ภาคที่ 3 (ตอนจบ)สามีหนีไปนอนโซฟาตอนตี 1:17 นาที ความจริงที่ทำให้ฉันเข่าทรุด… แม่ยายและสามีร่วมมือกันฮุบสมบัติ!

ภาคที่ 3 (ตอนจบ) รถยนต์หรูคันงามจอดเทียบหน้าบ้านในช่วงบ่ายแก่ๆ ฉันไม่ได้กลับมาคนเดียว แต่มาพร้อมกับตำรวจตระเวนระงับคดีเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ของธนาคาร และทนายความส่วนตัวที่ถือแฟ้มคดีหนาเตอะ เมื่อฉันไขกุญแจเปิดประตูบ้านเข้ามา เสียงหัวเราะสนุกสนานในห้องรับแขกก็ต้องหยุดชะงักลง ธีระ กานดา เด็กชายตัวน้อย และแม่ยายที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยกัน สะดุ้งตกใจเมื่อเห็นกลุ่มคนในเครื่องแบบก้าวเข้ามาในบ้านอย่างเป็นระเบียบ “เมลดา! นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทำไมพวกตำรวจถึงเข้ามาในบ้านเราได้!” ธีระลุกขึ้นยืนด้วยใบซีดเผือด สีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เขารีบกวาดสายตามองหน้าเจ้าหน้าที่สลับกับฉัน แม่ยายรีบวิ่งเข้ามาทำท่าจะโวยวาย “อีเมลดา แกพาใครมาบ้านวะ! อยากให้บ้านพังหรือไง ออกไปนะ!” ฉันยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก ก่อนจะส่งสัญญาณให้ทนายความก้าวออกมาข้างหน้า “เชิญนั่งก่อนเถอะค่ะ ธีระ… คุณแม่… เรามีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกันให้เคลียร์” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและทรงพลัง จนทำให้ทุกคนในห้องถึงกับผงะและนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ทนายความเปิดแฟ้มเอกสารในมือออกแล้วเริ่มอ่านเสียงดังฟังชัดทีละฉบับ “เรียนคุณธีระ และคุณกานดา… เนื่องด้วยตรวจพบการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงสถาบันการเงิน ยักยอกทรัพย์สินของบริษัท และใช้เอกสารสิทธิ์อันเป็นเท็จในการค้ำประกันสินเชื่อ โดยนำโฉนดที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลของ คุณเมลดา (ภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย) มาแอบอ้างโดยหลอกลวง…” สีหน้าของธีระเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดราวกับกระดาษ เขารีบหันมามองหน้าฉันด้วยความตกใจสุดขีด “เมลดา… เธอพูดเรื่องอะไร? เอกสารพวกนั้น… เธอก็เซ็นยินยอมแล้วนี่!” ฉันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เดินเข้าไปใกล้เขาช้าๆ แววตาสมเพชระคนเกลียดชังฉายชัดในดวงตาของฉัน “ใช่ค่ะ … Read more

