Part 3: ทิ้งดีลธุรกิจ 600 ล้านบาท! เมื่อเห็นอดีตภรรยาต้องมานั่งนับเหรียญซื้อขนมให้ลูกแฝด ขณะที่แม่แท้ๆ เสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทอง! พอโทรไปถาม กลับได้รับคำตอบว่า: “แม่ทำเพื่อปกป้องสมบัติของเรา!” แต่เอกสารลับบางฉบับกลับขุดคุ้ยความลับที่ไม่มีใครคาดคิด!

Part 3 สายฝนโปรยปรายลงมาช้าๆ บนย่านชุมชนฝั่งธนบุรี บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงน้ำฝนกระทบหลังคาสังกะสีของร้านเบเกอรี่เล็กๆ ของลุงมั่น นาโอมิกำลังช่วยตรวจสมุดการบ้านของนักเรียนท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัว ขณะที่เด็กชายต้นกล้าและอี้กำลังนั่งต่อเลโก้กันอย่างสนุกสนานบนเสื่อผืนเก่า ทันใดนั้น เสียงรถหรูคันใหญ่ราคารាប់ล้านบาทก็แล่นมาจอดเทียบท่าหน้าร้านอย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของปรเมศวร์ที่ก้าวลงมาโดยไม่สนใจว่าเสื้อสูทราคาแพงจะเปียกฝน เขาเดินตรงดิ่งมาที่ประตูร้านด้วยหัวใจที่เต้นรัวระรัว เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ทำให้ทุกคนภายในร้านหันไปมอง นาโอมิลุกขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าเป็นใคร หัวใจของเธอก็เต้นกระหน่ำด้วยความตกใจและหวาดกลัวอดีตสามีผู้เย็นชาคนนั้น เธอกวักมือเรียกให้ลูกแฝดไปหลบอยู่ข้างหลังทันที “ปรเมศวร์? คุณมาที่นี่ทำไม?” นาโอมิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย แต่แววตายังคงมีความแข็งกร้าวปกป้องลูก ปรเมศวร์ผลักประตูเข้ามาในร้าน ดวงตาคมกريบมองสำรวจไปทั่วร่างของอดีตภรรยาและเด็กชายฝาแฝดทั้งสองคนที่หน้าตาเหมือนเขาราวกับถอดแบบออกมา ภาพความลำบากที่พวกเขาต้องเผชิญฉายชัดขึ้นมาในหัวจนทำให้เขารู้สึกจุกที่ลำคอ เขาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว แต่นาโอมิกลับถอยหลังหนี พร้อมกับเอ่ยเตือนเสียงแข็ง “อย่าเข้ามานะ! คุณต้องการอะไรอีก? เราหย่ากันขาดแล้วไม่ใช่เหรอ คุณเอาชีวิตและความสุขของฉันไปหมดแล้ว ยังต้องการอะไรจากเราอีก?!” ปรเมศวร์หยุดยืนนิ่ง น้ำตาที่กลั้นไว้มานานไหลรินอาบแก้มอย่างไม่อายใคร เขาคุกเข่าลงช้าๆ ต่อหน้าอดีตภรรยา ท่ามกลางความตกตะลึงของนาโอมิและลูกแฝดทั้งสอง “นาโอมิ… ผมขอโทษ” เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “คุณ… คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย? ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!” นาโอมิตกใจทำอะไรไม่ถูก เธอมองหน้าลูกชายทั้งสองที่กำลังยืนงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ผมรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว… เรื่องจดหมาย เรื่องการตั้งครรภ์ เรื่องที่คุณพยายามติดต่อผมแต่ถูกแม่ของผมปิดบังไว้ทั้งหมด” ปรเมศวร์เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง “ผมมันโง่เง่าเอง… ผมปล่อยให้ความโลภและคำสั่งของคนอื่นมาทำลายครอบครัวของเรา ทำให้คุณและลูกต้องมาลำบากอยู่แบบนี้” … Read more

Part 3: ในวัย 28 ปี ฉันสารภาพว่ายัง “ซิง” อยู่… โดยไม่รู้เลยว่าท่าน CEO พันล้านกำลังแอบฟังอยู่หลังประตู! ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ เขากุมมือฉันไว้และสัญญาว่าเขาคือผู้ชายที่ฉันรอคอย… แต่แล้วโทรศัพท์สายเดียวก็เปลี่ยนทุกอย่างไปหมด!

