(PART 3)สามีรังเกียจหาว่าฉันเป็นยายเพิ้งจนควงเมียน้อยไปงานเลี้ยงบริษัท—แต่ต้องอ้าปากค้าง เมื่อฉันก้าวเข้ามาแล้วประธานใหญ่คุกเข่าลงต่อหน้า

(PART 3) บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ สายตาทุกคู่ของบรรดานักธุรกิจ เซเลบริตี้ และผู้บริหารระดับสูงต่างจับจ้องไปที่กานต์และมินตราด้วยความรังเกียจและสมเพช จากชายหนุ่มที่เคยยืนเชิดหน้าชูตา คิดว่าตัวเองเป็นดาวเด่นของค่ำคืน บัดนี้กานต์กลับดูตัวเล็กจ้อย ไร้ค่า และน่าเวทนายิ่งกว่าเศษผง ฉันเปิดแฟ้มเอกสารในมือออกอย่างช้าๆ แสงไฟสะท้อนให้เห็นตราประทับทางกฎหมายของสำนักงานทนายความอันดับหนึ่งของประเทศ “กานต์ ทรัพย์สินทุกอย่างที่เธอมีอยู่ตอนนี้… รถยนต์หรู คอนโดมิเนียมหรูใจกลางสุขุมวิท บัญชีเงินฝาก และตำแหน่งหน้าที่การงาน เธอคิดว่ามันมาจากความสามารถของเธอจริงๆ งั้นเหรอ?” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก กานต์ตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลอาบสองแก้ม “ริน… หมายความว่ายังไง…” คุณอนันต์ก้าวขึ้นมาข้างหน้าพร้อมกับเปิดแท็บเล็ตแสดงเอกสารสำคัญขึ้นจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่กลางเวที “ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของคุณกานต์ เกิดขึ้นได้เพราะคุณรินรดาเซ็นอนุมัติเป็นกรณีพิเศษ เงินโบนัสพิเศษปีละหลายล้าน รวมถึงรถเบนซ์ประจำตำแหน่ง ล้วนเป็นเงินจากกองทุนส่วนตัวของคุณรินรดาทั้งสิ้น คอนโดมิเนียมที่พวกคุณแอบใช้เป็นรังรักกับเลขาคนนี้ ก็ซื้อในนามนิติบุคคลของเครืออัครเมธากุล!” เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นอีกครั้ง มินตราได้ยินดังนั้นถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้นพรม เธอคิดมาตลอดว่ากานต์เป็นเศรษฐีหนุ่มอนาคตไกล เป็นบ่อเงินบ่อทองที่เธอแย่งชิงมาจากเมียหลวงได้สำเร็จ แต่แท้จริงแล้ว ชายที่เธอยอมเอาตัวเข้าแลกกลับไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลยแม้แต่อย่างเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเอามาปรนเปรอเธอ ล้วนเป็นเศษเงินจากความเมตตาของผู้หญิงที่เธอเหยียดหยามว่าเป็นยายเพิ้ง “และที่เลวร้ายไปกว่านั้น…” ฉันกล่าวต่อ ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สิ้นหวังของกานต์ “ฝ่ายตรวจสอบบัญชีพบว่า เธอร่วมมือกับมินตรา ยักยอกเงินงบประมาณจัดซื้อของบริษัทไปกว่าสี่สิบล้านบาท เพื่อเอาไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู และปรนเปรอกันในโรงแรมห้าดาว” “ไม่จริง! พี่ไม่ได้ทำ! ริน… ให้โอกาสพี่อธิบายก่อน!” … Read more

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์)แม่เลี้ยงใจร้ายไม่ยอมให้เงินซื้อชุดไปงานพรอมจบการศึกษา แต่เมื่อพี่ชายสร้างผลงานชิ้นเอกขึ้นมา ทุกคนก็ต้องเงียบกริบ!

