PART 3: พินัยกรรมบดขยี้ จุดจบคนทรยศ (END)

PART 3: พินัยกรรมบดขยี้ จุดจบคนทรยศ (END) ณ ชั้น VIP ของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดแต่แฝงไว้ด้วยความทะเยอทะยาน กวินในชุดสูทหรูหราเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องผ่าตัดคลอด รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขาอย่างปิดไม่มิด ข้างกายเขามีบอร์ดบริหารสองสามคนที่เขาติดสินบนไว้ และช่างภาพสื่อมวลชนสายธุรกิจที่เขาจ้างมาเพื่อทำข่าวการกำเนิดของ “ทายาทหมื่นล้าน” เวลา 22:30 น. ประตูห้องคลอดเปิดออก พยาบาลเข็นเตียงของพิมพ์พิศาที่มีทารกเพศชายนอนอยู่ข้าง ๆ ออกมา พิมพ์พิศามีสีหน้าอ่อนเพลียแต่แววตากลับเปล่งประกายด้วยความโลภอย่างบ้าคลั่ง “คลอดแล้วค่ะคุณกวิน! เด็กผู้ชาย แข็งแรงดีมาก!” พิมพ์พิศาเอ่ยเสียงสั่นด้วยความดีใจ กวินแทบไม่ได้มองหน้าลูกชายของตัวเองด้วยความรักเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาจ้องมองไปที่กระดาษเอกสารรับรองการเกิดในมือของพยาบาลทันที เขารีบเซ็นชื่อรับรองบุตรในทันใด “ฮ่า ๆ ๆ! สำเร็จแล้ว!” กวินหัวเราะลั่นโถงทางเดินอย่างไม่เกรงใจใคร “สามหมื่นล้าน! อสังหาริมทรัพย์ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โรงแรมทั่วประเทศ และเงินสดทั้งหมดของปู่ไพศาล… บัดนี้ตกเป็นของลูกชายฉันแล้ว! ฉันคือผู้ชนะ!” “ยินดีด้วยนะคะคุณกวิน ในที่สุดเราสองคนก็ขึ้นมาอยู่บนจุดสูงสุด!” พิมพ์พิศาฉีกยิ้มกว้าง ฝันหวานถึงคฤหาสน์หรู รถซูเปอร์คาร์ และชีวิตคุณนายตระกูลใหญ่ “พวกแกคิดว่าจะเสวยสุขบนความทุกข์ของคนอื่นได้ง่ายดายขนาดนั้นจริง ๆ หรือ?” เสียงที่ดังขึ้นอย่างสงบนิ่งแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ ทำลายความยินดีของทั้งคู่ลงในพริบตา กวินและพิมพ์พิศาหันขวับไปมองที่ปลายทางเดิน ลิฟต์ผู้โดยสารเปิดออก … Read more

ตอนที่ 3 (PART 3 – อวสาน)พวกเขาหัวเราะเยาะว่าผมเป็นแค่ ‘ลูกคนเก็บขยะ’ แต่ทันทีที่ผมก้าวขึ้นเวทีในวันรับปริญญา ประโยคเพียงประโยคเดียวจากปากผม กลับทำให้ครอบครัวมหาเศรษฐีหน้าซีดเผือด และทำให้คนทั้งหอประชุมต้องหลั่งน้ำตา!