PART 3: (บทสรุป) การล้างแค้น ความจริงที่กระจ่าง และสายเลือดที่แท้จริง

PART 3: (บทสรุป) การล้างแค้น ความจริงที่กระจ่าง และสายเลือดที่แท้จริง เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงตีสอง โรงพยาบาลชั้นหรูเงียบสงัดราวกับป่าช้า ร่างบางของมายด์ยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องพักพิเศษ พร้อมสายระโยงระยางและเครื่องช่วยหายใจ ประตูห้องพักถูกแง้มเปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างในชุดพยาบาลคลุมหน้ามิดชิดค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้อง แววตาใต้หน้ากากอนามัยนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย มันคือชลิดา โดยมีรัตนาคอยดูต้นทางอยู่ด้านนอก “เพราะแกคนเดียว… นังขี้ข้า ถ้าแกไม่โผล่หัวเข้ามาในบ้านฉัน ทุกอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้!” ชลิดาสะอื้นด้วยความเคียดแค้น มือของเธอสั่นระริกขณะเอื้อมไปดึงสายท่อออกซิเจนที่ต่อเข้ากับจมูกของมายด์ พร้อมกับหยิบหมอนใบหนาขึ้นมา เล็งจะกดทับใบหน้าของหญิงสาวที่นอนไม่ได้สติ “ตายไปซะเถอะ! สมบัติทุกอย่างต้องเป็นของฉันคนเดียว!” ทันใดนั้นเอง! ไฟในห้องพักผู้ป่วยสว่างวาบขึ้นอย่างกะทันหัน! “หยุดเดี๋ยวนี้ ชลิดา!” เสียงตะโกนทรงพลังดังก้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ 4 นายพุ่งตัวเข้ามาชาร์จและจับแขนชลิดาไพล่หลังกดลงกับพื้นทันที พร้อมกับที่รัตนาถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคุมตัวเข้ามาในสภาพที่หมดหนทางหนี ท่านประธานภานุก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าแหลกสลาย ข้างกายของเขาคือทนายความประจำตระกูล และลุงทวีที่มีสีหน้าเศร้าสลด “คุณพ่อ! ช่วยหนูด้วย! ตำรวจพวกนี้มันใส่ร้ายหนู!” ชลิดากรีดร้องดิ้นรน ภานุมองหญิงสาวที่เขาเลี้ยงดูมา 20 ปีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาแล้วโยนลงตรงหน้าเธอ เอกสารข้างในเลื่อนหลุดออกมา มันคือผลตรวจดีเอ็นเอเร่งด่วนแบบ 6 ชั่วโมง และหลักฐานการโอนเงินจากบัญชีของรัตนาไปยังบัญชีหมอทำคลอดเมื่อ 20 ปีก่อน “หลักฐานมันชัดเจนหมดแล้ว ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด … Read more

PART 3: จุดจบคนทรยศและการล้างมลทิน (ความยาวประมาณ 1,000 คำ)

PART 3: จุดจบคนทรยศและการล้างมลทิน (ความยาวประมาณ 1,000 คำ) ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณห้องขังราวกับเวลาได้หยุดหมุน สารวัตรวิเชียรยืนเบิกตากว้าง ปืนพกในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นซีเมนต์เสียงดัง แกร๊ก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าที่ซีดเผือดจนไร้สีเลือด “ผะ… ผู้กำกับ? มึง… เอ๊ย… ท่านคือผู้กำกับอรัญญา?” วิเชียรพูดตะกุกตะกัก ขาทั้งสองข้างแทบจะพยุงน้ำหนักตัวไม่อยู่ กานดาหยิบกุญแจมือจากกระเป๋าเสื้อของวิเชียรมาไขเปิดประตูห้องขังออก ฉันก้าวเท้าเดินออกมาอย่างช้าๆ ปลดผ้ากันเปื้อนที่เปื้อนคราบแป้งและหยาดเหงื่อออก โยนมันลงบนโต๊ะสิบเวร สายตาของฉันจับจ้องไปที่นายตำรวจทั้งโรงพักที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ใต้การควบคุมของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ “ใช่ ฉันคือ พันตำรวจเอกหญิง อรัญญา บวรเกียรติ ผู้กำกับการคนใหม่ของพวกเธอ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน ทรงอำนาจและเยือกเย็น “และตลอด 21 วันที่ผ่านมา ฉันได้บันทึกหลักฐานการรีดไถ การใช้อำนาจข่มเหงประชาชน และการทุจริตทั้งหมดของพวกเธอไว้ครบถ้วน ทั้งภาพถ่าย คลิปเสียง และบัญชีส่วยลับ” ฉันหันไปหากานดา “ปลดอาวุธและควบคุมตัวสารวัตรวิเชียรกับพวกทั้งหมด ดำเนินคดีตาม ม.157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรรโชกทรัพย์ และกักขังหน่วงเหนี่ยว ส่วนนายตำรวจคนอื่นที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีส่วย ให้สั่งพักราชการและตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงทันที!” “รับทราบค่ะท่าน!” กานดาสั่งการอย่างเฉียบขาด เจ้าหน้าที่คอมมานโดตรงเข้าจับกุมวิเชียรและพวกทันที วิเชียรที่กำลังถูกใส่กุญแจมือทรุดตัวลงคุกเข่า ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าเวทนา … Read more