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์) เวลา 19.30 น. หน้าทางเข้าห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูระดับห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความหรูหราอลังการ เหล่านักเรียน ม.ปลายชั้นปีสุดท้ายต่างแต่งกายด้วยชุดสูทและชุดราตรีสีสันสดใส เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงคลอเคล้าแสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลขนาดยักษ์ น้าพิมพ์ยืนถือแก้วไวน์คุยโวโอ้อวดอยู่กับกลุ่มผู้ปกครองและคุณครูใกล้โต๊ะลงทะเบียน ขณะที่เบลล่าเดินเฉิดฉายอยู่ในชุดราตรีสีชมพูฟูฟ่อง เธอโปรยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ หว่านเสน่ห์ให้เพื่อนๆ ทุกคนที่เดินผ่าน ทว่าในสายตาของช่างภาพและแขกบางคน ชุดของเบลล่าแม้จะแพงระยับ แต่มันกลับดูโหลและซ้ำซากกับชุดราตรีเช่าทั่วไปตามท้องตลาด “อาจารย์ศิริลักษณ์คะ คืนนี้ตำแหน่ง ‘พรอมควีน’ คงหนีไม่พ้นเบลล่าลูกสาวดิฉันแน่นอนใช่ไหมคะ” น้าพิมพ์เอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ “แน่นอนค่ะคุณนายพิมพ์ประภา หนูน้องเบลล่าสวยเด่นมาก… ว่าแต่น่าเสียดายนะคะที่น้องพลอยติดธุระเลยไม่ได้มา” อาจารย์ตอบอย่างสุภาพ “โอ๊ย อย่าไปพูดถึงเด็กคนนั้นเลยค่ะ ไม่ค่อยรักดี วันๆ เอาแต่เก็บตัว” น้าพิมพ์โบกมือปัดอย่างรังเกียจ ทันใดนั้นเอง บริเวณโถงทางเข้าด้านหน้าก็เกิดความฮือฮาขึ้นอย่างกะทันหัน! เสียงเครื่องยนต์คลาสสิกที่นุ่มนวลดังแว่วมาจากจุดส่งผู้โดยสารวีไอพี ตามมาด้วยเสียงช่างภาพและผู้คนที่ยืนอยู่แถวนั้นส่งเสียงอุทานดังเซ็งแซ่ ประตูห้องบอลรูมเปิดกว้างออก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเด็กนักเรียนต่างหันไปมองเป็นตาเดียว ฉันก้าวลงมาจากรถเบนซ์คลาสสิกสีน้ำเงินเข้ม โดยมีพี่แดนในชุดสูททักซิโด้สีดำตัดเย็บสุดเนี้ยบยื่นมือมาประคอง ร่างของฉันก้าวเข้าสู่พรมแดงใต้แสงไฟสปอตไลต์ของโรงแรม วินาทีนั้น ทุกสิ่งรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงดนตรีในห้องจัดเลี้ยงดูเหมือนจะเบาลงไปชั่วขณะ สายตานับร้อยคู่ตรึงแน่นอยู่ที่ตัวฉัน ชุดบอลกาวน์ผ้าเดนิมยีนส์วินเทจไล่เฉดสีทอประกายสะท้อนกับแสงไฟแชนเดอเลียร์ รายละเอียดขอบโครเมียมและคริสตัลโบราณจากแผงหน้ารถของพ่อสะท้อนแสงวิบวับราวกับอัญมณีล้ำค่า โครงสร้างชุดที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับศิลปะอวองการ์ดร่วมสมัย ทำให้ฉันดูเหมือนเจ้าหญิงยุคใหม่ที่หลุดออกมาจากนิตยสารโว้ก ชายกระโปรงผ้าเดนิมที่พลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดินเต็มไปด้วยมนต์สะกด … Read more

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์)ผมบังเอิญเจอแฟนเก่าที่หายตัวไปเมื่อ 6 ปีก่อน นอนหลับอยู่ที่สนามบินพร้อมกับเด็กชายฝาแฝดสองคนที่มีหน้าตาถอดแบบมาจากผมเป๊ะ! แต่พอเธอเอ่ยชื่อแม่ของผมขึ้นมา… สัญชาตญาณก็บอกทันทีว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายที่ถูกปิดบังไว้!