ตอนที่ 3 (PART 3 – อวสาน) ทุกสายตาในหอประชุมจับจ้องไปที่จุดเดียวกัน บรรยากาศเงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ เจ้าสัวอาทิตย์ผู้มีอำนาจล้นฟ้า เดินโซเซลงมาจากบันไดเวที ใบหน้าของเขาไม่มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงหยดน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มอันเหี่ยวย่น กวินท์และคุณหญิงศศิธรวิ่งตามลงมาอย่างร้อนรน “คุณพี่คะ! จะไปไหนคะ? จะไปยุ่งกับคนพวกนั้นทำไม อายคนอื่นเขา!” คุณหญิงศศิธรพยายามจะดึงแขนสามีไว้ แต่เจ้าสัวอาทิตย์กลับสะบัดแขนออกอย่างแรงจนเธอเซ “เงียบ! หุบปากเดี๋ยวนี้!” เจ้าสัวตวาดเสียงสั่นเครือ เป็นน้ำเสียงที่ลูกและภรรยาไม่เคยได้ยินมาก่อน เจ้าสัวก้าวมายืนอยู่ตรงหน้าพ่อสน พ่อยังคงนั่งก้มหน้า มือทั้งสองข้างวางอยู่บนหัวเข่าด้วยความสงบ ไม่ได้มีความโกรธแค้นหรือความสะใจในแววตา มีเพียงความเรียบเฉยของผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนตกผลึก ทันใดนั้น สิ่งที่ไม่มีใครในหอประชุมคาดคิดก็เกิดขึ้น… ตุ้บ! เจ้าสัวอาทิตย์ทรุดเข่าลงกับพื้นกระเบื้องต่อหน้าพ่อสน เขาก้มลงกราบแทบเท้าที่สวมรองเท้าผ้าใบเก่าๆ คู่นั้น ท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจของคุณหญิงศศิธร และเสียงสูดหายใจด้วยความตะลึงของคนทั้งหอประชุม “พี่นภดล… ผมขอโทษ… ยี่สิบปีที่ผ่านมา ผมนอนไม่เคยหลับเลยสักคืน…” เจ้าสัวอาทิตย์สะอื้นไห้จนตัวโยน หน้าผากแตะอยู่ที่พื้น “ผมรู้ว่าผมเลว ผมหักหลังพี่ ผมขโมยทุกอย่างที่เป็นของพี่ไป แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่าพี่ยังมีชีวิตอยู่ และต้องมาลำบากขนาดนี้… ผมขอโทษครับพี่!” กวินท์ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า สายตาของเขามองดูพ่อของตัวเอง—ชายที่เขายกย่องว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก—กำลังคุกเข่าขอขมาคนเก็บขยะที่เขาเพิ่งจะตะโกนด่าว่าสารพัด “พ่อ… ทำไมพ่อต้องไปกราบมันด้วย! มันเป็นใครกันแน่!” กวินท์ตะโกนทั้งน้ำตาด้วยความสับสนและรับความจริงไม่ได้ เจ้าสัวอาทิตย์เงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา … Read more

ตอนที่ 3 : การให้อภัยและจุดสิ้นสุดของตราบาป (Part 3 – จบ)

ตอนที่ 3 : การให้อภัยและจุดสิ้นสุดของตราบาป (Part 3 – จบ) ความเงียบงันอันน่าขนลุกแผ่ปกคลุมลานวัดชานเมือง มีเพียงเสียงสะอึกสะอื้นของทศพลที่นั่งคุกเข่าก้มหน้ารอรับชะตากรรม อรัญญายืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจขาดห้วง ความรู้สึกโกรธแค้น ความเสียใจ และความอาลัยอาวรณ์ถาโถมเข้าใส่จนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ “แก…” อรัญญาเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย “แกทิ้งเขาไว้ข้างถนนเนี่ยนะ? กิตติช่วยแก กิตติเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องแก… แต่แกกลับวิ่งหนีไปพร้อมกับเงินของเขา ปล่อยให้เขานอนตายคนเดียวในคืนที่ฝนตกงั้นเหรอ!” เธอพุ่งเข้าไปทุบตีไหล่และแผ่นหลังของทศพลด้วยสองมือที่สั่นเทา ทศพลไม่คิดจะปัดป้องหรือหลบหลีกแม้แต่น้อย เขายอมให้เธอทุบตี ทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้นปูนเหมือนคนไร้ชีวิต พร้อมที่จะรับโทษทัณฑ์ทุกอย่าง “ตีผมเลยครับป้า… ฆ่าผมให้ตายตรงนี้เลย! ผมมันสารเลว ผมมันไม่ใช่มนุษย์!” ทศพลร้องไห้คร่ำครวญ น้ำตาปนกับรอยฝุ่นบนใบหน้าจนเปรอะเปื้อน “ตลอดสามปีที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ผมรู้ข่าวว่าพี่กิตติเสียชีวิตในคืนนั้น ผมไม่เคยนอนหลับได้เต็มตาสักคืนเดียว ทุกครั้งที่หลับตา ผมจะเห็นภาพพี่กิตติเอามือกุมหน้าอก มาร้องขอความช่วยเหลืออยู่ในฝัน… เงินห้าหมื่นนั่นผมเอาไปจ่ายหนี้ แต่ชีวิตผมหลังจากนั้นมันยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น!” อรัญญาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงข้ามเขา มือที่เคยฟาดฟันค่อยๆ หมดแรงลง ความจริงตรงหน้ามันช่างแสนสาหัส เกินกว่าที่หัวใจของผู้หญิงวัยห้าสิบสี่จะรับไหว เธอปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจกักเก็บความโศกเศร้าไว้ได้อีกต่อไป “แล้วสามปีที่ผ่านมา… แกไปอยู่ที่ไหนมา?” อรัญญาถามด้วยเสียงแหบแห้ง ทศพลค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นมานั่งมองเธอด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและแหลกสลาย “ผมใช้ชีวิตเหมือนคนบ้าครับป้า ไม่กล้ากลับไปบ้าน … Read more