ตอนที่ 3 (จบ) : ชดใช้อย่างสาสม และรอยยิ้มใหม่ของแม่ลูก (Part 3 – จบ)

ตอนที่ 3 (จบ) : ชดใช้อย่างสาสม และรอยยิ้มใหม่ของแม่ลูก (Part 3 – จบ) เพียงระยะเวลาไม่ถึงสามเดือน อาณาจักรหมื่นล้านที่กานต์สร้างภาพไว้พังทลายลงมาราวกับปราสาททราย หุ้นของบริษัท กิตติธนวัฒน์ ร่วงดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดจนถูกระงับการซื้อขาย ข่าวการคอร์รัปชัน การฟอกเงิน และพฤติกรรมฉาวโฉ่ในงานกาล่าถูกตีแผ่ไปทั่วทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย สังคมประณามตราหน้าเขาเป็นผู้ชายทรยศที่หลงระเริงในกิเลสจนทำลายครอบครัว และคนที่เขาคิดว่ารักเขาด้วยใจจริงอย่าง พริกแกง หรือพีชยา… ทันทีที่รู้ว่าบัญชีธนาคารของกานต์ถูกอายัด และบริษัทกำลังจะล้มละลาย เธอก็รีบหอบเอาทรัพย์สิน แบรนด์เนม และเครื่องเพชรที่กานต์เคยซื้อปรนเปรอให้ หลบหนีหมายเรียกของตำรวจไปกบดาน ทว่าสุดท้ายก็ไม่รอด เธอถูกจับกุมได้ที่ด่านชายแดนในข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์และฟอกเงิน ต้องเข้าไปนอนรอคำพิพากษาในเรือนจำอย่างไร้หนทางสู้ ในบ่ายวันหนึ่ง ท่ามกลางแดดจ้าของเมืองกรุง กานต์ในสภาพผอมโซ หนวดเคราขึ้นรกรุงรัง สวมเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ เดินโซซัดโซเซมาคุกเข่าอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดสีทองอร่ามของคฤหาสน์ตระกูลพงศ์ภากรณ์ สาขากรุงเทพฯ ไม่มีอีกแล้วมาดมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์ ไม่มีอีกแล้วสายตาที่เคยมองคนอื่นอย่างเหยียดหยาม สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือชายสิ้นเนื้อประดาตัวที่กำลังจะถูกศาลสั่งล้มละลายและมีคดีอาญาติดตัว “เอมี่! ผมขอร้องล่ะ เอมี่ ออกมาคุยกับผมเถอะ!” กานต์ตะโกนร้องไห้คร่ำครวญ น้ำมูกน้ำตาไหลอาบแก้ม สองมือเกาะกุมซี่กรงเหล็กแน่น “ผมผิดไปแล้ว ผมขอโทษ! ยกโทษให้ผมเถอะนะ นึกถึงลูกของเรา… นึกถึงเวลาแปดปีที่เราเคยอยู่ด้วยกัน!” ประตูคฤหาสน์ค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ … Read more