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์) เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลงจอดที่สนามบินดอนเมืองอย่างนิ่มนวล รถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจเด็กระดับประเทศมารอรับน้องกัสถึงข้างรันเวย์ ตลอดการเดินทาง ผมไม่ยอมปล่อยมือรินลดาและน้องกายเลยแม้แต่วินาทีเดียว ส่วนน้องกัสได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ประจำตัวของผม ทันทีที่มาถึงโรงพยาบาล น้องกัสถูกนำตัวเข้าตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียดในห้องปลอดเชื้อ คืนนั้น ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดแก้ไขลิ้นหัวใจที่ผิดปกติอย่างเร่งด่วน การผ่าตัดกินเวลายาวนานกว่าห้าชั่วโมง เป็นห้าชั่วโมงที่ทรมานที่สุดในชีวิตของผม ผมได้แต่กุมมือรินลดาที่หน้าห้องผ่าตัด สวดมนต์ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอแลกทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีในชีวิต เพื่อให้ลูกชายของผมปลอดภัย ในที่สุด ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก แพทย์หัวหน้าทีมเดินยิ้มออกมาพร้อมกับถอดหน้ากากอนามัย “การผ่าตัดประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบครับคุณกวินทร์ สัญญาณชีพของน้องคงที่มาก ลิ้นหัวใจทำงานได้เป็นปกติ หลังจากนี้พักฟื้นอีกประมาณสองถึงสามสัปดาห์ น้องกัสก็จะสามารถวิ่งเล่นและใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กปกติทั่วไปแล้วครับ” เสียงถอนหายใจยาวของรินลดาตามมาด้วยเสียงสะอื้นแห่งความโล่งอก เธอทรุดตัวลงสู่อ้อมกอดของผม ผมกอดเธอและน้องกายไว้แน่น หัวใจที่เคยแหลกสลายของผมเริ่มได้รับการเยียวยา ลูกชายของผมรอดชีวิตแล้ว และครอบครัวของผมกำลังจะได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง สองสัปดาห์ต่อมา หลังจากที่น้องกัสอาการดีขึ้นจนย้ายมาพักฟื้นในห้องสูทพิเศษของโรงพยาบาล และสามารถหัวเราะพูดคุยกับน้องกายได้อย่างสดใส ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องสะสางบาดแผลในอดีตที่ค้างคามานานถึงหกปี ผมไม่ได้บอกแม่ล่วงหน้า แต่สั่งให้คนขับรถไปรับ ‘คุณหญิงกานดา’ มาที่โรงพยาบาล โดยอ้างเพียงว่าผมมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับพินัยกรรมของตระกูลที่ต้องให้ท่านมาเซ็นรับทราบด้วยตัวเอง เมื่อคุณหญิงกานดาก้าวเข้ามาในห้องสูทหรูหราของโรงพยาบาล ท่านยังคงรักษาท่าทีสง่างาม หยิ่งทะนง และสวมใส่เครื่องเพชรแวววาวสมฐานะคุณหญิงตระกูลใหญ่ แต่ทันทีที่สายตาของท่านเหลือบไปเห็นรินลดายืนอยู่ข้างเตียงคนไข้ พร้อมกับเด็กชายฝาแฝดสองคนที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผมในวัยเด็ก… สีหน้าของคุณหญิงกานดาเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งกลายเป็นความตกตะลึง แก้วตาสั่นระริก ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “รินลดา…! นี่มันหมายความว่ายังไง … Read more

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์)ลูกชายนอนตัวงอลมจับอยู่บนเบาะฝึกยิม หายใจหอบถี่จนตัวโยน ในขณะที่ครูฝึกมวยหนุ่มกำลังยืนหัวเราะเยาะเย้ยเขาต่อหน้าผู้ปกครองที่นั่งเต็มขอบสนาม ผมค่อยๆ ถอดรองเท้าเซฟตี้ทำงานคู่เก่า ปลดกระดุมพับแขนเสื้อเชิ้ตลายสก็อตอย่างใจเย็น แล้วเดินก้าวขึ้นสู่สังเวียนด้วยถุงเท้าเพียงคู่เดียว