ภาคទី 3: บทสรุปแห่งหัวใจและการเริ่มต้นใหม่ (จบ) ผ่านไปสามสัปดาห์หลังจากคืนนั้น บรรยากาศในบริษัท Northstar Technologies (สาขากรุงเทพฯ) เต็มไปด้วยความตึงเครียด ข่าวลือเรื่องการถูกเทคโอเวอร์อย่างไม่เป็นมิตรแพร่สะพัดไปทั่วทุกแผนก พนักงานเริ่มกังวลเรื่องความมั่นคงในการทำงาน ขณะที่ฉันเองก็ตกเป็นเป้าสายตาของบอร์ดบริหารบางคนที่ภักดีต่อฝั่งพี่ชายของคิมหันต์ เช้าวันจันทร์ที่ฝนตกพรำ ๆ ฉันถูกเรียกตัวไปที่ห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุด ซึ่งมีคณะกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อฉันเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้ต้องชะงัก คิมหันต์ยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะประชุม สีหน้าของเขาเรียบเฉยและเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหิน แต่วับตาที่มองมาที่ฉันมีความกังวลฉายชัดอยู่ชั่วพริบตา ด้านข้างของเขาคือชายวัยไล่เลี่ยกัน หน้าตาคล้ายคลึงกันอย่างกับแกะ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และความริษยา—นั่นคือ “คธา” พี่ชายแท้ ๆ ของคิมหันต์ “อ๋อ… นี่สินะพนักงานระดับล่างที่ท่าน CEO คนเก่งของเราเอาอกเอาใจเป็นพิเศษถึงขั้นพาไปกินข้าวริมแม่น้ำทุกคืน?” คธายิ้มเยาะด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางโยนแฟ้มเอกสารชุดหนึ่งลงบนโต๊ะ “คุณคธา กรุณาอย่าล้ำเส้นเรื่องส่วนตัว” คิมหันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำและทรงพลัง แววตาดุดันจนคธาชะงักไปเล็กน้อย “ส่วนตัวเหรอคิม? หึ! แกกำลังเอาความลับทางการค้าและแผนงานโปรเจกต์ใหม่ไปให้ผู้หญิงคนนี้อ่านเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวต่างหาก เอกสารนี่คือหลักฐานว่าเธอแอบคัดลอกข้อมูลสำคัญส่งให้คู่แข่ง!” คธาชี้มาที่ฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบโต๊ะประชุม บอร์ดบริหารบางคนเริ่มแสดงความไม่พอใจ ฉันหันไปมองหน้าคิมหันต์ หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจและโกรธแค้นกับข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จ ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนั้นเลย! แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากพูดแก้ต่าง คิมหันต์ก็ยกมือขึ้นห้าม เขาก้าวช้า ๆ เดินอ้อมโต๊ะประชุมมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ … Read more

Part 3: ฉันกลับมาจากทำงานที่ภูเก็ตถึงสี่เดือนโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า เพื่อเซอร์ไพรส์สามีและลูกชาย! ฉันถือกระเป๋าของโปรดของพวกเขาสองใบ แต่พอเปิดประตูห้องนอนเข้าไป ฉันกลับเห็นสามีกำลังนอนอยู่บนเตียงกับอดีตเลขาฯ ของเขา! และพอฉันถามว่า “น้องต้นกล้า” ลูกชายวัยเจ็ดขวบของเราอยู่ที่ไหน เขาก็เผยความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่า… ก่อนที่ฉันจะเหลือบไปเห็นซองสีน้ำตาลที่มีตราประทับของธนาคารวางอยู่!

