ตอนที่ 3 (ตอนจบ) : การพิพากษาและการเริ่มต้นใหม่

ตอนที่ 3 (ตอนจบ) : การพิพากษาและการเริ่มต้นใหม่ คำพูดของภพธรทำให้ฉันตื่นตัวขึ้นมาทันที ใช่แล้ว… วันนี้คือวันครบกำหนดหกเดือนตามกฎหมายที่อาเกริกพลจะยื่นคำร้องต่อศาลและบอร์ดบริหาร เพื่อประกาศว่าฉันเป็นบุคคลสาบสูญและขอโอนถ่ายหุ้นทั้งหมด รวมถึงสิทธิ์ในคฤหาสน์ให้ตกเป็นของเขาตามลำดับทายาท “ถ้าอย่างนั้น ฉันต้องรีบไปที่สำนักงานใหญ่เดี๋ยวนี้!” ฉันลุกขึ้นยืนด้วยความร้อนรน กำกระเป๋าเอกสารหลักฐานแน่น “ไม่ต้องรีบร้อนครับคุณไอริน การจะเชือดเสือ เราต้องปล่อยให้มันคิดว่าตัวเองชนะก่อน” ภพธรยิ้มอย่างใจเย็น ดวงตาของเขาฉายประกายแห่งผู้คุมเกม “ผมเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ขบวนรถและทีมทนายของผมจะพาคุณไปส่งถึงที่นั่นในจังหวะที่สมบูรณ์แบบที่สุด” เวลาสิบเอ็ดนาฬิกาตรง ณ ห้องประชุมชั้นสูงสุดของอาคารอัครเดชไพศาลทาวเวอร์ ย่านสาทร บรรยากาศภายในห้องประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียด บอร์ดบริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั่งล้อมรอบโต๊ะประชุมขนาดยักษ์ ที่หัวโต๊ะคือ อาเกริกพล ชายวัยห้าสิบปีในชุดสูทราคาแพง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและลำพองใจ “ทุกท่านคงทราบดีแล้วว่า หลานสาวของผม… ไอริน ได้หนีความผิดฐานยักยอกเงินและหายสาบสูญไปครบหกเดือนเต็มในวันนี้” เกริกพลกล่าวด้วยน้ำเสียงเสแสร้งแกล้งทำเป็นโศกเศร้า “ตามข้อบังคับของบริษัทและพินัยกรรมของพี่ชายผม เมื่อไม่มีผู้สืบทอดมารายงานตัว สิทธิ์ในการถือครองหุ้นทั้งหมดและตำแหน่งประธานกรรมการ จะต้องตกเป็นของผมแต่เพียงผู้เดียว ขอให้ทุกท่านลงนามรับรองด้วยครับ” ขณะที่เกริกพลกำลังจะจรดปากกาลงบนเอกสาร ประตูห้องประชุมคู่บานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยเสียงดังสนั่น! ปัง! ทุกคนในห้องประชุมหันไปมองเป็นตาเดียว เกริกพลชะงักปากกาค้าง เงยหน้าขึ้นมองด้วยความโกรธเกรี้ยว “ใครบังอาจมารบกวนการประชุมสำคัญ—” คำพูดของเขาหยุดชะงักลงทันที ใบหน้าของเกริกพลซีดเผือดจนไร้สีเลือด เมื่อเห็นร่างของฉันก้าวเข้ามาในห้องประชุมอย่างสง่างาม ฉันสวมชุดสูททางการสีดำสนิท เชิดหน้าขึ้นด้วยความมั่นใจ และข้างกายของฉันคือ ภพธร … Read more

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์): รุ่งอรุณใหม่ และคำสัญญาชั่วนิรันดร์