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์) เมื่อร่างของครูบอลลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่าตนเองได้ทำลายโอกาสรอดเดียวไปแล้ว ในทางยุทธวิธีการต่อสู้ระยะประชิด การปล่อยให้เท้าลอยพ้นพื้นโดยไม่มีหลักยึด คือการส่งมอบชะตากรรมของตนเองให้อยู่ในกำมือของศัตรู ผมไม่ได้ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว แต่กลับก้าวสืบเท้าขวาเข้าหาจุดตกกระทบ ย่อเข่าลงต่ำเพื่อสร้างฐานที่มั่นคงดุจรากไม้ใหญ่ จังหวะที่หัวเข่าของเขาพุ่งเฉียดหน้าอกของผมไป ผมใช้ท่อนแขนซ้ายเกี่ยวตวัดล็อคเข้าใต้ข้อพับขาของเขาอย่างแม่นยำ พร้อมกับส่งฝ่ามือขวากระแทกเข้าที่แผ่นอกของเขาด้วยแรงผลักประสาน โครม! ร่างหนากว่าแปดสิบกิโลกรัมของอดีตแชมป์มวยไทยถูกเหวี่ยงฟาดลงกับพื้นเบาะยางสังเคราะห์อย่างรุนแรง เสียงร่างกระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหวจนเก้าอี้พับรอบสนามสะเทือน แรงกระแทกส่งผลให้ลมในปอดของครูบอลถูกรีดออกทางปากจนหมดสิ้น เขานอนหงายหลัง ตาค้าง อ้าปากพะงาบๆ พยายามสูดอากาศเข้าปอดด้วยความทรมาน สภาพไม่ต่างจากปลาที่ถูกเหวี่ยงขึ้นมานอนดิ้นพราดๆ อยู่บนฝั่ง ความเงียบงันเข้าปกคลุมยิมฝึกอีกครั้ง แต่คราวนี้มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยความยำเกรง ไม่มีผู้ปกครองคนไหนกล้าแม้แต่จะกระแอมไอ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผมด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว ชายวัยกลางคนในชุดช่างซ่อมท่อธรรมดาๆ คนนี้ กลับสามารถสยบนักสู้ระดับแชมป์ลงได้ภายในเวลาไม่ถึงสองนาที โดยที่เสื้อผ้าของเขาแทบไม่ยับยู่ยี่เลยแม้แต่น้อย ผมไม่ได้ซ้ำเติม ผมยืนตระหง่านอยู่เหนือร่างของเขา สายตาทอดมองลงไปด้วยความเย็นชา “สำหรับคนเป็นครู… ศิลปะการต่อสู้มีไว้เพื่อปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า และฝึกฝนจิตใจให้ถ่อมตน” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานและเฉียบขาด “แต่วันนี้ แกใช้มันทำร้ายเด็กอายุสิบสามปีเพื่อยกหางตัวเอง” ครูบอลนอนตัวสั่นเทา ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่สิ่งที่แหลกสลายยิ่งกว่ากระดูกคือศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งที่เขาสะสมมาทั้งชีวิต เขามองเห็นเงาของยมทูตในดวงตาของผมอย่างแท้จริง และรู้ดีว่าหากนี่คือสงครามจริง เขาคงไม่มีโอกาสได้หายใจอีกต่อไป ในตอนนั้นเอง จ่าสิบเอกประจักษ์ก้าวเดินลงมาจากอัฒจันทร์อย่างช้าๆ ชายชราเดินตรงเข้ามาที่ขอบเบาะฝึก ยืนตรงแล้วยกมือขึ้นทำความเคารพแบบทหารอย่างขึงขังต่อหน้าผม “ผู้พันแดน… … Read more

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์)

ตอนที่ 3 (Part 3 – จบบริบูรณ์) การเดินออกจากสำนักงานขายในวันนั้น คือการก้าวเดินที่เบาสบายที่สุดในชีวิตของฉัน ราวกับได้ปลดเปลื้องโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นทิ้งไว้เบื้องหลัง แต่สำหรับครอบครัวของภัทร… หายนะเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น หลังจากวันนั้นไม่ถึงสามชั่วโมง โทรศัพท์มือถือของฉันก็แทบระเบิด มีสายเรียกเข้าและข้อความจากภัทรส่งเข้ามาไม่ต่ำกว่าร้อยสาย เขาส่งข้อความมาขอโทษ อ้อนวอน อ้างว่าเขารักฉันมากแค่ไหน และยอมทำทุกอย่างเพื่อให้งานแต่งงานดำเนินต่อไปได้ แต่ฉันไม่แม้แต่จะกดเปิดอ่าน ฉันบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเขา ไลน์ เฟซบุ๊ก และทุกช่องทางการติดต่ออย่างเด็ดขาด ทางด้านคุณเกรียงไกรและคุณนายอรัญญา เมื่อรู้ว่าฉันเอาจริงและไม่ยอมกลับไปเป็นเหยื่อให้พวกเขาสูบเลือดสูบเนื้อ ความตื่นตระหนกก็ถาโถมเข้าใส่พวกเขาทันที เพราะก่อนหน้านี้ พวกเขามั่นใจมากว่าแผนการจะสำเร็จ จึงได้แจกการ์ดแต่งงานไปแล้วนับร้อยใบให้แก่ญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมงานในแวดวงสังคม การที่งานแต่งงานถูกยกเลิกกะทันหันย่อมหมายถึงความอับอายขายหน้าอย่างรุนแรง สองวันต่อมา คุณเกรียงไกรพาภัทรบุกมาถึงบ้านพักของฉันและพ่อแม่ในยามบ่าย คราวนี้ ท่าทางหยิ่งยโส โอหัง และบารมีจอมปลอมของผู้เป็นพ่อได้หายไปจนหมดสิ้น เขายืนอยู่หน้าประตูรั้วพร้อมกระเช้ารังนกและผลไม้ราคาแพงในมือ สีหน้าซีดเซียวและดูแก่ชงักลงไปหลายปี “หนูริน… พ่อมาขอโทษ” คุณเกรียงไกรเอ่ยขึ้นทันทีที่ฉันเปิดประตูรั้วออกไป โดยมีพ่อสุรชัยยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลัง “วันนั้นพ่อคิดน้อยไป พ่อแค่อยากให้ครอบครัวเรามั่นคง… เอาอย่างนี้ไหมลูก ถ้าหนูรินยอมกลับมาแต่งงานกับภัทร พ่อจะยอมให้ใส่ชื่อหนูรินกับภัทรในโฉนดบ้านเหมือนเดิมเลย พ่อจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกแม้แต่นิดเดียว!” ฉันมองดูชายวัยกลางคนที่เคยชี้นิ้วสั่งฉันเมื่อวันก่อน บัดนี้กลับต้องมายืนก้มหัวอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา “ยอมให้ใส่ชื่อหนูงั้นเหรอคะ?” ฉันถามกลับด้วยรอยยิ้มเย็น “แล้วเงินดาวน์ 1.2 ล้านที่คุณลุงบอกว่ามีล่ะคะ … Read more