Part 3 (End): จุดจบของคนทรยศและการสืบทอดบัลลังก์ตัวจริง

Part 3 (End): จุดจบของคนทรยศและการสืบทอดบัลลังก์ตัวจริง ความตึงเครียดในศาลาพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เมื่อเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นกระเบื้องดังขึ้นจากทางเข้าด้านหลัง ประตูกระจกบานใหญ่ของศาลาพิธีถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างของเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กว่าสิบนาย นำโดยนายตำรวจระดับสารวัตรที่เดินตรงเข้ามายังจุดที่ฉันยืนอยู่ “ขออนุญาตครับ” นายตำรวจกล่าวพลางแสดงบัตรประจำตัวต่อหน้าทุกคน “ผม พ.ต.ท. วรวิทย์ ได้รับมอบหมายให้นำหมายจับมาควบคุมตัว นายธนภัทร และ นางวรินดา ในข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสารสิทธิ และฉ้อโกงบริษัทมหาชน” เสียงแขกในงานพากันฮือฮาอีกครั้ง ธนภัทรหน้าซีดราวกับคนตาย ขาของเขาหมดแรงจนแทบยืนไม่อยู่ “ไม่จริง! นี่มันงานศพนะ คุณจะมาจับกุมผมกลางงานแบบนี้ไม่ได้!” ธนภัทรพยายามโวยวายและขัดขืนเมื่อเจ้าหน้าที่สองนายก้าวเข้าไปประชิดตัว “พวกเราประสานงานกับคุณไอริณล่วงหน้าไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ” สารวัตรตอบด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “หลักฐานเส้นทางการเงิน บัญชีม้า และข้อมูลการโอนเงินออกนอกประเทศทั้งหมด ทางคุณไอริณได้ส่งมอบให้ทางพนักงานสอบสวนตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว และศาลได้อนุมัติหมายจับเป็นที่เรียบร้อย” กุญแจมือเหล็กกล้าถูกสวมเข้าที่ข้อมือของธนภัทรทันที เสียงดังกริ๊กเบาๆ แต่สะท้อนก้องในโสตประสาทของทุกคนในงาน เขาก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าสบสายตาของบรรดาผู้บริหารและคู่ค้าที่ครั้งหนึ่งเขาเคยก้มหัวรับใช้และยกยอ วรินดาที่นั่งทรุดอยู่บนพื้น เมื่อเห็นธนภัทรถูกจับกุม เธอก็ตื่นตระหนกจนสติแทบหลุด เธอรีบคลานเข้ามากอดขาของฉันไว้แน่น น้ำตาที่คราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความกลัวจริงๆ ไหลอาบสองแก้ม “ไอริณ… น้าขอโทษ! น้าไม่ได้ตั้งใจ!” วรินดาอ้อนวอนเสียงสั่นเครือ มือของเธอเกาะชายกระโปรงของฉันไว้แน่น “ธนภัทรมันเป็นคนบงการทั้งหมด! มันข่มขู่ … Read more

ตอนที่ 3 (Part 3): ปลายทางของความมืดมิดและรอยยิ้มแรก [จบ]