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์): รุ่งอรุณใหม่ และคำสัญญาชั่วนิรันดร์ แสงแรกของวันใหม่เริ่มทาทาบขอบฟ้าย่านสาทร ขับไล่ความมืดมิดและหมอกควันที่ปกคลุมค่ำคืนอันโหดร้ายจนหมดสิ้น ภายในเพนต์เฮาส์หรูที่เคยเงียบสงบดั่งป่าช้า บัดนี้อบอวลไปด้วยไออุ่นที่แท้จริงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สร้างขึ้นมา บนโต๊ะทำงานไม้สักทอง เอกสารข้อตกลงการหย่าและเช็คเงินสดมูลค่าแปดสิบล้านบาทถูกวางทิ้งไว้ตรงนั้น แต่มันไม่ได้มีความหมายใดๆ อีกต่อไป ผมหยิบไฟแช็กขึ้นมา จุดเปลวไฟสีฟ้าให้ลามเลียขอบกระดาษแผ่นนั้นอย่างช้าๆ เฝ้ามองกระดาษแห่งความสิ้นหวังแปรเปลี่ยนเป็นเถ้าถ่านสีเทา ปลิวหายไปในอากาศ มินตรารับยาทำแผลและนั่งพักอยู่บนโซฟาตัวยาว ดวงตาคู่หวานของเธอยังคงแดงก่ำจากการร้องไห้ แต่แววตาที่เคยมืดมนและหวาดระแวง บัดนี้กลับกระจ่างใสและเปี่ยมไปด้วยความหวัง ผมเดินเข้าไปหาเธอพร้อมกับแก้วชานมอุ่นๆ นั่งลงข้างกายแล้วส่งมันให้เธอ “ดื่มอะไรร้อนๆ ก่อนนะ จะได้รู้สึกดีขึ้น” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยใช้ เธอรับแก้วไปถือไว้ นิ้วมือของเราแตะโดนกัน คราวนี้เธอไม่ได้ชักมือหนีอีกแล้ว แต่กลับกุมปลายนิ้วของผมตอบเบาๆ “ขอบคุณค่ะ… พี่กวินทร์” “พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณเธอ” ผมเลื่อนตัวเข้าไปใกล้ จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “สามปีที่ผ่านมา มินต้องทนอยู่ในบ้านหลังนี้เหมือนคนติดคุก ต้องทนรับแรงกดดันจากทั้งพ่อแม่ตัวเอง และต้องทนเห็นหน้าผู้ชายที่ตัวเองไม่กล้าแม้แต่จะบอกรัก… พี่ขอโทษนะมิน ขอโทษที่พี่เอาแต่คิดถึงความเจ็บปวดของตัวเอง จนมองไม่เห็นความทรมานของเธอเลย” หยาดน้ำตาเม็ดใสเอ่อล้นคลอเบ้าของมินตราอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันคือน้ำตาแห่งความโล่งใจ “มินไม่เคยโกรธพี่เลยค่ะ ทุกครั้งที่พี่มองมินด้วยสายตาตัดพ้อ หัวใจของมินเหมือนถูกมีดกรีดนับพันเล่ม มินอยากจะวิ่งเข้าไปกอดพี่ อยากจะบอกความจริงทุกอย่าง แต่มินรู้ว่าคนของพ่อจับตาดูเราอยู่ตลอดเวลา… มินคิดเพียงแค่ว่า … Read more

ตอนที่ 3 : บาปบริสุทธิ์และจุดจบ (จบบริบูรณ์)