(ตอนที่ 3 – จบบริบูรณ์) ฟ้าหลังฝน และชีวิตใหม่

(ตอนที่ 3 – จบบริบูรณ์) ฟ้าหลังฝน และชีวิตใหม่ ตะวันค่อยๆ เดินตามเจ้าสัวอนันต์มานั่งลงที่โซฟาหนังตัวหรูหรา เด็กหนุ่มนั่งเกร็งอยู่เพียงริมขอบโซฟา ไม่กล้าพิงพนักเพราะกลัวว่าชุดยูนิฟอร์มเก่าๆ ของตัวเองจะทำให้เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงเปรอะเปื้อน เจ้าสัวเห็นดังนั้นจึงยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเลื่อนแก้วน้ำอุ่นและจานขนมมาตรงหน้าเขา “ดื่มน้ำก่อนสิเจ้าหนู สบายใจได้แล้ว เรื่องร้ายๆ ผ่านไปหมดแล้วล่ะ” “ขอบ…ขอบพระคุณครับท่านประธาน” ตะวันยกมือไหว้อย่างเกรงใจ มือยังสั่นเทาขณะยกแก้วน้ำขึ้นจิบ เจ้าสัวอนันต์หยิบเสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำเงินตัวเก่าที่พับไว้อย่างดีขึ้นมาลูบเบาๆ “นี่คือเสื้อของเธอใช่ไหม?” “ครับท่านประธาน… ผมต้องกราบขอโทษด้วยครับที่บังอาจเอาเสื้อเก่าๆ ขาดๆ ของผมไปห่มให้ท่าน คือเมื่อคืนห้องมันหนาวมาก แล้วผมเห็นท่านนอนสั่น ผมกลัวว่าท่านจะไม่สบาย ผมไม่ได้มีเจตนาลบหลู่เลยนะครับ” ตะวันรีบอธิบายด้วยความกังวล “ลบหลู่蜕อะไรกัน…” ดวงตาของเจ้าสัวมีน้ำใสๆ คลอหน่วยขึ้นมาอีกครั้ง “เสื้อตัวนี้ต่างหาก ที่ช่วยชีวิตชายชราคนนี้ไว้ มันไม่ใช่แค่ความอบอุ่นภายนอกหรอกนะตะวัน แต่มันคือความอบอุ่นที่หัวใจ… ตลอดชีวิตการทำธุรกิจของฉัน ฉันถูกห้อมล้อมด้วยคนรวย คนมีการศึกษา คนที่สวมสูทราคาเหยียบแสน แต่ไม่มีใครสักคนที่มีจิตใจงดงามและบริสุทธิ์เท่ากับเธอในเสื้อแจ็กเก็ตเก่าๆ ตัวนี้เลย” เจ้าสัวหยุดครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อ “เมื่อคืนนี้ ฉันได้ยินคำอธิษฐานของเธอทั้งหมด… เธอบอกว่าเธอต้องหาเงินส่งน้องเรียน และรักษาแม่ แม่ของเธอป่วยเป็นอะไรหรือ?” เมื่อได้ยินคำถามถึงครอบครัว ขอบตาของตะวันก็เริ่มแดงก่ำ ความทุกข์ที่แบกไว้คนเดียวพรั่งพรูออกมา “แม่ของผมป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังครับท่าน ต้องฟอกไตสัปดาห์ละสามครั้ง … Read more