ตอนที่ 3 (Part 3): ปลายทางของความมืดมิดและรอยยิ้มแรก [จบ] ทีมกู้ชีพเอราวัณรีบนำเปลพยาบาลขึ้นมาบนชั้นสองอย่างเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลเข้าตรวจวัดสัญญาณชีพของหญิงสาวและเด็กน้อยทันที สภาพของเธอมีภาวะขาดน้ำขั้นรุนแรง มีกระดูกซี่โครงหักสองซี่ และบาดแผลติดเชื้อที่แขนซ้ายจากการถูกทำร้าย ส่วนเด็กหญิงวัยสองขวบมีภาวะขาดสารอาหารรุนแรงและมีไข้สูง ทั้งสองถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชอย่างเร่งด่วนที่สุด ตลอดเส้นทางบนรถพยาบาล น้องภูมินั่งจับมือที่ผอมแห้งของแม่อยู่ตลอดเวลา สายตาของเขาไม่ยอมละจากใบหน้าของผู้เป็นแม่เลยแม้แต่วินาทีเดียว ผมขับรถสายตรวจติดตามไปจนถึงโรงพยาบาล ประสานงานส่งต่อข้อมูลให้แพทย์ และติดต่อเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รวมถึงนักสังคมสงเคราะห์และสหวิชาชีพให้เข้ามาคุ้มครองสวัสดิภาพของครอบครัวนี้โดยทันที จากการสอบสวนและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมในเวลาต่อมา ความจริงอันดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้หลังคาบ้านหลังนั้นก็ถูกเปิดเผยออกมาทั้งหมด ผู้เป็นพ่อตกงานมานานหลายเดือนและหันไปพึ่งพายาเสพติดและสุรา เมื่อเกิดอาการประสาทหลอนและคุ้มคลั่ง เขาก็เริ่มลงมือทำร้ายร่างกายภรรยาอย่างทารุณ สองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ หลังจากมีปากเสียงกันรุนแรง เขาได้ลงมือทำร้ายเธอจนบาดเจ็บสาหัส และขังเธอไว้ในห้องพร้อมลูกสาวคนเล็ก ยึดโทรศัพท์มือถือและตัดขาดการติดต่อจากโลกภายนอกทั้งหมด เขายื่นคำขาดข่มขู่น้องภูมิว่า หากเด็กชายบอกเรื่องนี้กับใคร หรือพาคนนอกเข้ามาในบ้าน เขาจะฆ่าแม่และน้องให้ตาย เด็กชายวัยเพียงเจ็ดขวบต้องแบกรับความลับอันน่าสะพรึงกลัวและชะตากรรมของครอบครัวไว้บนบ่าเพียงลำพัง ทุกวันเขาต้องแสร้งทำตัวเป็นปกติ เดินไปโรงเรียนด้วยหัวใจที่แหลกสลาย คอยแอบเก็บเศษอาหารและน้ำแอบเอาไปให้แม่และน้องประทังชีวิตในเวลาที่พ่อเผลอหลับ จนกระทั่งความกล้าหาญและความหวังสุดท้าย นำพาเขาให้มาหยุดยืนอยู่หน้าสายตรวจชุมชนอย่างผม สามวันผ่านไปหลังจากเหตุการณ์เลวร้าย บรรยากาศในห้องพักฟื้นผู้ป่วยของโรงพยาบาลเงียบสงบ แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างกระจกเข้ามาอย่างอบอุ่น ขจัดความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นในความทรงจำออกไปจนหมดสิ้น อาการของแม่และน้องสาวพ้นขีดอันตรายแล้ว สีหน้าของเธอเริ่มมีเลือดฝาด และเด็กน้อยก็เริ่มส่งเสียงหัวเราะและยอมดื่มนมได้มากขึ้น ผมถือถุงของขวัญใบเล็กๆ เดินเข้าไปในห้อง ข้างในมีชุดนักเรียนใหม่สองชุด รองเท้าคู่ใหม่ และสมุดวาดภาพพร้อมกล่องดินสอสี น้องภูมิกำลังนั่งทำการบ้านอยู่ข้างเตียงแม่ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นเห็นผม … Read more

(PART 3)สามีรังเกียจหาว่าฉันเป็นยายเพิ้งจนควงเมียน้อยไปงานเลี้ยงบริษัท—แต่ต้องอ้าปากค้าง เมื่อฉันก้าวเข้ามาแล้วประธานใหญ่คุกเข่าลงต่อหน้า

