ตอนที่ 3 (ตอนจบ)ฉันโดนไล่ออกเพราะหาว่าพูดภาษาอังกฤษไม่เป็น แต่พอฉันพูด 9 ภาษาในงานเลี้ยงส่ง ทั้งออฟฟิศที่เคยดูถูกถึงกับหน้าชาและอับอายต่อหน้าคนทั้งบริษัท
ตอนที่ 3 (ตอนจบ) ฉันไม่ปล่อยให้ความเงียบนั้นสูญเปล่า ฉันหันไปทางคณะตัวแทนจากโตเกียว แล้วเปลี่ยนโทนเสียงเป็นภาษาญี่ปุ่นระดับทางการชั้นสูง (เคโงะ) ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้เฉพาะในราชสำนักหรือการเจรจาระดับผู้นำองค์กร ฉันอธิบายโครงสร้างตลาดและความตั้งใจของทีมงานไทยอย่างลึกซึ้ง จนประธานชาวญี่ปุ่นถึงกับเบิกตากว้าง รีบลุกขึ้นโค้งคำนับให้ฉันด้วยความเคารพอย่างสูงสุด ยังไม่ทันที่คนในห้องจะได้ตั้งสติ ฉันกวาดสายตาไปยังกลุ่มนักลงทุนจากเซี่ยงไฮ้ แล้วเปล่งเสียงภาษาจีนกลางที่คมชัด หนักแน่น และถูกต้องตามหลักวรรณยุกต์อย่างไร้ที่ติ ฉันชี้แจงตัวเลขผลประโยชน์ร่วมกันที่ทางบริษัทเคยทำเอกสารผิดพลาดไว้ให้กระจ่างชัดในเวลาเพียงสองนาที ทำให้ตัวแทนชาวจีนพยักหน้าชื่นชมไม่หยุด จากนั้น เพื่อตอบรับกลุ่มทุนยุโรป ฉันสลับไปใช้ภาษาเยอรมันที่เด็ดขาด แม่นยำ ต่อด้วยภาษาสเปนที่พริ้วไหว ภาษาอิตาลีที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ และภาษารัสเซียที่ทรงพลัง ก่อนจะตบท้ายด้วยภาษาอาหรับสำเนียงมาตรฐานสำหรับคู่ค้าจากตะวันออกกลาง รวมทั้งหมดแปดภาษาต่างประเทศชั้นนำ ถูกร้อยเรียงออกมาอย่างไหลลื่น ต่อเนื่อง และสมบูรณ์แบบในเชิงวรรณศิลป์และการทูตธุรกิจ แขกต่างชาติทุกคนในห้องบอลรูมต่างลุกขึ้นยืนปรบมือด้วยความทึ่ง บางคนถึงกับส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ บนเวที คุณวิโรจน์ยืนอ้าปากค้าง หน้าถอดสีจนขาวซีดยิ่งกว่ากระดาษ ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ส่วนแพรวาที่ยืนอยู่ด้านล่าง บัดนี้หน้าชาดิก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว เล็บสีแดงที่เคยกรีดกรายจิกลงบนฝ่ามือตัวเองจนแน่น เจนนี่และเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่เคยหัวเราะเยาะฉัน ต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาด้วยความอับอายอย่างถึงที่สุด สุดท้าย ฉันหันกลับมามองคุณวิโรจน์และแพรวาตรงๆ แล้วยกไมโครโฟนขึ้นกล่าวภาษาที่เก้า — ภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชอันไร้ที่ติ นุ่มลึก และเปี่ยมด้วยอำนาจที่แท้จริง “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันเลือกที่จะนิ่งเงียบและทำงานอย่างถ่อมตน ไม่ใช่เพราะฉันไร้ความสามารถ แต่เพราะฉันเชื่อว่าคุณค่าของคนวัดกันที่ผลงานและความจริงใจ ไม่ใช่การโอ้อวดเปลือกนอกที่กลวงเปล่า” … Read more