ตอนที่ 3: เกียรติยศแห่งสายเลือด บทสรุปของคนทรยศ

ตอนที่ 3: เกียรติยศแห่งสายเลือด บทสรุปของคนทรยศ ค่ำคืนวันเสาร์ บรรยากาศภายในห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูระดับหกดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูกเนรมิตให้กลายเป็นวิมานสีขาวงาช้าง ดอกไม้สดนานาพันธุ์ถูกส่งตรงจากต่างประเทศ แขกเหรื่อระดับผู้นำเหล่าทัพ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นักการเมือง และนักธุรกิจระดับแนวหน้าของเมืองไทยต่างเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง พลตรี ภวินท์ วัฒนากุล ยืนเด่นเป็นสง่าในชุดเครื่องแบบทหารบกเต็มยศสีขาว ประดับเหรียญตราและเครื่องราชอิสริยาภรณ์เต็มหน้าอก ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ ข้างกายคือ ณิชา วรโชติเมธี ในชุดเจ้าสาวผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสประดับเพชรแท้มูลค่าหลายสิบล้าน “ยินดีด้วยครับท่านนายพลภวินท์ อนาคตไกลแน่นอน ได้ทั้งลูกเขยตระกูลใหญ่และตำแหน่งหน้าที่การงานที่มั่นคง” บรรดานายทหารระดับผู้บังคับการกรมต่างเข้ามาจับมือแสดงความยินดีและยกยอไม่ขาดสาย ภวินท์ยิ้มรับด้วยความลำพองใจ ความกังวลเรื่องรดาเมื่อหลายวันก่อนมลายหายไปสิ้น เขามั่นใจว่าผู้หญิงตัวคนเดียวที่ไม่มีอำนาจอะไรอย่างรดา คงทำได้เพียงนอนร้องไห้เสียใจอยู่คนเดียว และสุดท้ายก็ต้องยอมจำนนต่ออำนาจและเงินตราของเขา จนกระทั่งเวลา 19.30 น. พิธีกรบนเวทีประกาศด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและทรงเกียรติ “กราบเรียนแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ในค่ำคืนอันเป็นมงคลนี้ เราได้รับเกียรติสูงสุดจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพไทย ขอเสียงปรบมือต้อนรับ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก อนันต์ อัครเดชา และคณะนายทหารระดับสูงครับ!” เสียงดนตรีมหาฤกษ์บรรเลงกระหึ่ม แขกทั้งงานรีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพ ภวินท์และณิชาพร้อมด้วยครอบครัวของทั้งสองฝ่ายรีบกุลีกุจอเดินตรงไปยังหน้าประตูทางเข้าเพื่อรอต้อนรับบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในกองทัพ ประตูบานใหญ่เปิดออก ร่างสง่างามน่าเกรงขามของพลเอกอนันต์ก้าวเข้ามา ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของภวินท์แทบหยุดเต้น ไม่ใช่เพียงแค่การมาถึงของผู้นำเหล่าทัพ… แต่เป็นร่างของนายทหารหญิงที่เดินเคียงข้างพลเอกอนันต์! หญิงสาวในชุดเครื่องแบบทหารบกเต็มยศ ตัดเย็บประณีตเข้ารูป บนบ่าทั้งสองข้างประดับ ดาวสีทองสองดวง … Read more

[PART 3] (END)ผมไปเที่ยวพักผ่อนที่มิลานกับเมียน้อย 7 วันเต็ม! แต่พอกลับถึงเพนต์เฮาส์ที่กรุงเทพฯ ภรรยาที่แต่งงานกันมา 15 ปีกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย… ทิ้งไว้เพียงกล่องปริศนา 7 กล่อง และวิดีโอหนึ่งคลิปเท่านั้น!

[PART 3] (END) ความเงียบในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางสุขุมวิทกำลังบีบคั้นหัวใจของผมจนแทบแตกสลาย ผมนั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางกล่องแห่งความทรงจำที่กลายสภาพเป็นคมมีดกรีดแทงจิตใจของตัวเองทีละเล่ม ผมค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบกล่องใบที่เจ็ด—กล่องใบสุดท้ายที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ฝากล่องถูกเปิดออก ภายในกล่องไม่มีสิ่งของมีค่าใดๆ มีเพียงแค่ ‘แหวนแต่งงานทองคำขาวเกลี้ยงๆ’ วงเดิมที่เราช่วยกันเก็บเงินซื้อจากร้านทองเล็กๆ เมื่อสิบห้าปีก่อน และด้านล่างของแหวนคือ ‘ใบสำคัญการหย่า’ ที่รินดาได้ลงลายมือชื่อของเธอไว้ล่วงหน้าอย่างเรียบร้อยและเด็ดขาด ผมหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาอีกครั้ง เลื่อนหน้าจอลงไปตามคำบอกเล่าในวิดีโอจนพบกับไฟล์เอกสารแผ่นสุดท้าย มันไม่ใช่แค่เรื่องการหย่าร้างระหว่างสามีภรรยา… แต่มันคือ ‘หนังสือบอกเลิกสัญญาการถือครองลิขสิทธิ์ตราสินค้า AKARA’ และหลักฐานการโอนหุ้นทั้งหมด! สายตาของผมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่ออ่านเอกสารสัญญาทางกฎหมายที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า สิทธิบัตรการออกแบบ คอลเลกชันเสื้อผ้าทั้งหมด และชื่อแบรนด์แฟชั่นระดับโลกมูลค่าหลายหมื่นล้านนี้ ถูกจดทะเบียนภายใต้ชื่อของ “นางสาวรินดา วัฒนากุล” แต่เพียงผู้เดียวมาตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งบริษัท! ตลอดเวลาสิบห้าปีที่ผ่านมา เธอไว้ใจผม เธอให้เกียรติผมโดยการมอบอำนาจให้ผมเป็นผู้บริหารสูงสุดและเป็นตัวแทนของแบรนด์ เธอไม่เคยทวงบุญคุณ ไม่เคยเรียกร้องตำแหน่ง มีเพียงความรักและความเสียสละที่มอบให้ผมอย่างหมดหัวใจ แต่ในวันที่ผมทรยศต่อความรักนั้น อำนาจทางกฎหมายทั้งหมดได้กลับคืนสู่มือของเธอโดยสมบูรณ์ ในเอกสารยังมีจดหมายแนบจากทนายความชื่อดัง ระบุว่า: “รินดาได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่ออายัดบัญชีของบริษัท และเพิกถอนสิทธิ์ของนายภัทรดนัยในการใช้แบบร่างทุกลิขสิทธิ์ รวมถึงสั่งระงับการจัดจำหน่ายคอลเลกชันใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวที่มิลาน เนื่องจากเป็นงานที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของเธอ” “ไม่… มันต้องไม่เป็นแบบนี้!” ผมรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาผู้จัดการฝ่ายการเงินและเลขาฯ ส่วนตัวทันที แต่วินาทีที่ปลายสายรับ เสียงของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “คุณภัทรครับ! แย่แล้วครับ ข่าวหลุดไปถึงสื่อมวลชนหมดแล้ว … Read more