ตอนที่ 3 : บาปบริสุทธิ์และจุดจบ (จบบริบูรณ์) สองสัปดาห์ต่อมา บรรยากาศภายในบ้านยังคงดำเนินไปอย่างราบเรียบ มินตราได้รับการดูแลประคบประหงมเป็นอย่างดีในฐานะว่าที่คุณแม่ ส่วนวิชัยก็ยังคงหาเศษหาเลยกับลูกสะใภ้ในมุมมืดของบ้านทุกครั้งที่สบโอกาส โดยที่ทั้งสองไม่เคยรู้เลยว่า กล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่ฉันแอบติดตั้งไว้ตามจุดอับต่างๆ ภายในบ้าน ได้บันทึกพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของพวกเขาทุกการกระทำ ในขณะเดียวกัน อาร์ทอาศัยความเป็นพยาบาลและเส้นสายในโรงพยาบาล แอบนำเส้นผมและแปรงสีฟันของวิชัยไปตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับตัวอย่างเลือดของมินตราที่เจาะตรวจครรภ์ไว้ก่อนหน้านี้อย่างลับๆ จนกระทั่งถึงวันอาทิตย์ วันที่ครอบครัวของเรานัดรับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษร่วมกันที่บ้าน โดยวิชัยเป็นคนเสนอให้อาร์ทหยุดงานเพื่อฉลองเรื่องการตั้งครรภ์ โต๊ะอาหารยาวถูกจัดวางด้วยอาหารรสเลิศ กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง แต่ความกดดันกลับอัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก วิชัยนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ มินตรานั่งเคียงข้างอาร์ท ส่วนฉันนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “วันนี้พ่อมีความสุขมากจริงๆ” วิชัยเริ่มต้นพูดพลางยกแก้วไวน์ขึ้น “ครอบครัวเรากำลังจะเติบโต อาร์ทก็มีหน้าที่การงานมั่นคง มินตราก็เป็นภรรยาที่ดี ต่อไปนี้บริษัทของเราก็จะมีทายาทรุ่นต่อไปมารับช่วงต่อแล้ว” มินตรายิ้มรับอย่างอ่อนหวาน “มินสัญญาค่ะว่าจะดูแลลูกและพี่อาร์ทให้ดีที่สุด” “อ้อ พูดถึงเรื่องลูก…” อาร์ทวางช้อนส้อมลงอย่างช้าๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความเย็นชาที่ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะเปลี่ยนเป็นเงียบกริบ “ผมมีของขวัญพิเศษจะมอบให้พ่อกับมินในวันนี้ด้วยครับ” อาร์ทดึงซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกออกมาจากกระเป๋าสะพายข้าง เขาวางมันลงตรงหน้าวิชัยอย่างแผ่วเบา “อะไรเหรอลูก เอกสารประกันชีวิตเหรอ?” วิชัยถามอย่างแปลกใจ พลางเอื้อมมือไปเปิดซองออก ทันทีที่เอกสารด้านในถูกดึงออกมา ใบหน้าของวิชัยก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในชั่วพริบตา สิ่งแรกที่โผล่ออกมาคือภาพถ่ายคมชัดนับสิบใบ ภาพที่เขาและมินตรานัวเนียกันหน้าม่านรูด ภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องทำงานที่บ้านตอนที่มินตรานั่งตักเขา และภาพที่ทั้งสองแอบจูบกันในห้องครัว มินตราที่ชะโงกหน้ามาดูถึงกับหน้าซีดเผือด แก้วน้ำในมือหลุดร่วงลงกระแทกพื้นแตกกระจายดัง เพล้ง! … Read more

ตอนที่ 3 (Part 3 – อวสาน): งานศพของคนเป็น และบทสรุปแห่งกรรม

ตอนที่ 3 (Part 3 – อวสาน): งานศพของคนเป็น และบทสรุปแห่งกรรม ค่ำคืนของงานกาล่าเปิดตัวบริษัทโลจิสติกส์สาขาใหม่ ณ ห้องบอลรูมของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ แขกเหรื่อระดับมหาเศรษฐี นักธุรกิจ และสื่อมวลชนสายธุรกิจสวมชุดราตรีและสูทหรูหรามาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง บนเวทีใหญ่ ปรากฏร่างของ “คุณภาคิน” หรือภานุในอดีต ในชุดสูททักซิโด้สีดำสั่งตัดอย่างประณีต เขายืนเคียงข้างพิมพ์ดาวที่สวมชุดราตรีสีงากลางวงล้อมของครอบครัว ภานุกำลังกล่าวสุนทรพจน์ด้วยรอยยิ้มมั่นใจ พูดถึงความสำเร็จ วิสัยทัศน์ และความรักที่เขามีต่อภรรยาและลูกชายอย่างซาบซึ้ง “ผมขอบคุณคุณพิมพ์ดาวและครอบครัวที่ให้โอกาสเด็กบ้านนอกคนหนึ่งได้มีวันนี้ ผมสัญญาว่าจะดูแลบริษัทและครอบครัวของเราด้วยชีวิต…” เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้อง แปะ… แปะ… แปะ… เสียงตบมือช้าๆ ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังสุดของห้องบอลรูม ท่ามกลางความเงียบที่เริ่มก่อตัว ผู้คนต่างหันไปมองเป็นตาเดียว ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีดำสนิท ไร้เครื่องประดับหรูหรา ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาดุจเปลวเพลิง กำลังก้าวเดินตรงไปยังหน้าเวทีอย่างสง่างามและมั่นคง นั่นคือฉันเอง เมื่อสายตาของภานุประสานเข้ากับฉัน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแข็งค้างทันที ไมโครโฟนในมือสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ สีหน้าของเขาถอดสี ขาวซีดจนแทบไม่มีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดผวาเหมือนเห็นวิญญาณผุดขึ้นมาจากนรก “พูดได้ซาบซึ้งมากค่ะ… คุณภาคิน หรือฉันควรจะเรียกคุณว่า นายภานุ สามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉันดีล่ะคะ?” ฉันเอ่ยเสียงดังฟังชัด ทะลุผ่านความเงียบของห้องบอลรูม เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นมาทันที พิมพ์ดาวขมวดคิ้วแน่น … Read more