Part 3 (End) แฟนทิ้งฉันไว้ในสระน้ำลึกเพื่อไปดูแลพี่สาว—พอกลับถึงบ้าน ฉันตัดสินใจเปลี่ยนมหาวิทยาลัยและชีวิตที่พวกเขาเคยขีดเส้นไว้ให้ทั้งหมด

Part 3 (End) บ่ายวันนั้น ฉันไม่รอช้าอีกต่อไป ฉันเดินกลับขึ้นห้อง ปิดประตูล็อกกลอนอย่างแน่นหนา แล้วเริ่มเก็บเสื้อผ้าและข้าวของที่จำเป็นทั้งหมดลงกระเป๋าเดินทางสองใบ เอกสารสำคัญ บัตรประชาชน สูติบัตร วุฒิการศึกษา และสมุดบัญชี ฉันเก็บไว้ติดตัวอย่างดี พ่อกับแม่พยายามทุบประตูห้องเสียงดังลั่น สลับกับเสียงก่นด่าและคำขู่ว่าจะตัดขาดฉันออกจากตระกูล แต่ยิ่งพวกเขาด่าทอมากเท่าไหร่ จิตใจของฉันก็ยิ่งมั่นคงและเข้มแข็งขึ้นเท่านั้น ฉันรู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เคยมีคำว่าครอบครัวสำหรับฉัน มันเป็นเพียงกรงขังที่คอยดูดกลืนความฝันของฉันไปปรนเปรอให้พี่สาวเท่านั้น เมื่อเก็บของเสร็จ ฉันโทรเรียกแท็กซี่ให้มารับที่หน้าบ้าน ฉันเปิดประตูห้องออกมา ลากกระเป๋าเดินทางเดินผ่านพ่อ แม่ และพี่เบลที่ยืนร้องไห้ตาบวมอยู่ตรงทางเดิน “ถ้าแกก้าวออกจากบ้านนี้ไปแม้แต่ก้าวเดียว แกอย่าหวังว่าจะได้กลับมาเหยียบที่นี่อีก!” พ่อตะโกนขู่เสียงสั่น ฉันหยุดเดิน หันกลับไปมองพวกเขาสามคนเป็นครั้งสุดท้าย “ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะต่อให้พ่อแม่คุกเข่าอ้อนวอนให้หนูกลับมา หนูก็จะไม่มีวันหันหลังกลับมามองที่นี่อีกเลย” ฉันก้าวขึ้นรถแท็กซี่ มุ่งหน้าตรงไปยังหอพักของสถาบันการบินพลเรือนทันที โดยไม่เสียน้ำตาให้พวกเขาแม้แต่หยดเดียว หลังจากวันนั้น ชีวิตของฉันก็พลิกผันไปสู่โลกใบใหม่ โลกที่ไม่มีใครตัดสินฉันจากรอยแผลเป็น แต่ทุกคนมองเห็นฉันจากศักยภาพและสมอง ฉันเข้าเรียนในสาขาวิศวกรรมการบิน ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการอ่านหนังสือ การทดลองในอุโมงค์ลม และการฝึกงานด้านเทคนิคการบิน ทุนการศึกษาครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทำให้ฉันไม่ต้องพึ่งพาเงินจากทางบ้านแม้แต่บาทเดียว ฉันเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ บล็อกโซเชียลมีเดียของทุกคน และเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างแท้จริง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งสี่ปีผ่านพ้น ในวันพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตร ฉันสวมชุดครุยวิศวกรรมการบิน พร้อมด้วยเหรียญทองเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ฉันได้รับการเซ็นสัญญาเข้าทำงานทันทีในตำแหน่งวิศวกรซ่อมบำรุงอากาศยานของสายการบินนานาชาติชั้นนำ … Read more