ภาคที่ 3: บทสรุปและการชำระแค้น เสียงกรีดร้องในหัวของฉันดังระเบิดราวกับมีระเบิดปรมาณูลงกลางอก ข่าวอาการป่วยวิกฤตของลูกชายกระแทกเข้าใส่หัวใจของคนเป็นแม่อย่างรุนแรงจนแทบยืนไม่ไหว ความโกรธแค้นที่มีต่อกรณ์มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยและความตระหนกสุดขีดที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด “ต้นกล้า? ลูกฉันเป็นอะไรนะแม่?!” ฉันพุ่งเข้าไปชะโงกหน้าคว้าโทรศัพท์มือถือจากมือของกรณ์ที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง “เอม?! เอ็ง… เอ็งกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” เสียงแม่สามีสะอื้นไห้ที่ปลายสาย “ลูกเอ็งมันกินเค้กช็อกโกแลตที่อีผู้หญิงหน้าไม่อายคนนั้นส่งพัสดุมาฝากเด็กเมื่อวานนี้! ในเค้กมันมีส่วนผสมของถั่วลิเซียนที่น้องต้นกล้าแพ้อย่างรุนแรง แต่แม่ไม่รู้ นึกว่าขนมธรรมดา พอกินเข้าไปไม่นาน หน้าตาก็บวมเป่ง หายใจไม่ออก ช็อกหมดสติไป ตอนนี้อยู่ห้องไอซียูโรงพยาบาลในโคราช หมอยื้อชีวิตอยู่!” ฉันหันขวับกลับไปจ้องหน้านัทด้วยดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยจิตสังหาร รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากตัวฉันจนทำให้นัทถอยหลังกรูดไปจนชิดหัวเตียงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “นัท… แกส่งเค้กผสมถั่วไปให้ลูกฉันกิน ทั้ง ๆ ที่แกรู้ดีว่าน้องต้นกล้าแพ้ถั่วลิเซียนอย่างรุนแรงตั้งแต่ตอนที่แกยังทำงานเป็นเลขาฯ บริษัทเราเนี่ยนะ?!” เสียงของฉันคำรามออกมาอย่างดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องลูกน้อย นัทส่ายหน้าพัลวัน น้ำตาไหลพรากด้วยความกลัว “เปล่า… ม… ไม่นะพี่เอม หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูแค่… หนูแค่อยากส่งของขวัญไปเอาใจเด็กเฉย ๆ หนูจำไม่ได้ว่าน้องแพ้อะไรบ้าง!” “โกหก!” ฉันพุ่งเข้าใส่ตัวนัทแล้วกระชากผมยาวของเธออย่างแรงจนเธอกรีดร้องลั่นห้อง แรงทั้งหมดที่สะสมมาสี่เดือนระเบิดออกมาในคราวเดียว ฉันตบหน้านัทซ้ำ ๆ ไปสองครั้งติดต่อกันจนหน้าของเธอหันไปตามแรงเหวี่ยง “แกจงใจ! แกอยากกำจัดลูกฉันเพื่อจะได้ครอบครองทุกอย่างกับผัวชั่วๆ ของฉันใช่ไหม?!” “ช่วยด้วย! กรณ์ ช่วยฉันด้วย!” … Read more

Part 3

เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงโวยวายดังมาจากทางเข้างานแต่งงาน ขัดจังหวะบรรยากาศอันเงียบสงบและโรแมนติก ท่ามกลางความตกใจของแขกเหรื่อหลายคนที่หันไปมองเป็นตาเดียว ร่างของภัทรปรากฏขึ้นที่ทางเดิน เขาหอบหายใจแรง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและตื่นตระหนก เสื้อสูทที่เคยเนี้ยบกลับยับยู่ยี่ แสดงให้เห็นว่าเขาเพิ่งขับรถฝ่าฝันและฝ่าด่านรักษาความปลอดภัยมาด้วยความเร็วสูงขนาดไหน “พิมพ์!” เสียงตะโกนเรียกชื่อฉันดังลั่นสวนริมหน้าผา ทำให้ดนตรีทั้งหมดต้องหยุดชะงัก ภัทรพยายามจะก้าวเข้ามาข้างหน้า แต่ถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนของธนาขวางเอาไว้ เขาชี้หน้ามาที่ฉันด้วยความไม่เชื่อสายตา ดวงเบิกกว้างราวกับคนเสียสติ “เธอ… เธอทำบ้าอะไรลงไปพิมพ์? นี่มันเรื่องอะไรกัน?!” ฉันยืนนิ่งอยู่ข้างกายธนา มองดูผู้ชายที่เคยคิดว่าตัวเองเหนือกว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ กำลังยืนหอบหายใจและสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง ความน่าสมเพชฉายชัดอยู่บนใบหน้าของเขา จนฉันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโล่งใจที่หลุดพ้นจากผู้ชายคนนี้มาได้ “ภัทร… คุณมาทำอะไรที่นี่?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาจนเขาชะงักไปชั่วขณะ “ฉันถามว่าเธอทำอะไรอยู่! แต่งงาน? เธอกล้าดียังไงมาแต่งงานกับคนอื่นทั้งที่เรายังไม่ได้หย่ากันอย่างเป็นทางการ—เอ่อ… ถึงแม้เราจะเซ็นใบหย่ากันแล้ว แต่เธอก็รู้ว่าฉันบอกว่ามันเป็นแค่เรื่องชั่วคราว!” คำพูดของภัทรทำให้แขกเหรื่อในงานเริ่มส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกใจ บางคนถึงกับส่ายหัวด้วยความรังเกียจเมื่อได้ยินประโยคที่สะท้อนความเห็นแก่ตัวของเขาออกมาอย่างหน้าตาเฉย ธนาก้าวออกมายืนบังฉันไว้เล็กน้อย พร้อมกับส่งยิ้มเยือกเย็นให้ภัทร “คุณภัทรครับ ดูเหมือนคุณจะเข้าใจอะไรผิดไปเยอะนะ ใบหย่าระหว่างคุณกับพิมถูกกฎหมายและสมบูรณ์ทุกประการตั้งแต่วันที่คุณเซ็นมันแล้ว และที่สำคัญ… ตอนนี้พิมเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม” ภัทรหันขวับมามองหน้าธนา ดวงตาของเขาเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิมเมื่อจำหน้าของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าได้ชัดเจน สีหน้าของภัทรเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความซีดเผือดในทันที ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด “คุณ… คุณธนา?!” เสียงของภัทรหลุดออกมาอย่างสั่นเครือ “นี่มัน… นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันครับ? ทำไมคุณถึงมาแต่งงานกับ… กับอดีตภรรยาของผม?” “อดีตภรรยา—คุณพูดถูกแล้วครับ” ธนาตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่ทรงพลัง “เธอย้ำชัดเจนแล้วว่าเธอเป็นอดีตภรรยาของคุณ … Read more