(ตอนที่ 3 – ตอนจบ) : ผลกรรมของคนทรยศ และชีวิตใหม่ที่ไร้มลทิน

(ตอนที่ 3 – ตอนจบ) : ผลกรรมของคนทรยศ และชีวิตใหม่ที่ไร้มลทิน หนึ่งสัปดาห์ต่อมา คลื่นพายุความวุ่นวายไม่ได้สงบลงง่ายๆ แต่กลับโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ โดยพุ่งเป้าไปที่ภัทรและพิ้งค์อย่างไม่ปรานี หลังจากคลิปและรูปภาพที่หัวหินแพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์ ข่าวฉาวเรื่องการคบชู้ของรองผู้จัดการบริษัทไอทียักษ์ใหญ่กับว่าที่เจ้าสาวของตระกูลไฮโซก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคม ทางบริษัทของภัทรทนต่อแรงกดดันจากกระแสสังคมและการถูกบอยคอตไม่ไหว บอร์ดบริหารจึงมีมติสั่งปลดภัทรออกจากตำแหน่งทันทีเพื่อรักษาภาพลักษณ์องค์กร ซ้ำร้าย บริษัทคู่ค้าหลายแห่งยังปฏิเสธที่จะร่วมงานกับเขา อนาคตทางการงานที่เขาสร้างมานับสิบปีพังทลายลงในพริบตา ในขณะเดียวกัน พิ้งค์ต้องเผชิญกับนรกบนดินที่ยิ่งกว่า ทางครอบครัวของคุณกรณ์ไม่เพียงแต่ยกเลิกงานแต่งงานอย่างเป็นทางการ แต่ยังส่งทีมทนายความฟ้องร้องเรียกเงินค่าสินสอด ค่าเตรียมงานแต่ง และค่าเสียหายต่อชื่อเสียงเป็นเงินจำนวนมหาศาล อีกทั้งเพื่อนฝูงในแวดวงสังคมไฮโซต่างพากันตัดความสัมพันธ์และรุมประณามการกระทำอันไร้ยางอายของเธอ พิ้งค์กลายเป็นคนไม่มีที่ยืน ต้องเก็บตัวเงียบอยู่ในคอนโดด้วยความหวาดระแวง ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าออกจากห้อง ในที่สุด วันนัดเจรจาไกล่เกลี่ยที่ศาลเยาวชนและครอบครัวก็มาถึง ฉันเดินทางมาพร้อมกับ ‘ทนายวิภา’ ทนายความมือหนึ่งด้านคดีครอบครัว ฉันสวมชุดสูทสีขาวเรียบหรู แต่งหน้าอ่อนๆ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ต่างจากภัทรที่นั่งรออยู่อีกฝั่ง สภาพของเขาดูทรุดโทรมจนแทบจำไม่ได้ ขอบตาดำคล้ำ หนวดเคราขึ้นรกรุงรัง ร่างกายซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ข้างๆ เขามีคุณหญิงนวลจันทร์ที่นั่งคอตก สีหน้าหมดราคาสิ้นลายความเย่อหยิ่ง ส่วนพิ้งค์นั่งอยู่มุมห้อง หลบสายตาทุกคนที่เดินผ่าน ร่างกายสั่นเทาเหมือนคนขวัญผวา เมื่อการเจรจาเริ่มต้นขึ้น ภัทรพยายามจะเดินเข้ามาจับมือฉัน น้ำตาของเขาไหลอาบแก้ม “เมย์… ผมขอโทษ ผมรู้แล้วว่าผมผิดไปจริงๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมโง่เองที่หลงผิดไปกับความตื่นเต้นชั่ววูบ เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม … Read more