PART 3 (END): วิบากกรรมของคนทรยศ และชีวิตใหม่ที่ไร้เงาอดีต

PART 3 (END): วิบากกรรมของคนทรยศ และชีวิตใหม่ที่ไร้เงาอดีต สองปีผ่านไป… ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับตระกูลพงศ์ภักดีในกรุงเทพฯ ราวกับต้องคำสาป หลังจากที่อัครินทร์ทิ้งการประชุมสำคัญเพื่อบินตามรินรดาไปสิงคโปร์ พันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่ได้ถอนตัวออกจากการร่วมทุน ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง อัครินทร์จมดิ่งอยู่กับขวดเหล้าและความซึมเศร้า เขาไม่สามารถทำงานหรือบริหารธุรกิจได้เหมือนเดิม ภาพหลอนของน้องข้าวหอมที่ยืนร้องไห้อยู่ริมถนนคอยตามหลอกหลอนเขาทุกค่ำคืน ในขณะเดียวกัน พราวพิชชาที่เห็นว่าอัครินทร์เริ่มหมดอำนาจและทรัพย์สินร่อยหรอลง ก็เริ่มแสดงธาตุแท้ออกมา เธอแอบลักลอบยักยอกเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทผ่านโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่แม่ของอัครินทร์คอยหนุนหลัง จนกระทั่งความแตกเมื่อกรมสรรพากรและตำรวจเศรษฐกิจเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน ที่ห้องรับแขกของคฤหาสน์พงศ์ภักดี เสียงทะเลาะวิวาทดังลั่น “นังสารเลว! แกกล้าดียังไงถึงเอาเงินของตระกูลฉันไปถ่ายโอนเข้าบัญชีส่วนตัว!” แม่ของอัครินทร์กรีดร้อง ชี้หน้าพราวพิชชาด้วยมืออันสั่นเทา พราวพิชชาไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวอีกต่อไป เธอแสยะยิ้มเย็นชา “คุณป้าคะ เลิกทำตัวเป็นผู้ดีตกยากสักทีเถอะค่ะ! คิดว่าฉันอยากจะทนอยู่กับลูกชายขี้เมา เป็นบ้าเพ้อถึงลูกเมียเก่าทั้งวันทั้งคืนแบบนี้เหรอคะ? ถ้าไม่ใช่เพราะเงิน ฉันไม่เอาชีวิตมาผูกไว้กับตระกูลที่กำลังจะล้มละลายแบบนี้หรอก!” “ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้!” อัครินทร์เดินโซเซลงมาจากบันได ใบหน้าหนวดเครารกรุงรัง ตาสีแดงก่ำ “ออกไปให้พ้นหน้าฉัน ก่อนที่ฉันจะฆ่าเธอ!” “ไม่ต้องไล่หรอกค่ะ ฉันไปแน่!” พราวพิชชาคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมขึ้นมา “แต่จำไว้เถอะนะอัครินทร์ คนที่ทำให้เรื่องทั้งหมดมันพังพินาศ… ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นตัวคุณเองต่างหากที่โง่เง่าจนไม่เหลือใคร!” หลังจากวันนั้น ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวพราวพิชชาในคดียักยอกทรัพย์และฉ้อโกง ขณะที่คฤหาสน์หรูของตระกูลพงศ์ภักดีต้องถูกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้สิน แม่ของอัครินทร์ตรอมใจจนเส้นเลือดในสมองแตก กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่พูดไม่ได้ ส่วนตัวอัครินทร์เอง จากมหาเศรษฐีหนุ่มอนาคตไกล กลับกลายเป็นเพียงชายวัยกลางคนที่ไร้ทิศทาง อาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์เก่าๆ … Read more