ภาคที่ 3: จุดจบของเกมตลกร้าย และการเริ่มต้นใหม่ของฉัน

ภาคที่ 3: จุดจบของเกมตลกร้าย และการเริ่มต้นใหม่ของฉัน ความเงียบสงัดภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวางถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจหอบถี่ของแดนดิน เข่าของเขาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพง เช่นเดียวกับกานดาที่ตอนนี้พังไม่เป็นท่า คราบน้ำตาผสมกับเครื่องสำอางราคาถูกบนใบหน้าของเธอไหลเยิ้มจนดูไม่ได้ ทรัพย์สินและอนาคตที่วาดฝันไว้ว่าจะเป็นคุณนายเจ้าของบริษัท พังทลายลงในพริบตาเดียวด้วยแผนการเพียงไม่กี่นาทีของฉัน คุณชัยผู้เป็นพ่อ ยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว เขาหันไปมองหน้าลูกชายตัวเองด้วยสายตาที่ผิดหวังอย่างรุนแรง “แกมันโง่และมักมากในกามจนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี บริษัทที่ฉันสร้างมากับมือ แกกล้าดียังไงเอาเงินไปซื้อคอนโดให้ผู้หญิงสำส่อนคนนี้! พรุ่งนี้เช้า… แกเตรียมตัวไปยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรองผู้บริหาร แล้วไสหัวออกไปจากตระกูลเราซะ ฉันจะตัดชื่อแกออกจากกองมรดกทั้งหมด!” คำประกาศิตของคุณชัยเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ลงบนหัวของแดนดิน เขารีบคลานเข้าไปกอดขาผู้เป็นพ่อ ร้องไห้ฟูมฟายราวกับเด็กๆ “พ่อครับ! อย่าทำแบบนี้กับผมเลยพ่อ ผมขอร้อง! ช่วยผมด้วย!” แต่คุณชัยสะบัดขาออกอย่างไร้เยื่อใย คุณหญิงรัตนาก็ได้แต่นั่งทรุดพิงโซฟา ปิดหน้าสะอื้นไห้ด้วยความสำนึกผิดและความอับอาย เธอเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอกลั่นแกล้งและกดดันผู้หญิงที่แสนดีและเข้มแข็งอย่างน้ำหวานมามากแค่ไหน ปากที่เคยเอ่ยปากดูถูกเหยียดหยามสะใภ้ บัดนี้กลับหนักอึ้งจนเปล่งเสียงพูดไม่ออก ฉันมองดูภาพความพินาศตรงหน้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไม่มีน้ำตาแห่งความเสียใจหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงความโล่งเบาและรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้นบนมุมปาก “ยังไม่หมดแค่นั้นหรอกค่ะคุณพ่อ คุณแม่” ฉันเอ่ยขึ้น ทำลายเสียงคร่ำครวญของแดนดิน ทำให้ทุกคนต้องเงยหน้าขึ้นมองฉันอีกครั้ง ฉันก้มลงหยิบผลตรวจทางการแพทย์อีกฉบับที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในแฟ้มเอกสารขึ้นมา ชูให้ทุกคนเห็นตัวหนังสือเด่นชัด แดนดินเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อบนเอกสารนั้น “ระ… รอดูนี่มัน… เอกสารอะไรของเธอ น้ำหวาน?” “นี่คือผลตรวจสุขภาพและยืนยันการตั้งครรภ์ของฉันเองค่ะ… แดนดิน” ฉันยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง … Read more

เมื่อฉันรู้ว่าสามีผู้แสนยากจนแท้จริงคือมหาเศรษฐีที่วางแผนทำลายชีวิตฉัน ฉันจึงละทิ้งทุกอย่างเพื่อกลับมาทวงแค้น!