PART 3 (ตอนจบ): การพิพากษา จุดจบคนลวง และชีวิตใหม่

PART 3 (ตอนจบ): การพิพากษา จุดจบคนลวง และชีวิตใหม่ ทนายกิตติพงษ์เปิดแฟ้มหนังสีดำ หยิบเอกสารที่มีตราประทับของกรมที่ดินและคำสั่งศาลออกมาถือไว้ ก่อนจะก้าวขึ้นมาเผชิญหน้ากับคุณหญิงผกาพรที่ยืนขาสั่นจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ “ตามสัญญาเช่าที่ดินเลขที่ สส-089 ตระกูลวรโชติได้ทำสัญญาเช่าที่ดินแปลงนี้ขนาดห้าไร่จากตระกูลสิริโสภณเป็นเวลาสามสิบปี และสัญญาได้หมดอายุลงเมื่อสิ้นเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ในช่วงสองปีหลัง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมของตระกูลวรโชติขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ท่านผู้หญิงได้นำตัวอาคารคฤหาสน์หลังนี้มาค้ำประกันเงินกู้ยืมระยะสั้นกับบริษัทในเครือของเรา เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นสี่ร้อยห้าสิบล้านบาท” ทนายกิตติพงษ์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาจ้องมองคุณหญิงผกาพรอย่างไม่ลดละ “ซึ่งเงินกู้ก้อนดังกล่าว ได้ผิดนัดชำระหนี้มาเป็นเวลาเก้าสิบวันเต็มแล้ว ตามกฎหมายและข้อตกลงในสัญญา ทางเรามีสิทธิ์บอกเลิกการต่อสัญญาเช่าที่ดินทันที และสามารถบังคับยึดทรัพย์สินบนที่ดินผืนนี้เพื่อชำระหนี้ได้โดยชอบด้วยกฎหมายโดยมิต้องรอคำสั่งศาลเพิ่มเติม” เสียงกรีดร้องสั้นๆ หลุดออกมาจากลำคอของคุณหญิงผกาพร เธอยกมือขึ้นทาบอก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด “ไม่จริง… คฤหาสน์หลังนี้… หน้าตาทางสังคมของฉัน… วงศ์ตระกูลวรโชติจะพังทลายไม่ได้นะ!” เธอทิ้งความเย่อหยิ่ง ทิ้งศักดิ์ศรีที่เคยอวดอ้าง แล้วรีบถลาเข้ามาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าฉัน มือทั้งสองข้างที่เคยปัดกระเช้าผลไม้ทิ้ง ยื่นมาหมายจะคว้าชายกระโปรงของฉัน แต่บอดี้การ์ดสองนายก้าวเข้าขวางไว้ทันที “คุณบัว… ไม่สิ ท่านประธานบงกช! ได้โปรดเถอะค่ะ เมตตาป้าด้วย! ป้าไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นท่าน! ป้าแค่แก่กะโหลกกะลา ตาบอดมองไม่เห็นเพชรแท้! ยกโทษให้ป้าด้วยนะคะ เห็นแก่ธาวิน เห็นแก่หลานในท้องเถอะค่ะ!” ฉันมองดูหญิงวัยกลางคนที่เคยยืนชี้หน้าด่าฉันว่าเศษขยะ บัดนี้กลับคลานคุกเข่าอยู่บนเศษผลไม้ที่ตัวเองเป็นคนโยนทิ้ง ภาพนั้นช่างน่าเวทนายิ่งนัก “คุณหญิงผกาพรคะ … Read more