(PART 3) บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ สายตาทุกคู่ของบรรดานักธุรกิจ เซเลบริตี้ และผู้บริหารระดับสูงต่างจับจ้องไปที่กานต์และมินตราด้วยความรังเกียจและสมเพช จากชายหนุ่มที่เคยยืนเชิดหน้าชูตา คิดว่าตัวเองเป็นดาวเด่นของค่ำคืน บัดนี้กานต์กลับดูตัวเล็กจ้อย ไร้ค่า และน่าเวทนายิ่งกว่าเศษผง ฉันเปิดแฟ้มเอกสารในมือออกอย่างช้าๆ แสงไฟสะท้อนให้เห็นตราประทับทางกฎหมายของสำนักงานทนายความอันดับหนึ่งของประเทศ “กานต์ ทรัพย์สินทุกอย่างที่เธอมีอยู่ตอนนี้… รถยนต์หรู คอนโดมิเนียมหรูใจกลางสุขุมวิท บัญชีเงินฝาก และตำแหน่งหน้าที่การงาน เธอคิดว่ามันมาจากความสามารถของเธอจริงๆ งั้นเหรอ?” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก กานต์ตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลอาบสองแก้ม “ริน… หมายความว่ายังไง…” คุณอนันต์ก้าวขึ้นมาข้างหน้าพร้อมกับเปิดแท็บเล็ตแสดงเอกสารสำคัญขึ้นจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่กลางเวที “ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของคุณกานต์ เกิดขึ้นได้เพราะคุณรินรดาเซ็นอนุมัติเป็นกรณีพิเศษ เงินโบนัสพิเศษปีละหลายล้าน รวมถึงรถเบนซ์ประจำตำแหน่ง ล้วนเป็นเงินจากกองทุนส่วนตัวของคุณรินรดาทั้งสิ้น คอนโดมิเนียมที่พวกคุณแอบใช้เป็นรังรักกับเลขาคนนี้ ก็ซื้อในนามนิติบุคคลของเครืออัครเมธากุล!” เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นอีกครั้ง มินตราได้ยินดังนั้นถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้นพรม เธอคิดมาตลอดว่ากานต์เป็นเศรษฐีหนุ่มอนาคตไกล เป็นบ่อเงินบ่อทองที่เธอแย่งชิงมาจากเมียหลวงได้สำเร็จ แต่แท้จริงแล้ว ชายที่เธอยอมเอาตัวเข้าแลกกลับไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลยแม้แต่อย่างเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเอามาปรนเปรอเธอ ล้วนเป็นเศษเงินจากความเมตตาของผู้หญิงที่เธอเหยียดหยามว่าเป็นยายเพิ้ง “และที่เลวร้ายไปกว่านั้น…” ฉันกล่าวต่อ ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สิ้นหวังของกานต์ “ฝ่ายตรวจสอบบัญชีพบว่า เธอร่วมมือกับมินตรา ยักยอกเงินงบประมาณจัดซื้อของบริษัทไปกว่าสี่สิบล้านบาท เพื่อเอาไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และปรนเปรอกันในโรงแรมห้าดาว” “ไม่จริง! พี่ไม่ได้ทำ! ริน… ให้โอกาสพี่อธิบายก่อน!” … Read more

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์)แม่เลี้ยงใจร้ายไม่ยอมให้เงินซื้อชุดไปงานพรอมจบการศึกษา แต่เมื่อพี่ชายสร้างผลงานชิ้นเอกขึ้นมา ทุกคนก็ต้องเงียบกริบ!

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์) เวลา 19.30 น. หน้าทางเข้าห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูระดับห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความหรูหราอลังการ เหล่านักเรียน ม.ปลายชั้นปีสุดท้ายต่างแต่งกายด้วยชุดสูทและชุดราตรีสีสันสดใส เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงคลอเคล้าแสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลขนาดยักษ์ น้าพิมพ์ยืนถือแก้วไวน์คุยโวโอ้อวดอยู่กับกลุ่มผู้ปกครองและคุณครูใกล้โต๊ะลงทะเบียน ขณะที่เบลล่าเดินเฉิดฉายอยู่ในชุดราตรีสีชมพูฟูฟ่อง เธอโปรยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ หว่านเสน่ห์ให้เพื่อนๆ ทุกคนที่เดินผ่าน ทว่าในสายตาของช่างภาพและแขกบางคน ชุดของเบลล่าแม้จะแพงระยับ แต่มันกลับดูโหลและซ้ำซากกับชุดราตรีเช่าทั่วไปตามท้องตลาด “อาจารย์ศิริลักษณ์คะ คืนนี้ตำแหน่ง ‘พรอมควีน’ คงหนีไม่พ้นเบลล่าลูกสาวดิฉันแน่นอนใช่ไหมคะ” น้าพิมพ์เอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ “แน่นอนค่ะคุณนายพิมพ์ประภา หนูน้องเบลล่าสวยเด่นมาก… ว่าแต่น่าเสียดายนะคะที่น้องพลอยติดธุระเลยไม่ได้มา” อาจารย์ตอบอย่างสุภาพ “โอ๊ย อย่าไปพูดถึงเด็กคนนั้นเลยค่ะ ไม่ค่อยรักดี วันๆ เอาแต่เก็บตัว” น้าพิมพ์โบกมือปัดอย่างรังเกียจ ทันใดนั้นเอง บริเวณโถงทางเข้าด้านหน้าก็เกิดความฮือฮาขึ้นอย่างกะทันหัน! เสียงเครื่องยนต์คลาสสิกที่นุ่มนวลดังแว่วมาจากจุดส่งผู้โดยสารวีไอพี ตามมาด้วยเสียงช่างภาพและผู้คนที่ยืนอยู่แถวนั้นส่งเสียงอุทานดังเซ็งแซ่ ประตูห้องบอลรูมเปิดกว้างออก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเด็กนักเรียนต่างหันไปมองเป็นตาเดียว ฉันก้าวลงมาจากรถเบนซ์คลาสสิกสีน้ำเงินเข้ม โดยมีพี่แดนในชุดสูททักซิโด้สีดำตัดเย็บสุดเนี้ยบยื่นมือมาประคอง ร่างของฉันก้าวเข้าสู่พรมแดงใต้แสงไฟสปอตไลต์ของโรงแรม วินาทีนั้น ทุกสิ่งรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงดนตรีในห้องจัดเลี้ยงดูเหมือนจะเบาลงไปชั่วขณะ สายตานับร้อยคู่ตรึงแน่นอยู่ที่ตัวฉัน ชุดบอลกาวน์ผ้าเดนิมยีนส์วินเทจไล่เฉดสีทอประกายสะท้อนกับแสงไฟแชนเดอเลียร์ รายละเอียดขอบโครเมียมและคริสตัลโบราณจากแผงหน้ารถของพ่อสะท้อนแสงวิบวับราวกับอัญมณีล้ำค่า โครงสร้างชุดที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับศิลปะอวองการ์ดร่วมสมัย ทำให้ฉันดูเหมือนเจ้าหญิงยุคใหม่ที่หลุดออกมาจากนิตยสารโว้ก ชายกระโปรงผ้าเดนิมที่พลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดินเต็มไปด้วยมนต์สะกด … Read more