[PART 3 (ตอนจบ)]สามีอับอายในตัวฉัน ไม่ยอมพาไปงานเลี้ยงหรู… แต่พอฉันวิ่งเอาของสำคัญไปช่วย เขากลับปฏิเสธว่าไม่รู้จักฉันต่อหน้ากิ๊กสาว แถมยังสั่งให้รปภ. ลากฉันออกไปโยนทิ้ง! โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า มีชายลึกลับคนหนึ่งกำลังก้าวลงมาจากรถหรูตรงหน้าฉัน!

[PART 3 (ตอนจบ)] เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วภายในห้องบอลรูมพลันเงียบสงัดลงราวกับป่าช้า ทันทีที่ผู้คนได้เห็นร่างที่กำลังก้าวเดินเข้ามาเคียงข้างท่านเจ้าสัวไพศาล ฉันเดินเคียงข้างพ่ออย่างสง่างาม บนพรมแดงที่ปูทอดยาว ฉันสวมชุดราตรียาวสีมิดไนท์บลูสั่งตัดพิเศษ ปักด้วยคริสตัลระยิบระยับดั่งดวงดาวบนท้องฟ้า ลำคอระหงประดับด้วยสร้อยเพชรน้ำหนึ่งส่องประกายเจิดจ้า ใบหน้าได้รับการแต่งแต้มอย่างประณีต ขับเน้นดวงตาที่เคยเศร้าสร้อยให้กลับมามีพลังและสง่างามดั่งหงส์ฟ้า กลิ่นอายความซอมซ่อและคราบน้ำตาจากม้านั่งข้างถนนเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนมลายหายไปสิ้น กานต์ที่กำลังยืนดื่มไวน์อยู่อย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง ถึงกับทำแก้วไวน์ในมือหลุดร่วงลงพื้นจนแตกกระจาย! “เพล้ง!” ไวน์แดงสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนกางเกงสแล็กของเขา แต่กานต์กลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า ริมฝีปากสั่นระริก “ร… รินดา?! เป็นไปไม่ได้… เป็นไปไม่ได้!” กานต์พึมพำออกมาอย่างคนเสียสติ แพรวาที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด เธอจำใบหน้าของผู้หญิงที่เธอเพิ่งชี้หน้าด่าว่าเป็นคนบ้าได้อย่างแม่นยำ เจ้าสัวไพศาลพยุงฉันขึ้นไปยืนบนเวทีใหญ่เบื้องหน้าไมโครโฟน สายตาอันทรงอำนาจกวาดมองผู้บริหารทุกคนในห้อง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานและเปี่ยมไปด้วยบารมี “ทุกท่าน… ค่ำคืนนี้ไม่ใช่เพียงแค่งานฉลองครบรอบ 50 ปีของบริษัทเราเท่านั้น แต่เป็นคืนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของข้า ข้าขอประกาศอย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคนว่า… สุภาพสตรีที่ยืนอยู่เคียงข้างข้านี้ คือ รินดา ภักดีบดินทร์ ลูกสาวแท้ๆ เพียงคนเดียวของข้า และเป็นทายาทผู้ถือครองหุ้น 60% ทั้งหมดของภักดีบดินทร์กรุ๊ปแต่เพียงผู้เดียว!” เสียงปรบมือและเสียงฮือฮาดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วห้องบอลรูม บรรดาผู้บริหารและมหาเศรษฐีต่างพากันโค้งคำนับด้วยความเคารพยำเกรง ในวินาทีนั้นเอง กานต์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาทับร่าง เขารู้สึกหายใจไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด ภรรยาที่เขาเคยตวาดใส่ ภรรยาที่เขาตราหน้าว่าเหมือนคนใช้และน่าอับอาย… แท้จริงแล้วคือผู้สืบทอดอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านที่เขาพยายามคลานเข่าเพื่อไต่เต้าขึ้นไปหา! … Read more