PART 3: จุดจบของคนจองหอง และบทเรียนราคาแพงที่ต้องจ่ายด้วยอนาคต

PART 3: จุดจบของคนจองหอง และบทเรียนราคาแพงที่ต้องจ่ายด้วยอนาคต สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อในค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าส่องให้เห็นสภาพอันน่าสมเพชของคนที่เคยคิดว่าตัวเองอยู่เหนือกฎหมาย ชายฉกรรจ์ทั้งเจ็ดคนถูกแยกตัวไปสอบปากคำในห้องขังชั่วคราว ขณะที่ต่ายนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงหน้าโต๊ะพนักงานสอบสวน โดยมีพ่อแม่และพี่ชายนั่งประกบอยู่ข้างๆ ทนายความประจำตระกูลวัฒนากูลรีบเดินทางมาถึงในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เขาพยายามเข้ามาเจรจากับฉันที่นั่งรออยู่ในห้องรับรองพิเศษพร้อมกับทนายความส่วนตัวของฉัน—คุณธนินท์ ทนายความด้านคดีแพ่งและอาญาแถวหน้าของเมืองไทย “คุณริญญาดาครับ” ทนายของฝ่ายนั้นเริ่มเปิดฉาก “ทางเราเข้าใจดีว่าลูกความของผมกระทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และความใจร้อนของวัยรุ่น ทางคุณพิชัยและครอบครัวยินดีที่จะจ่ายค่าเสียหายตามบิลทั้งหมดสองล้านห้าร้อยล้านบาทในคืนนี้ทันที ขอเพียงแค่คุณริญญาดายอมถอนคำร้องทุกข์ข้อหาบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ เพื่อไม่ให้คุณปวริศาต้องมีประวัติอาญาติดตัว” คุณธนินท์ ทนายของฉัน ยิ้มเย็นก่อนจะวางเอกสารเพิ่มเติมลงบนโต๊ะ “คงไม่ได้หรอกครับคุณทนาย” คุณธนินท์กล่าวอย่างสุขุม “จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของคอนโดมิเนียมอย่างละเอียด พบว่าคุณปวริศาและพวก มีการวางแผนล่วงหน้า มีการพกพาอาวุธ (ไม้เบสบอลและมีดพับ) เข้าไปในเคหสถานโดยไม่มีเหตุอันควร และพฤติการณ์ยังเข้าข่ายการกรรโชกและข่มขู่คุกคามสวัสดิภาพของลูกความผมด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ค่าเสียหายสองล้านห้าแสนบาทที่คุณพูดถึง นั่นเป็นเพียงมูลค่าของทรัพย์สินที่พังเสียหายตามใบเสร็จเท่านั้น” คุณธนินท์หันไปสบตาคุณพิชัยที่นั่งหน้าเครียด “เรายังไม่ได้รวมค่าเสียหายจากการเสียโอกาส ค่าฟื้นฟูสภาพห้องชุด ค่าผิดสัญญาการจัดงานแต่งงานที่ลูกความผมได้ชำระเงินมัดจำล่วงหน้าไปแล้วกว่าหนึ่งล้านบาท และค่าเสียหายต่อชื่อเสียงและจิตใจ ซึ่งทางเราจะยื่นฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ห้าล้านบาทถ้วน” “ห้าล้านงั้นเหรอ?!” คุณนวลแขอุทานเสียงหลง ลุกขึ้นยืนชี้หน้าฉัน “เธอจะขูดรีดเลือดเนื้อกันเกินไปแล้วนะริญญาดา! ต่ายมันแค่อารมณ์ชั่ววูบ เธอกล้าดียังไงจะเอาเงินห้าล้าน แล้วยังจะส่งน้องเข้าคุกอีก จิตใจเธอทำด้วยอะไร!” “จิตใจของฉันทำด้วยความยุติธรรมค่ะ คุณหญิงนวลแข” ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ไร้ซึ่งความกลัว “ตอนที่ลูกสาวคุณพังห้องฉัน คุณบอกว่ามันเป็นแค่ของนอกกาย … Read more

ตอนที่ 3 (EP.3): เผยตัวตนประธานตัวจริง การเช็คบิล และจุดจบที่สาสม (จบบริบูรณ์)