Part 3: ปลายทางแห่งการเริ่มต้นใหม่ (ตอนจบ)

Part 3: ปลายทางแห่งการเริ่มต้นใหม่ (ตอนจบ) หลังจากก้าวลงจากเครื่องบินที่เชียงใหม่ ฉันไม่ได้แวะพักหรือไปท่องเที่ยวตามแผนการใดๆ ทั้งสิ้น ฉันพาเตชินไปนั่งพักที่ร้านกาแฟอันเงียบสงบในสนามบิน ซื้อนมและขนมให้ลูกกิน ก่อนจะจองตั๋วเครื่องบินของอีกสายการบินหนึ่งเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเที่ยวบินที่เร็วที่สุด ตลอดการเดินทางกลับ ฉันไม่ได้หลั่งน้ำตาออกมาอีกเลย เมื่อความเจ็บปวดเดินทางมาถึงขีดสุด มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นและความเด็ดเดี่ยว ฉันรู้ดีว่าฉันล้มไม่ได้ เพราะเตชินมีเพียงฉันคนเดียวเป็นที่พึ่ง ทันทีที่กลับถึงคอนโดในกรุงเทพฯ ฉันโทรศัพท์ติดต่อพี่ชายของฉันซึ่งเป็นทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านคดีครอบครัว ฉันส่งหลักฐานทุกอย่างให้เขา ทั้งคลิปวิดีโอที่บันทึกเสียงการประกาศของกานต์อย่างชัดเจน สลิปบัตรเครดิตที่ฉันพบในอีเมลย้อนหลังซึ่งระบุค่าโรงแรมหรูในเชียงใหม่และภูเก็ต รวมถึงแชตไลน์ที่ฉันสามารถกู้คืนมาได้จากแท็บเล็ตเครื่องเก่าของเขาที่บ้าน ทุกอย่างสอดคล้องกันว่าเขานอกใจและมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับลูกเรือคนนั้นมานานถึงสองปี วันต่อมา ข่าวฉาวเรื่อง “กัปตันสายการบินดังสารภาพรักแอร์สาวกลางเวหา แต่เมียหลวงและลูกชายวัย 7 ขวบนั่งฟังอยู่ท้ายลำ” กลายเป็นไวรัลสะเทือนสังคม มีคลิปวิดีโอจากผู้โดยสารหลายคนถูกโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย สังคมรุมประณามการกระทำที่ไร้จริยธรรมและขาดความเป็นมืออาชีพของทั้งคู่ เพียงไม่ถึงสามวัน ทางสายการบินต้นสังกัดได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ปลดกานต์ออกจากตำแหน่งนักบินและยกเลิกสัญญาจ้างทันที เนื่องจากกระทำความผิดร้ายแรง ละเมิดกฎระเบียบความปลอดภัยในการใช้อุปกรณ์สื่อสารของเครื่องบินเพื่อเรื่องส่วนตัว และสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ภาพลักษณ์ขององค์กร ส่วนอริสาก็ถูกสั่งพักงานและสอบสวนทางวินัยจนต้องยื่นใบลาออกในที่สุดเพื่อหนีแรงกดดันจากสังคม กานต์พยายามมาหาฉันที่คอนโดหลายครั้ง เขายืนเคาะประตู ร้องไห้ขอร้องอยู่หน้าห้องจนนิติต้องขึ้นมาเชิญตัวออกไป เขาส่งข้อความมานับร้อยข้อความ อ้อนวอนขอโอกาส ขอร้องไม่ให้หย่า และบอกว่าเขาเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว ทั้งงาน เกียรติยศ และเงินทอง แต่ฉันไม่เปิดประตูให้เขาแม้แต่ครั้งเดียว สองสัปดาห์ต่อมา เราเผชิญหน้ากันอีกครั้งที่สำนักงานเขตบางรักเพื่อจดทะเบียนหย่า กานต์ดูแก่ลงไปนับสิบปี ผมเผ้ายุ่งเหยิง … Read more

ตอนที่ 3 (ตอนจบ)ฉันโดนไล่ออกเพราะหาว่าพูดภาษาอังกฤษไม่เป็น แต่พอฉันพูด 9 ภาษาในงานเลี้ยงส่ง ทั้งออฟฟิศที่เคยดูถูกถึงกับหน้าชาและอับอายต่อหน้าคนทั้งบริษัท