PART 3: การพิพากษาและจุดจบ (THE END) ค่ำคืนแห่งความหรูหราอลังการ ณ ห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ งานฉลองครบรอบ 50 ปีของศิริวัฒนากุล กรุ๊ป ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ แขกเหรื่อระดับมหาเศรษฐี นักธุรกิจชั้นนำ และนักการเมืองต่างตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง แสงแฟลชจากกล้องนักข่าวดังระยิบระยับไม่ขาดสาย บนเวทีใหญ่ คุณวสวัต และ คุณหญิงเกสร ศิริวัฒนากุล ยืนเคียงข้าง รดา หญิงสาวที่สวมชุดราตรีสีแดงเพลิงประดับเพชรระยิบระยับ รอบคอของเธอคือสร้อยเพชรมูลค่า 30 ล้านบาทที่ภวินท์มอบให้ ใกล้กันนั้นคือ ภวินท์ อัครเดชโภคิน ในชุดทักซิโดสุดหรู ยืนส่งยิ้มอย่างภาคภูมิใจในฐานะคู่หมั้นและว่าที่พันธมิตรทางธุรกิจคนสำคัญ “วันนี้ เพื่อความมั่นคงของศิริวัฒนากุล กรุ๊ป เราสองคนตัดสินใจที่จะส่งมอบหุ้นส่วนใหญ่ให้กับ ‘รดา’ ลูกสาวคนเดียวของเรา เพื่อให้เธอและคุณภวินท์ได้ร่วมกันนำพาธุรกิจก้าวต่อไปข้างหน้า” คุณวสวัตกล่าวผ่านไมโครโฟน ท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้อง รดายิ้มรับอย่างผู้ชนะ เธอกำลังจะจรดปากกาลงบนเอกสารสัญญาโอนหุ้นที่มีมูลค่านับหมื่นล้านบาท ภวินท์ยืนมองด้วยสายตาละโมบ ทุกอย่างกำลังจะเป็นไปตามแผนการชั่วร้ายที่พวกเขาสร้างมาตลอดหลายปี “หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงหวานแต่ทรงพลังดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องบอลรูม ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ถูกผลักเปิดออก ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ฉันสวมชุดเดรสยาวสีดำเรียบหรู ใบหน้าถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ขับเน้นดวงตาที่คมกริบและไฝเม็ดเล็กเหนือหัวคิ้วซ้ายให้โดดเด่น ทุกลมหายใจของแขกในงานหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ฉันด้วยความตกตะลึง … Read more