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์)ผมบังเอิญเจอแฟนเก่าที่หายตัวไปเมื่อ 6 ปีก่อน นอนหลับอยู่ที่สนามบินพร้อมกับเด็กชายฝาแฝดสองคนที่มีหน้าตาถอดแบบมาจากผมเป๊ะ! แต่พอเธอเอ่ยชื่อแม่ของผมขึ้นมา… สัญชาตญาณก็บอกทันทีว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายที่ถูกปิดบังไว้!

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์) เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลงจอดที่สนามบินดอนเมืองอย่างนิ่มนวล รถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจเด็กระดับประเทศมารอรับน้องกัสถึงข้างรันเวย์ ตลอดการเดินทาง ผมไม่ยอมปล่อยมือรินลดาและน้องกายเลยแม้แต่วินาทีเดียว ส่วนน้องกัสได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ประจำตัวของผม ทันทีที่มาถึงโรงพยาบาล น้องกัสถูกนำตัวเข้าตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียดในห้องปลอดเชื้อ คืนนั้น ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดแก้ไขลิ้นหัวใจที่ผิดปกติอย่างเร่งด่วน การผ่าตัดกินเวลายาวนานกว่าห้าชั่วโมง เป็นห้าชั่วโมงที่ทรมานที่สุดในชีวิตของผม ผมได้แต่กุมมือรินลดาที่หน้าห้องผ่าตัด สวดมนต์ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอแลกทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีในชีวิต เพื่อให้ลูกชายของผมปลอดภัย ในที่สุด ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก แพทย์หัวหน้าทีมเดินยิ้มออกมาพร้อมกับถอดหน้ากากอนามัย “การผ่าตัดประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบครับคุณกวินทร์ สัญญาณชีพของน้องคงที่มาก ลิ้นหัวใจทำงานได้เป็นปกติ หลังจากนี้พักฟื้นอีกประมาณสองถึงสามสัปดาห์ น้องกัสก็จะสามารถวิ่งเล่นและใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กปกติทั่วไปแล้วครับ” เสียงถอนหายใจยาวของรินลดาตามมาด้วยเสียงสะอื้นแห่งความโล่งอก เธอทรุดตัวลงสู่อ้อมกอดของผม ผมกอดเธอและน้องกายไว้แน่น หัวใจที่เคยแหลกสลายของผมเริ่มได้รับการเยียวยา ลูกชายของผมรอดชีวิตแล้ว และครอบครัวของผมกำลังจะได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง สองสัปดาห์ต่อมา หลังจากที่น้องกัสอาการดีขึ้นจนย้ายมาพักฟื้นในห้องสูทพิเศษของโรงพยาบาล และสามารถหัวเราะพูดคุยกับน้องกายได้อย่างสดใส ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องสะสางบาดแผลในอดีตที่ค้างคามานานถึงหกปี ผมไม่ได้บอกแม่ล่วงหน้า แต่สั่งให้คนขับรถไปรับ ‘คุณหญิงกานดา’ มาที่โรงพยาบาล โดยอ้างเพียงว่าผมมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับพินัยกรรมของตระกูลที่ต้องให้ท่านมาเซ็นรับทราบด้วยตัวเอง เมื่อคุณหญิงกานดาก้าวเข้ามาในห้องสูทหรูหราของโรงพยาบาล ท่านยังคงรักษาท่าทีสง่างาม หยิ่งทะนง และสวมใส่เครื่องเพชรแวววาวสมฐานะคุณหญิงตระกูลใหญ่ แต่ทันทีที่สายตาของท่านเหลือบไปเห็นรินลดายืนอยู่ข้างเตียงคนไข้ พร้อมกับเด็กชายฝาแฝดสองคนที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผมในวัยเด็ก… สีหน้าของคุณหญิงกานดาเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งกลายเป็นความตกตะลึง แก้วตาสั่นระริก ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “รินลดา…! นี่มันหมายความว่ายังไง … Read more

