ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์ / The End): บทเรียนชีวิตและการชดใช้ที่ไร้จุดสิ้นสุด
ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์ / The End): บทเรียนชีวิตและการชดใช้ที่ไร้จุดสิ้นสุด เวลาผ่านพ้นไปหนึ่งปีเต็ม… ข่าวอื้อฉาวของตระกูลวรโชติค่อยๆ ซาลงไปจากหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อสังคมออนไลน์ เบญญาภาถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลาหลายปีในคดียักยอกทรัพย์สินและหลักฐานทางอาญา ทรัพย์สินทั้งหมดของเธอถูกยึดทรัพย์จนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่ชื่อเสียงหรือศักดิ์ศรี แต่สำหรับอัครินทร์ ชีวิตของเขาไม่ได้ก้าวหน้าไปไหนเลย เขายังคงติดอยู่ในเขาวงกตแห่งความรู้สึกผิด ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่ใครๆ ต่างใฝ่ฝันกลายเป็นเพียงภาระอันหนักอึ้ง เขาสละตำแหน่งบริหารระดับสูงให้แก่บอร์ดบริหารมืออาชีพ และผันตัวมาทำงานการกุศล อุทิศเงินส่วนตัวหลายร้อยล้านบาทเพื่อสร้างศูนย์โรคหัวใจในโรงพยาบาลรัฐเพื่อเป็นเกียรติแก่แม่สิรินทร์ ทว่าไม่ว่าเขาจะทำความดีมากเพียงใด เงาแห่งความรู้สึกผิดก็ยังคงตามหลอกหลอนเขาทุกค่ำคืน ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา อัครินทร์จ้างนักสืบเอกชนมือหนึ่งออกตามหารินรดาไปทั่วทุกสารทิศ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่เธอกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับหยดน้ำที่ระเหยไปในอากาศ รินรดาเปลี่ยนบัญชีธนาคาร ตัดขาดการติดต่อกับสังคมเดิม และไม่เคยกลับไปที่บ้านพ่อแม่ในนนทบุรีอีกเลย จนกระทั่งวันหนึ่งในฤดูฝน นักสืบได้ส่งที่อยู่และภาพถ่ายใบหนึ่งมาให้เขา มันเป็นภาพถ่ายของหญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย กำลังยืนรดน้ำแปลงดอกไม้หน้าบ้านพักหลังเล็กๆ ที่แวดล้อมไปด้วยทิวเขาและม่านหมอกในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ แม้ใบหน้าจะดูซูบผอมลงไปบ้าง แต่รอยยิ้มบนริมฝีปากของเธอกลับดูสงบ นิ่ง และเป็นอิสระอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดเจ็ดปีที่เธออยู่กับเขา อัครินทร์ไม่รอช้า เขาทิ้งงานทั้งหมดแล้วขับรถมุ่งตรงสู่เชียงใหม่ในบ่ายวันนั้นทันที สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างแผ่วเบาเหนือทิวทัศน์หุบเขาของแม่ริม เมื่อรถของเขาจอดลงหน้าประตูรั้วไม้ไผ่ อัครินทร์ก้าวลงจากรถ ขาของเขาสั่นจนแทบก้าวไม่ออก เขายืนมองแผ่นหลังที่คุ้นเคยซึ่งกำลังก้มเก็บดอกมะลิใส่ตะกร้าหวาย “ริน…” เสียงเรียกของเขาแผ่วเบาและแหบแห้ง แต่ท่ามกลางความเงียบสงบของขุนเขา มันกลับดังก้องพอที่จะทำให้ร่างบางนั้นชะงักงัน … Read more