Part 3

แจกันเซรามิกกระทบเข้ากับเสาไฟใกล้ตัวอรนภาอย่างจัง เศษกระจกและเศษเซรามิกกระจายเกล็ด แม้จะไม่โดนตัวเธอตรงๆ แต่ความตกใจทำให้เธอชะงักและเสียสมาธิไปชั่วเสี้ยววินาที ดิฉันไม่รอช้า พุ่งเข้าชาร์จใส่ตัวอรนภาเต็มแรงจนเธอเซถอยหลังและรีโมทในมือหลุดร่วงลงสู่พื้น “วรเมธ! รีบเก็บรีโมทเร็วเข้า!” ดิฉันตะโกนสุดเสียงขณะยื้อยุดฉุดกระชากกับอดีตภรรยาผู้คลุ้มคลั่งของเศรษฐีหนุ่ม คุณวรเมธพุ่งเข้าคว้ารีโมทจากพื้นได้อย่างทันท่วงที เขารีบกดรหัสผ่านและยกเลิกการทำงานของระบบปรับอากาศทันที เสียงเครื่องจักรในท่อลมเงียบลง ละอองพิษสีขาวหยุดพ่นออกมา พร้อมๆ กับระบบล็อกประตูดิจิทัลที่คลายออก คุณวรเมธไม่รอช้ารีบถีบประตูห้องนอนของลูกแฝดให้เปิดออก แล้ววิ่งเข้าไปข้างในทันที ดิฉันสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมของอรนภาที่ตอนนี้หมดแรงทรุดลงกับพื้นด้วยความโกรธแค้น ป้าเพ็ญรีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงและกันตัวเธอไว้ ดิฉันรีบตามคุณวรเมธเข้าไปในห้องนอนของเด็กแฝด ภาพที่เห็นทำให้หัวใจแทบสลาย น้องลีและน้องลุคนอนหมดสติอยู่บนเตียงนอนสีขาว ใบหน้าซีดเผือก ริมฝีปากเขียวคล้ำ และปลายนิ้วชาเกร็ง ลมหายใจรดรินแผ่วเบาราวกับเทียนใกล้หมดเล่ม “หมอ! โทรเรียก 1669 และประสานโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!” คุณวรเมธตะโกนสั่งเสียงสั่นเครือ น้ำตาของผู้ชายที่ยิ่งใหญ่และร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งไหลอาบแก้มอย่างไร้ความอาย เขาอุ้มร่างเล็กๆ ของลูกแฝดทั้งสองคนแนบอกด้วยความตื่นตระหนก ดิฉันไม่รอช้า หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทันที พร้อมทั้งให้คำแนะนำเบื้องต้นในการปฐมพยาบาล ย้ายเด็กๆ ออกมารับอากาศบริสุทธิ์ที่ริมหน้าต่างที่เปิดกว้าง โชคดีที่สารพิษในท่อลมนั้นเป็นสารกึ่งสังเคราะห์ที่ออกฤทธิ์กดประสาทชั่วคราว หากได้รับปริมาณมากกว่านี้เพียงไม่กี่นาที เด็กๆ คงไม่รอดแน่ เวลาผ่านไปราวสิบนาที ทีมแพทย์ฉุกเฉินมาถึงคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว พวกเขาทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ออกซิเจนและนำตัวน้องลีและน้องลุคขึ้นเปลหามส่งโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในทันทีโดยมีคุณวรเมธนั่งรถพยาบาลตามไปด้วยอย่างกระวนกระวายใจ ส่วนที่คฤหาสน์ ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเดินทางมาถึงไม่นานหลังจากนั้น อรนภาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใส่กุญแจมือและควบคุมตัวออกไปดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กักขังหน่วงเหนี่ยว และครอบครองสารเคมีอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่เธอถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจ เธอยังคงส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยและจ้องมองมาที่คุณวรเมธด้วยสายตาที่อาฆาตมาดร้ายจนวินาทีสุดท้าย ป้าเพ็ญนั่งร้องไห้อยู่ที่มุมห้องด้วยความรู้สึกผิดและโล่งใจในเวลาเดียวกัน ดิฉันเดินเข้าไปตบไหล่เธอเบาๆ … Read more