PART 3: พินัยกรรมบดขยี้ จุดจบคนทรยศ (END)

PART 3: พินัยกรรมบดขยี้ จุดจบคนทรยศ (END) ณ ชั้น VIP ของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดแต่แฝงไว้ด้วยความทะเยอทะยาน กวินในชุดสูทหรูหราเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องผ่าตัดคลอด รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขาอย่างปิดไม่มิด ข้างกายเขามีบอร์ดบริหารสองสามคนที่เขาติดสินบนไว้ และช่างภาพสื่อมวลชนสายธุรกิจที่เขาจ้างมาเพื่อทำข่าวการกำเนิดของ “ทายาทหมื่นล้าน” เวลา 22:30 น. ประตูห้องคลอดเปิดออก พยาบาลเข็นเตียงของพิมพ์พิศาที่มีทารกเพศชายนอนอยู่ข้าง ๆ ออกมา พิมพ์พิศามีสีหน้าอ่อนเพลียแต่แววตากลับเปล่งประกายด้วยความโลภอย่างบ้าคลั่ง “คลอดแล้วค่ะคุณกวิน! เด็กผู้ชาย แข็งแรงดีมาก!” พิมพ์พิศาเอ่ยเสียงสั่นด้วยความดีใจ กวินแทบไม่ได้มองหน้าลูกชายของตัวเองด้วยความรักเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาจ้องมองไปที่กระดาษเอกสารรับรองการเกิดในมือของพยาบาลทันที เขารีบเซ็นชื่อรับรองบุตรในทันใด “ฮ่า ๆ ๆ! สำเร็จแล้ว!” กวินหัวเราะลั่นโถงทางเดินอย่างไม่เกรงใจใคร “สามหมื่นล้าน! อสังหาริมทรัพย์ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โรงแรมทั่วประเทศ และเงินสดทั้งหมดของปู่ไพศาล… บัดนี้ตกเป็นของลูกชายฉันแล้ว! ฉันคือผู้ชนะ!” “ยินดีด้วยนะคะคุณกวิน ในที่สุดเราสองคนก็ขึ้นมาอยู่บนจุดสูงสุด!” พิมพ์พิศาฉีกยิ้มกว้าง ฝันหวานถึงคฤหาสน์หรู รถซูเปอร์คาร์ และชีวิตคุณนายตระกูลใหญ่ “พวกแกคิดว่าจะเสวยสุขบนความทุกข์ของคนอื่นได้ง่ายดายขนาดนั้นจริง ๆ หรือ?” เสียงที่ดังขึ้นอย่างสงบนิ่งแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ ทำลายความยินดีของทั้งคู่ลงในพริบตา กวินและพิมพ์พิศาหันขวับไปมองที่ปลายทางเดิน ลิฟต์ผู้โดยสารเปิดออก … Read more