่เหลือที่ยืนในสังคม หน้าตาและชีวิตที่เธอพยายามสร้างภาพหรูหราจอมปลอมจะพังทลายลงในพริบตา
“ไสหัวไปซะ” ฉันออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด “ไปเก็บเสื้อผ้าของแก แล้วออกจากบ้านฉันไปเดี๋ยวนี้! ฉันให้เวลาแกสิบห้านาที ถ้ายังเห็นหน้าแกอยู่ในรั้วบ้านหลังนี้ ฉันจะโทรเรียกรปภ. หมู่บ้านกับตำรวจมาลากคอแกออกไปในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนนี้นี่แหละ!”
โบว์มองฉันด้วยแววตาสิ้นหวัง เมื่อตระหนักได้ว่าไม่มีทางสู้หรือต่อรองใด ๆ ได้อีกต่อไป เธอจึงรีบวิ่งกระเซอะกระเซิงขึ้นบันไดไปชั้นสองด้วยความทุกลักทุเล เสียงรื้อค้นข้าวของและโยนกระเป๋าดังโครมครามอยู่ด้านบน ไม่ถึงสิบนาที โบว์ก็ลากกระเป๋าเดินทางสองใบลงมาในสภาพสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์เก่า ๆ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและรอยฝ่ามือ
เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาฉันหรือพี่กล้าอีกเลย เธอรีบสาวเท้าก้าวออกจากประตูบ้านไปอย่างรวดเร็วราวกับหนีตาย
พี่กล้าเดินตามไปปิดประตูรั้วเหล็กหน้าบ้าน ลั่นดาลกุญแจแน่นหนา ก่อนจะเดินกลับเข้ามากอดฉันไว้แนบอก ฉันทิ้งน้ำหนักตัวลงในอ้อมกอดของสามี ปล่อยให้น้ำตาแห่งความโล่งใจและสะเทือนใจรินไหลออกมาเงียบ ๆ
“จบแล้วนะภา… ทุกอย่างผ่านไปแล้ว” พี่กล้ากระซิบปลอบ ลูบผมฉันเบา ๆ
ฉันพยักหน้าในอ้อมอกของเขา บทเรียนครั้งนี้มันเจ็บปวดและแสนสาหัส มันสอนให้ฉันรู้ว่า ‘สายเลือด’ ไม่ได้การันตีความซื่อสัตย์หรือความกตัญญูเสมอไป ความใจดีที่ไร้ขอบเขตก็ไม่ต่างอะไรกับการยื่นดาบให้คนอื่นมาแทงข้างหลังตัวเอง
วันนั้น เราสองคนช่วยกันถอดรหัสล็อกประตูดิจิทัลใหม่ทั้งหมด ทำความสะอาดห้องครัว และนั่งกินอาหารเช้าด้วยกันอย่างสงบสุขอีกครั้ง แม้จะมีรอยแผลเป็นในใจจากความทรงจำเลวร้าย แต่มันกลับทำให้ฉันตระหนักรู้ว่า สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่คือการมีคู่ชีวิตที่หนักแน่น ซื่อสัตย์ และพร้อมจะปกป้องครอบครัวไปด้วยกันอย่างแท้จริง.