ตอนที่ 3 (ตอนจบ) ฉันไม่ปล่อยให้ความเงียบนั้นสูญเปล่า ฉันหันไปทางคณะตัวแทนจากโตเกียว แล้วเปลี่ยนโทนเสียงเป็นภาษาญี่ปุ่นระดับทางการชั้นสูง (เคโงะ) ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้เฉพาะในราชสำนักหรือการเจรจาระดับผู้นำองค์กร ฉันอธิบายโครงสร้างตลาดและความตั้งใจของทีมงานไทยอย่างลึกซึ้ง จนประธานชาวญี่ปุ่นถึงกับเบิกตากว้าง รีบลุกขึ้นโค้งคำนับให้ฉันด้วยความเคารพอย่างสูงสุด ยังไม่ทันที่คนในห้องจะได้ตั้งสติ ฉันกวาดสายตาไปยังกลุ่มนักลงทุนจากเซี่ยงไฮ้ แล้วเปล่งเสียงภาษาจีนกลางที่คมชัด หนักแน่น และถูกต้องตามหลักวรรณยุกต์อย่างไร้ที่ติ ฉันชี้แจงตัวเลขผลประโยชน์ร่วมกันที่ทางบริษัทเคยทำเอกสารผิดพลาดไว้ให้กระจ่างชัดในเวลาเพียงสองนาที ทำให้ตัวแทนชาวจีนพยักหน้าชื่นชมไม่หยุด จากนั้น เพื่อตอบรับกลุ่มทุนยุโรป ฉันสลับไปใช้ภาษาเยอรมันที่เด็ดขาด แม่นยำ ต่อด้วยภาษาสเปนที่พริ้วไหว ภาษาอิตาลีที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ และภาษารัสเซียที่ทรงพลัง ก่อนจะตบท้ายด้วยภาษาอาหรับสำเนียงมาตรฐานสำหรับคู่ค้าจากตะวันออกกลาง รวมทั้งหมดแปดภาษาต่างประเทศชั้นนำ ถูกร้อยเรียงออกมาอย่างไหลลื่น ต่อเนื่อง และสมบูรณ์แบบในเชิงวรรณศิลป์และการทูตธุรกิจ แขกต่างชาติทุกคนในห้องบอลรูมต่างลุกขึ้นยืนปรบมือด้วยความทึ่ง บางคนถึงกับส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ บนเวที คุณวิโรจน์ยืนอ้าปากค้าง หน้าถอดสีจนขาวซีดยิ่งกว่ากระดาษ ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ส่วนแพรวาที่ยืนอยู่ด้านล่าง บัดนี้หน้าชาดิก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว เล็บสีแดงที่เคยกรีดกรายจิกลงบนฝ่ามือตัวเองจนแน่น เจนนี่และเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่เคยหัวเราะเยาะฉัน ต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาด้วยความอับอายอย่างถึงที่สุด สุดท้าย ฉันหันกลับมามองคุณวิโรจน์และแพรวาตรงๆ แล้วยกไมโครโฟนขึ้นกล่าวภาษาที่เก้า — ภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชอันไร้ที่ติ นุ่มลึก และเปี่ยมด้วยอำนาจที่แท้จริง “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันเลือกที่จะนิ่งเงียบและทำงานอย่างถ่อมตน ไม่ใช่เพราะฉันไร้ความสามารถ แต่เพราะฉันเชื่อว่าคุณค่าของคนวัดกันที่ผลงานและความจริงใจ ไม่ใช่การโอ้อวดเปลือกนอกที่กลวงเปล่า” … Read more

ตอนที่ 3: เปิดโปงคนชั่ว ทวงคืนบัลลังก์ทายาท (จบบริบูรณ์)