ตอนที่ 3 (EP.3): เผยตัวตนประธานตัวจริง การเช็คบิล และจุดจบที่สาสม (จบบริบูรณ์) กลิ่นคาวของปลากะพงและกลิ่นน้ำแกงที่เปรอะเปื้อนอยู่บนพื้นห้องอาหาร คละคลุ้งไปทั่วคฤหาสน์ตระกูลวรโชติ เศษแก้วและชามกระเบื้องที่แตกกระจายสะท้อนเงาของครอบครัวที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธและความกลัว “อีรินทร์! แกกล้าดียังไงมาคว่ำโต๊ะอาหารในบ้านฉัน!” คุณหญิงผกาวัลย์แผดเสียงชี้หน้าฉัน นิ้วของนางสั่นระริก “ภวินท์! หย่ากับมันเดี๋ยวนี้! ไล่มันออกไปจากบ้าน ไล่มันออกไปแต่ตัว อย่าให้มันเอาอะไรติดตัวไปแม้แต่บาทเดียว! คนชั้นต่ำแบบนี้ไม่มีสิทธิ์มาใช้นามสกุลวรโชติของพวกเรา!” ภวินท์ได้สติ เขาสาวเท้าเดินเข้ามาหาฉัน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น “รินทร์! เธอทำเกินไปแล้วนะ! วันนี้เธอต้องคุกเข่ากราบขอโทษแม่ กราบขอโทษพี่เมฆกับพี่สา แล้วเก็บกวาดเศษอาหารพวกนี้ด้วยลิ้นของเธอซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องหย่า ยึดสิทธิ์การเลี้ยงดูลูก และไล่เธอออกไปเป็นหมาข้างถนน!” ฉันไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉัน ฉันดึงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดโทรออกเพียงสายเดียวด้วยระบบสปีกเกอร์โฟน เสียงสัญญาณดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ปลายสายก็กดรับทันที “สวัสดีครับท่านประธานรินทร์ลดา ผมและทีมรักษาความปลอดภัยพร้อมทนายความประจำตระกูลวราพงศ์ มาถึงหน้าประตูรั้วตามคำสั่งแล้วครับ” เสียงทุ้มหนักแน่นของ ‘คุณวิทย์’ เลขาธิการและหัวหน้าฝ่ายกฎหมายส่วนตัวของฉันดังทะลุผ่านลำโพงออกมา ทันใดนั้น เสียงบานประตูรั้วอัลลอยด์หน้าบ้านก็เปิดออก พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส สีดำขลับจำนวนสามคันแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านอย่างสมเกียรติ ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทหกคนเดินก้าวเข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็ว ตามด้วยคุณวิทย์ที่ถือแฟ้มเอกสารหนังแท้เดินเข้ามาค้อมศีรษะให้ฉันอย่างนอบน้อมสูงสุด “ท่านประธาน… มีใครในบ้านหลังนี้แตะต้องหรือทำร้ายท่านหรือไม่ครับ?” คุณวิทย์เอ่ยถามด้วยความเคารพ คนตระกูลวรโชติต่างยืนนิ่งอึ้ง ตาค้าง … Read more

ตอนที่ 3 (จบบริบูรณ์): บทเรียนราคาแพงและบทสรุปของผู้พ่ายแพ้

ตอนที่ 3 (จบบริบูรณ์): บทเรียนราคาแพงและบทสรุปของผู้พ่ายแพ้ สองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในศาลจังหวัดตลิ่งชันเงียบสงบและเต็มไปด้วยความกดดัน วันนี้เป็นการนัดไกล่เกลี่ยและไต่สวนมูลฟ้องนัดแรกในคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และคดีเรียกร้องทรัพย์สินคืน ฉันนั่งอยู่ข้างพี่กรในชุดสูททำงานสีเทาเรียบหรู ใบหน้าแต่งแต้มอย่างสง่างามและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ตรงข้ามกับอีกฝั่งของห้องพิจารณาคดี นนท์ ลุงสมศักดิ์ และป้าลัดดา นั่งคอตกรออยู่ สภาพของพวกเขาในวันนี้แตกต่างจากวันที่ยืนถือไมค์กราดเกรี้ยวในงานแต่งงานอย่างสิ้นเชิง ลุงสมศักดิ์ดูแก่ชราลงไปถนัดตา ผมหงอกขาวขึ้นเต็มศีรษะ ใบหน้าซูบตอบจากความเครียดสะสม เพราะธุรกิจร้านวัสดุก่อสร้างที่หวังจะเอาเงิน 660,000 บาทไปหมุนเวียนนั้น กลับต้องพังทลายลงเพราะกระแสสังคมคว่ำบาตรจนไม่มีใครกล้าทำธุรกิจด้วย ส่วนป้าลัดดาก็นั่งกระสับกระส่าย คอยบิดมือตัวเองไปมาด้วยความหวาดกลัวต่อโทษจำคุก และนนท์ที่เพิ่งถูกบีบให้ลาออกจากงานประจำ นั่งก้มหน้าไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับฉัน ผู้พิพากษาและผู้ประนีประนอมประจำศาลเปิดการไต่สวนด้วยการตรวจสอบพยานหลักฐาน ทนายความของฝั่งนนท์ซึ่งดูเหมือนจะรู้ตัวดีว่าไม่มีทางสู้คดีได้ พยายามเอ่ยขอเจรจาไกล่เกลี่ยตั้งแต่เริ่ม “ท่านครับ ฝ่ายจำเลยสำนึกผิดในการกระทำแล้ว และยินดีที่จะขอโทษโจทก์อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งลบโพสต์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องครับ ทางเราขอความกรุณาให้โจทก์ถอนฟ้องคดีอาญา เพื่อเห็นแก่ความสัมพันธ์ในอดีตได้ไหมครับ” ทนายของพวกเขากล่าวเสียงอ่อย พี่กรหันไปสบตากับฉัน ฉันพยักหน้าเล็กน้อย พี่กรจึงลุกขึ้นแถลงต่อศาลทันที “เรียนท่านผู้พิพากษา การกระทำของฝ่ายจำเลยเป็นการไตร่ตรองไว้ก่อน มีการแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้งการประจานในงานแต่ง การลงข้อมูลเท็จในโซเชียลมีเดีย และการข่มขู่กรรโชกเพื่อให้โจทก์ยอมจำนน ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชื่อเสียงและหน้าที่การงานของโจทก์ไม่สามารถลบล้างได้ด้วยคำขอโทษเพียงอย่างเดียว หากต้องการให้ถอนฟ้องคดีอาญา ทางเรามีเงื่อนไขที่เด็ดขาดและไม่สามารถต่อรองได้” ลุงสมศักดิ์รีบเงยหน้าขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “หนูแอน… ลุงขอโทษจริง ๆ ลุงหน้ามืดตามัวเพราะตอนนั้นหนี้สินโรงงานมันรุมเร้า ลุงไม่ได้ตั้งใจจะทำลายหนูเลยนะลูก … Read more