Part 3

Part 3 จุดจบของคนทรยศ (The Final Act) บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราเปลี่ยนจากงานมงคลสมรสกลายเป็นสนามประลองอำนาจขนาดย่อม แขกเหรื่อต่างพกระซิบกระซาบกันด้วยความตกใจ บางคนหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอเหตุการณ์ตรงหน้าไว้เพราะกลัวพลาดเรื่องฉาวประจำปี พราวหันกลับมามองธันวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามและความโกรธเกรี้ยว เธอยกมือขึ้นตบหน้าธันวาฉาดใหญ่จนเสียงดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ “เพี๊ยะ!“ “ไอ้สารเลว! นายนี่มันต้มตุ๋นตัวจริงสินะ กล้าดียังไงมาหลอกครอบครัวฉัน!” พราวแผדเสียงกรีดร้องด้วยความโมโห เธอมองหน้าธันวาอย่างสมเพชก่อนจะหันไปประกาศกร้าวต่อหน้าแขกทุกคน “งานแต่งงานวันนี้… ยกเลิก! ยกเลิกเดี๋ยวนี้!“ ธันวาล้มทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพง ภาพลักษณ์ซีอีโอหนุ่มผู้ร่ำรวยและทรงอิทธิพลพังทลายลงในพริบตาเดียว เขาพยายามจะคว้าชายชุดแต่งงานของพราวเพื่อขอร้องอ้อนวอน แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงปลายรองเท้าส้นสูงที่สะบัดหนีอย่างไม่ใยดี ฉันยืนมองดูฉากละครน้ำเน่าที่ธันวาเป็นคนเขียนบทและกำกับมันขึ้นมาด้วยความโลภของตัวเอง ในที่สุดความจริงก็เปิดเผย และกรรมก็ตามสนองเขาอย่างรวดเร็วทันใจ ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังหรือคำด่าทอใดๆ ให้เจ็บคอ ความโลภและคำโกหกของธันวาต่างหากที่เป็นอาวุธย้อนกลับมาฆ่าตัวเขาเอง ฉันเดินเข้าไปใกล้ธันวาที่ตอนนี้หมดสภาพ นั่งก้มหน้าซบกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี ฉันก้มลงกระซิบข้างหูเขาเบาๆ “จำไว้นะธันวา… คนเราจะสูงส่งได้ ไม่ได้วัดกันที่เงินในบัญชี แต่วัดกันที่ความเป็นคน สิ่งที่นายทำกับฉันวันนี้ มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น” ธันวาเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยแววตาสิ้นหวังและเต็มไปด้วยความแค้นเคือง แต่เขาทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง เมื่อกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดนอกเครื่องแบบที่ฉันนัดไว้ล่วงหน้าเดินแหวกฝูงชนเข้ามาภายในงาน พร้อมกับแสดงหมายจับในข้อหายักยอกทรัพย์และฉ้อโกงประชาชน “นายธันวาใช่ไหมครับ? คุณมีหมายจับข้อหายักยอกทรัพย์และปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจ เชิญไปสถานีตำรวจกับเราด้วยครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงบัตรประจำตัวและเข้าล็อกแขนธันวาพยุงให้ลุกขึ้นยืน ธันวาพยายามดิ้นรนขัดขืนและตะโกนโวยวายลั่นฮอลล์ “พวกคุณไม่มีสิทธิ์จับผม! ผมเป็นนักธุรกิจนะ! ปล่อยผมสิเว้ย!” แต่ไม่มีใครช่วยเหลือหรือเห็นใจเขาเลยแม้แต่คนเดียว พราวยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความสมเพช ก่อนจะสะบัดหน้าหนีและเดินหนีออกจากห้องจัดเลี้ยงไปพร้อมกับพ่อแม่ของเธอท่ามกลางเสียงซุบซิบของแขกเหรื่อ ตำรวจคุมตัวธันวาเดินผ่านหน้าฉันไปอย่างทุลักทุเล … Read more

PART 3 (จบ): การเผชิญหน้าหน้าห้องตรวจ และการเริ่มต้นใหม่ของคำว่า “ครอบครัว”

PART 3 (จบ): การเผชิญหน้าหน้าห้องตรวจ และการเริ่มต้นใหม่ของคำว่า “ครอบครัว” เสียงเคาะประตูและชื่อของแพรวาทำให้บรรยากาศภายในห้องตรวจเงียบสนิทลงในพริบตา กานต์ค่อยๆ ยืนขึ้นเต็มความสูง เขาสูดหายใจลึก ปรับสีหน้ากลับมาเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดที่ทรงพลัง มือของเขายังคงกุมมือฉันไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยแม้แต่วินาทีเดียว “รินนั่งรออยู่ตรงนี้นะครับ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” กานต์กระซิบข้างหูฉันอย่างแผ่วเบา แต่น้ำเสียงนั้นหนักแน่นมั่นคง “ถึงเวลาที่เราต้องสะสางเรื่องนี้ให้จบเสียที” กานต์เดินไปปลดล็อกประตูแล้วเปิดออกอย่างช้าๆ ฉันมองผ่านแผ่นหลังกว้างของเขาออกไป เห็นแพรวายืนส่งยิ้มหวานอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาล ในมือของเธอถือถุงขนมร้านโปรดที่กานต์ชอบทาน เธอแต่งหน้าจัดเต็มและสวมชุดเดรสเข้ารูปอย่างประณีต แต่ทันทีที่สายตาของเธอเหลือบมาเห็นฉันที่นั่งอยู่บนเก้าอี้คนไข้ พร้อมซองเอกสารผลตรวจครรภ์ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็แข็งค้างไปในทันที “ริน…? ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?” แพรวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก พยายามกลบเกลื่อนความตกใจ “เธอ… เธอไม่สบายตรงไหนเหรอ?” กานต์ก้าวเท้าออกไปยืนขวางหน้าแพรวาเอาไว้ ดวงตาของเขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่าขนลุก “ผมต่างหากที่ต้องถามคุณ… คุณแพรวา คุณมาทำอะไรที่แผนกสูตินรีเวชในเวลาทำงานของผม?” กานต์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม “เอ่อ… แพรแค่แวะเอาขนมมาให้กานต์น่ะค่ะ เห็นว่าช่วงนี้กานต์เข้าเวรติดกันหลายวัน แพรเป็นห่วง กลัวว่าจะไม่ได้ทานอะไร…” แพรวาพยายามส่งสายตาออดอ้อน “เป็นห่วงผม?” กานต์แค่นยิ้มเยาะที่มุมปาก “หรือมาดูผลงานของตัวเองกันแน่ ว่าแผนการสกปรกที่คุณทำไว้เมื่อหนึ่งเดือนก่อน มันทำลายชีวิตคู่ของผมกับรินได้สำเร็จสมใจคุณหรือยัง?” คำพูดของกานต์ทำให้ใบหน้าของแพรวาซีดเผือดลงทันที พยาบาลและเจ้าหน้าที่บริเวณเคาน์เตอร์ต่างพากันหันมามองเป็นตาเดียว “กานต์… พูดเรื่องอะไรคะ? แพรไม่เข้าใจ…” “คืนวันที่ … Read more