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์)ลูกชายนอนตัวงอลมจับอยู่บนเบาะฝึกยิม หายใจหอบถี่จนตัวโยน ในขณะที่ครูฝึกมวยหนุ่มกำลังยืนหัวเราะเยาะเย้ยเขาต่อหน้าผู้ปกครองที่นั่งเต็มขอบสนาม ผมค่อยๆ ถอดรองเท้าเซฟตี้ทำงานคู่เก่า ปลดกระดุมพับแขนเสื้อเชิ้ตลายสก็อตอย่างใจเย็น แล้วเดินก้าวขึ้นสู่สังเวียนด้วยถุงเท้าเพียงคู่เดียว

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์) เมื่อร่างของครูบอลลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่าตนเองได้ทำลายโอกาสรอดเดียวไปแล้ว ในทางยุทธวิธีการต่อสู้ระยะประชิด การปล่อยให้เท้าลอยพ้นพื้นโดยไม่มีหลักยึด คือการส่งมอบชะตากรรมของตนเองให้อยู่ในกำมือของศัตรู ผมไม่ได้ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว แต่กลับก้าวสืบเท้าขวาเข้าหาจุดตกกระทบ ย่อเข่าลงต่ำเพื่อสร้างฐานที่มั่นคงดุจรากไม้ใหญ่ จังหวะที่หัวเข่าของเขาพุ่งเฉียดหน้าอกของผมไป ผมใช้ท่อนแขนซ้ายเกี่ยวตวัดล็อคเข้าใต้ข้อพับขาของเขาอย่างแม่นยำ พร้อมกับส่งฝ่ามือขวากระแทกเข้าที่แผ่นอกของเขาด้วยแรงผลักประสาน โครม! ร่างหนากว่าแปดสิบกิโลกรัมของอดีตแชมป์มวยไทยถูกเหวี่ยงฟาดลงกับพื้นเบาะยางสังเคราะห์อย่างรุนแรง เสียงร่างกระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหวจนเก้าอี้พับรอบสนามสะเทือน แรงกระแทกส่งผลให้ลมในปอดของครูบอลถูกรีดออกทางปากจนหมดสิ้น เขานอนหงายหลัง ตาค้าง อ้าปากพะงาบๆ พยายามสูดอากาศเข้าปอดด้วยความทรมาน สภาพไม่ต่างจากปลาที่ถูกเหวี่ยงขึ้นมานอนดิ้นพราดๆ อยู่บนฝั่ง ความเงียบงันเข้าปกคลุมยิมฝึกอีกครั้ง แต่คราวนี้มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยความยำเกรง ไม่มีผู้ปกครองคนไหนกล้าแม้แต่จะกระแอมไอ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผมด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว ชายวัยกลางคนในชุดช่างซ่อมท่อธรรมดาๆ คนนี้ กลับสามารถสยบนักสู้ระดับแชมป์ลงได้ภายในเวลาไม่ถึงสองนาที โดยที่เสื้อผ้าของเขาแทบไม่ยับยู่ยี่เลยแม้แต่น้อย ผมไม่ได้ซ้ำเติม ผมยืนตระหง่านอยู่เหนือร่างของเขา สายตาทอดมองลงไปด้วยความเย็นชา “สำหรับคนเป็นครู… ศิลปะการต่อสู้มีไว้เพื่อปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า และฝึกฝนจิตใจให้ถ่อมตน” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานและเฉียบขาด “แต่วันนี้ แกใช้มันทำร้ายเด็กอายุสิบสามปีเพื่อยกหางตัวเอง” ครูบอลนอนตัวสั่นเทา ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่สิ่งที่แหลกสลายยิ่งกว่ากระดูกคือศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งที่เขาสะสมมาทั้งชีวิต เขามองเห็นเงาของยมทูตในดวงตาของผมอย่างแท้จริง และรู้ดีว่าหากนี่คือสงครามจริง เขาคงไม่มีโอกาสได้หายใจอีกต่อไป ในตอนนั้นเอง จ่าสิบเอกประจักษ์ก้าวเดินลงมาจากอัฒจันทร์อย่างช้าๆ ชายชราเดินตรงเข้ามาที่ขอบเบาะฝึก ยืนตรงแล้วยกมือขึ้นทำความเคารพแบบทหารอย่างขึงขังต่อหน้าผม “ผู้พันแดน… … Read more