ตอนที่ 3 (PARTE 3) – จบบริบูรณ์

ตอนที่ 3 (PARTE 3) – จบบริบูรณ์ การผ่าตัดของแม่ผ่านพ้นไปด้วยดี แม้แม่จะต้องนอนพักฟื้นและทำกายภาพบำบัดอีกหลายเดือน แต่รอยยิ้มของแม่เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นฉัน พ่อ น้องชาย และน้องแพรอยู่กันพร้อมหน้า คือยาชูกำลังที่ดีที่สุดในชีวิตของฉัน น้องชายของฉัน ‘เป้’ ที่ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่เชียงใหม่ เดินเข้ามาตบไหล่ฉันเบาๆ “พี่ปราง ไม่ต้องกลับไปบ้านนั้นอีกแล้วนะ ผมเช่าตึกแถวเปิดบริษัทเล็กๆ ที่ตัวเมืองสุพรรณฯ ได้แล้ว ผมจะรับพ่อกับแม่ไปอยู่ด้วย พี่กับน้องแพรก็มาอยู่ด้วยกัน ผมมีกำลังพอที่จะเลี้ยงดูทุกคนในบ้าน พี่ไม่ต้องไปเป็นคนรับใช้ให้บ้านไหนอีกแล้ว” ฉันมองหน้าน้องชาย น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลริน เก้าปีที่ฉันทุ่มเทให้กับครอบครัวของอนันต์ ฉันคิดว่าการเป็นภรรยาที่ดีคือการยอมจำนนและแบกรับทุกอย่าง แต่สุดท้าย คนที่พร้อมจะโอบอุ้มฉันในวันที่ฉันล้มลง คือครอบครัวสายเลือดเดียวกันที่ฉันเคยละเลยไปเพื่อดูแลคนอื่น สองสัปดาห์ต่อมา ในขณะที่แม่ย้ายกลับมาพักฟื้นที่บ้านสวนของพ่อที่สุพรรณบุรี เสียงแตรรถยนต์ก็ดังขึ้นหน้าบ้าน รถกระบะของอนันต์จอดสนิท ประตูเปิดออกพร้อมกับร่างของอนันต์ที่ก้าวลงมา สภาพของเขาเปลี่ยนไปจนฉันแทบจำไม่ได้ ใบหน้าซูบตอบ ขอบตาดำคล้ำ หนวดเคราขึ้นรกรุงรัง เสื้อผ้าที่เคยรีดเรียบกลับยับยู่ยี่ และที่เบาะข้างมีแม่พรนั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ อนันต์เดินปรี่เข้ามาหาฉันที่กำลังช่วยแม่พยุงเดินอยู่ใต้ถุนบ้าน “ปราง! ทำไมเธอถึงบล็อกเบอร์ฉัน? รู้ไหมว่าที่บ้านวุ่นวายขนาดไหน!” ฉันหันไปสบตาเขาด้วยความสงบนิ่ง “คุณมีธุระอะไรที่นี่?” คำว่า ‘คุณ’ ที่ฉันใช้แทนสรรพนามเดิมทำให้อนันต์ชะงักไป เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ท่าทีหยิ่งยโสที่เคยมีเริ่มอ่อนลง … Read more