PART 3 (END): วิบากกรรมของคนทรยศ และชีวิตใหม่ที่ไร้เงาอดีต
PART 3 (END): วิบากกรรมของคนทรยศ และชีวิตใหม่ที่ไร้เงาอดีต สองปีผ่านไป… ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับตระกูลพงศ์ภักดีในกรุงเทพฯ ราวกับต้องคำสาป หลังจากที่อัครินทร์ทิ้งการประชุมสำคัญเพื่อบินตามรินรดาไปสิงคโปร์ พันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่ได้ถอนตัวออกจากการร่วมทุน ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง อัครินทร์จมดิ่งอยู่กับขวดเหล้าและความซึมเศร้า เขาไม่สามารถทำงานหรือบริหารธุรกิจได้เหมือนเดิม ภาพหลอนของน้องข้าวหอมที่ยืนร้องไห้อยู่ริมถนนคอยตามหลอกหลอนเขาทุกค่ำคืน ในขณะเดียวกัน พราวพิชชาที่เห็นว่าอัครินทร์เริ่มหมดอำนาจและทรัพย์สินร่อยหรอลง ก็เริ่มแสดงธาตุแท้ออกมา เธอแอบลักลอบยักยอกเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทผ่านโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่แม่ของอัครินทร์คอยหนุนหลัง จนกระทั่งความแตกเมื่อกรมสรรพากรและตำรวจเศรษฐกิจเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน ที่ห้องรับแขกของคฤหาสน์พงศ์ภักดี เสียงทะเลาะวิวาทดังลั่น “นังสารเลว! แกกล้าดียังไงถึงเอาเงินของตระกูลฉันไปถ่ายโอนเข้าบัญชีส่วนตัว!” แม่ของอัครินทร์กรีดร้อง ชี้หน้าพราวพิชชาด้วยมืออันสั่นเทา พราวพิชชาไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวอีกต่อไป เธอแสยะยิ้มเย็นชา “คุณป้าคะ เลิกทำตัวเป็นผู้ดีตกยากสักทีเถอะค่ะ! คิดว่าฉันอยากจะทนอยู่กับลูกชายขี้เมา เป็นบ้าเพ้อถึงลูกเมียเก่าทั้งวันทั้งคืนแบบนี้เหรอคะ? ถ้าไม่ใช่เพราะเงิน ฉันไม่เอาชีวิตมาผูกไว้กับตระกูลที่กำลังจะล้มละลายแบบนี้หรอก!” “ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้!” อัครินทร์เดินโซเซลงมาจากบันได ใบหน้าหนวดเครารกรุงรัง ตาสีแดงก่ำ “ออกไปให้พ้นหน้าฉัน ก่อนที่ฉันจะฆ่าเธอ!” “ไม่ต้องไล่หรอกค่ะ ฉันไปแน่!” พราวพิชชาคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมขึ้นมา “แต่จำไว้เถอะนะอัครินทร์ คนที่ทำให้เรื่องทั้งหมดมันพังพินาศ… ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นตัวคุณเองต่างหากที่โง่เง่าจนไม่เหลือใคร!” หลังจากวันนั้น ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวพราวพิชชาในคดียักยอกทรัพย์และฉ้อโกง ขณะที่คฤหาสน์หรูของตระกูลพงศ์ภักดีต้องถูกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้สิน แม่ของอัครินทร์ตรอมใจจนเส้นเลือดในสมองแตก กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่พูดไม่ได้ ส่วนตัวอัครินทร์เอง จากมหาเศรษฐีหนุ่มอนาคตไกล กลับกลายเป็นเพียงชายวัยกลางคนที่ไร้ทิศทาง อาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์เก่าๆ … Read more