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์)

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์) การเดินออกจากสำนักงานขายในวันนั้น คือการก้าวเดินที่เบาสบายที่สุดในชีวิตของฉัน ราวกับได้ปลดเปลื้องโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นทิ้งไว้เบื้องหลัง แต่สำหรับครอบครัวของภัทร… หายนะเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น หลังจากวันนั้นไม่ถึงสามชั่วโมง โทรศัพท์มือถือของฉันก็แทบระเบิด มีสายเรียกเข้าและข้อความจากภัทรส่งเข้ามาไม่ต่ำกว่าร้อยสาย เขาส่งข้อความมาขอโทษ อ้อนวอน อ้างว่าเขารักฉันมากแค่ไหน และยอมทำทุกอย่างเพื่อให้งานแต่งงานดำเนินต่อไปได้ แต่ฉันไม่แม้แต่จะกดเปิดอ่าน ฉันบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเขา ไลน์ เฟซบุ๊ก และทุกช่องทางการติดต่ออย่างเด็ดขาด ทางด้านคุณเกรียงไกรและคุณนายอรัญญา เมื่อรู้ว่าฉันเอาจริงและไม่ยอมกลับไปเป็นเหยื่อให้พวกเขาสูบเลือดสูบเนื้อ ความตื่นตระหนกก็ถาโถมเข้าใส่พวกเขาทันที เพราะก่อนหน้านี้ พวกเขามั่นใจมากว่าแผนการจะสำเร็จ จึงได้แจกการ์ดแต่งงานไปแล้วนับร้อยใบให้แก่ญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมงานในแวดวงสังคม การที่งานแต่งงานถูกยกเลิกกะทันหันย่อมหมายถึงความอับอายขายหน้าอย่างรุนแรง สองวันต่อมา คุณเกรียงไกรพาภัทรบุกมาถึงบ้านพักของฉันและพ่อแม่ในยามบ่าย คราวนี้ ท่าทางหยิ่งยโส โอหัง และบารมีจอมปลอมของผู้เป็นพ่อได้หายไปจนหมดสิ้น เขายืนอยู่หน้าประตูรั้วพร้อมกระเช้ารังนกและผลไม้ราคาแพงในมือ สีหน้าซีดเซียวและดูแก่ชงักลงไปหลายปี “หนูริน… พ่อมาขอโทษ” คุณเกรียงไกรเอ่ยขึ้นทันทีที่ฉันเปิดประตูรั้วออกไป โดยมีพ่อสุรชัยยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลัง “วันนั้นพ่อคิดน้อยไป พ่อแค่อยากให้ครอบครัวเรามั่นคง… เอาอย่างนี้ไหมลูก ถ้าหนูรินยอมกลับมาแต่งงานกับภัทร พ่อจะยอมให้ใส่ชื่อหนูรินกับภัทรในโฉนดบ้านเหมือนเดิมเลย พ่อจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกแม้แต่นิดเดียว!” ฉันมองดูชายวัยกลางคนที่เคยชี้นิ้วสั่งฉันเมื่อวันก่อน บัดนี้กลับต้องมายืนก้มหัวอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา “ยอมให้ใส่ชื่อหนูงั้นเหรอคะ?” ฉันถามกลับด้วยรอยยิ้มเย็น “แล้วเงินดาวน์ 1.2 ล้านที่คุณลุงบอกว่ามีล่ะคะ … Read more