Part 3

ตอนที่ 3 (ตอนจบ) เสียงเฮฮาและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของบรรดาตำรวจลูกน้องภายในสถานีตำรวจเงียบเสียงลงทันที เมื่อเสียงสัญญาณไซเรนรถยนต์จำนวนมากดังกระหึ่มกึกก้องมาจากทางหลวงสายหลักเข้าสู่ตัวอำเภอ เสียงเฮลิคอปเตอร์ทหารและตำรวจสังกัดกองปราบปรามพิเศษบินต่ำคำรามก้องอยู่เหนือหลังสถานีตำรวจ แรงลมจากใบพัดขนาดใหญ่พัดเอาฝุ่นละอองและเอกสารกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ เดชาและลูกน้องต่างพากันชะงักเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยความงุนงงและตื่นตระหนก “เสียงอะไรวะนั่น?” ดาบตำรวจลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดลงทันที ไม่ทันที่ใครจะได้ตอบคำถาม ขบวนรถตู้สีดำสนิทกว่าสิบคันพร้อมตราสัญลักษณ์ “สำนักงานศาลยุติธรรม” และ “กองปราบปรามพิเศษ” วิ่งกรูเข้ามาปิดล้อมสถานีตำรวจแห่งนี้ไว้ทุกด้านอย่างแน่นหนา ชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบหน่วยปฏิบัติการพิเศษพร้อมอาวุธครบมือลงจากรถ วิ่งกระจายกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ภายในพริบตาเดียว เดชากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬเริ่มผุดขึ้นเต็มใบหน้า มือที่เคยจับกุมฉันไว้แน่นเริ่มสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว เขารู้สึกได้ถึงความหนาวยะเยือกที่วิ่งพล่านไปตามสันหลัง ประตูรถตู้คันกลางเปิดออก ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลภูมิฐาน ซึ่งเป็นเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมด้วยผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เดินก้าวลงมาจากรถด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เดชาพยายามฝืนยิ้มแห้งๆ แล้วเดินเข้าไปต้อนรับด้วยท่าทางน้อมน้อม แม้ในใจจะเริ่มหวาดกลัวสุดขีด “ท่านครับ… ท่านผู้บัญชาการ ท่านเลขาธิการ มีเรื่องอะไรกันครับทำไมถึงยกกำลังมากันมากมายขนาดนี้ ที่นี่สถานีตำรวจท้องที่…“ เพียะ! เสียงตบหน้าฉาดใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความเงียบงัน ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางตบเข้าที่ใบหน้าของเดชาเต็มแรงจนเขากระเด็นล้มลงไปกองกับพื้น เลือดสดๆ ไหลซึมออกมาจากมุมปากของสารวัตรผู้เคยยิ่งใหญ่ “ไอ้เดชา! แกกล้าดี irc กักตัวและใส่กุญแจมือท่านผู้พิพากษาอาวุโสระดับสูงของศาลคดีทุจริตได้อย่างไรวะ!” เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้บัญชาการดังลั่นไปทั่วบริเวณ เดชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เขานอนหงายอยู่บนพื้น มองหน้าผู้บัญชาการสลับกับมองหน้าฉันที่ยืนนิ่งสงบโดยมีเจ้าหน้าที่รีบวิ่งเข้าไปปลดกุญแจมือให้อย่างนิ่มนวล “ผู้… ผู้พิพากษาเหรอครับ? ละ… เป็นไปได้ยังไง…” เดชาพึมพำด้วยน้ำเสียงติดขัด สมองของเขาขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ … Read more