ตอนที่ 3: เปิดโปงคนชั่ว ทวงคืนบัลลังก์ทายาท (จบบริบูรณ์) ดวงตาของคุณแพรวาค่อยๆ ลืมขึ้นมาอย่างยากลำบาก สายตาที่พร่ามัวค่อยๆ ปรับโฟกัสจนเห็นใบหน้าของฉันและทารกน้อยในอ้อมแขน ริมฝีปากที่แห้งผากของเธอขยับเบาๆ แทบไม่มีเสียง “พะ… พิมพ์… ลูก…“ “คุณผู้หญิง! ได้ยินอิฉันไหมคะ?” ฉันก้มลงกระซิบข้างหูของเธออย่างรวดเร็ว “ฟังอิฉันให้ดีนะคะคุณผู้หญิง คุณเมธัสกับลลิตาหักหลังคุณ พวกมันสลับตัวลูกของคุณไป และเมธัสเพิ่งสั่งให้หมอชัยรัตน์ฉีดยาฆ่าคุณคืนนี้เพื่อฮุบมรดก! แต่อิฉันแอบสลับลูกสาวตัวจริงของคุณกลับมาได้แล้ว ดูสิคะ… ปานรูปดอกมะลิที่หัวไหล่ซ้าย ลูกของคุณปลอดภัยดีค่ะ!“ ฉันเปิดผ้าอ้อมให้คุณแพรวาดูปานดำรูปดอกมะลิ ทันทีที่เห็น น้ำตาแห่งความรักและความเจ็บปวดก็ไหลทะลักออกมาอาบแก้มของเธอ แววตาที่เคยอ่อนแรงแปรเปลี่ยนเป็นประกายไฟแห่งความเคียดแค้นและความมุ่งมั่นของความเป็นแม่อย่างน่าอัศจรรย์ สัญชาตญาณความเป็นแม่ดึงสติสัมปชัญญะของเธอกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ “ไอ้… สัตว์นรก…” คุณแพรวาเค้นเสียงรอดไรฟัน มืออันสั่นเทาเอื้อมมาจับมือฉันไว้แน่น “พิมพ์… ช่วยฉัน… เราต้องซ้อนแผนพวกมัน…“ ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ด้วยความช่วยเหลือจากทนายวรเดชที่นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลตำรวจบุกเข้ามาทางประตูด้านหลัง พวกเราได้ทำการย้ายคุณแพรวาออกจากห้อง ICU ไปยังห้องนิรภัยชั้นบนอย่างลับๆ และส่งหมอของตำรวจเข้ามาสวมรอยดูแลแทน เพื่อดักจับหมอชัยรัตน์คาหนังคาเขาพร้อมเข็มฉีดยาพิษในเวลาเที่ยงคืน หมอชัยรัตน์ถูกจับกุมตัวได้ในทันที และยอมจำนนเปิดปากสารภาพความจริงทั้งหมดเพื่อแลกกับการลดหย่อนโทษ พร้อมทั้งส่งมอบคลิปเสียงการสั่งฆ่าของเมธัสให้ตำรวจทันที! แต่คุณแพรวาสั่งให้ทุกคนเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ… เพราะเธอยังมีเวทีใหญ่ที่ต้องขึ้นไปปิดฉากคนทรยศด้วยตัวเอง เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องโถงรับรองวีไอพีของโรงพยาบาลเดชาวัฒน์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึม เมธัสในชุดสูทสีดำสนิทแสร้งทำสีหน้าโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ยืนอยู่ต่อหน้าคณะกรรมการบริหารบริษัท … Read more

ตอนที่ 3 (ตอนจบ)

ตอนที่ 3 (ตอนจบ) เวลา 20:00 น. ตรง รถเอสยูวีสีดำของภัทรแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าอาคารสำนักงานย่านสาทรเหมือนเช่นเคย ฉันก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะข้างคนขับด้วยสีหน้าเรียบเฉย แสร้งทำเป็นพนักงานออฟฟิศที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวัน ภัทรหันมายิ้มให้อย่างอบอุ่น รอยยิ้มของน้องชายที่แสนดีซึ่งซ่อนใบหน้าของปีศาจไว้เบื้องหลัง “วันนี้งานหนักอีกแล้วเหรอครับพี่ริน? หน้าซีดเชียว” ภัทรพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำดื่มที่เปิดฝาไว้แล้วส่งมาให้ฉัน “ดื่มน้ำเย็นๆ ให้ชื่นใจก่อนครับ เดี๋ยวผมเปิดแอร์เย็นๆ ให้” “ขอบใจนะภัทร” ฉันรับขวดน้ำมา ยกขึ้นจรดริมฝีปาก แกล้งทำท่ากลืนอึกใหญ่ แต่แท้จริงแล้วฉันใช้เทคนิคแอบบ้วนน้ำกลับลงไปในแก้วเก็บความเย็นส่วนตัวที่มีหลอดดูดปิดทึบซึ่งฉันถือติดมือมาด้วย หลังจากผ่านไปสิบนาที ฉันเริ่มแกล้งทิ้งศีรษะพิงกระจก เปลือกตาค่อยๆ ปิดลง แกล้งหายใจติดขัดและปล่อยให้แขนทั้งสองข้างตกลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง ภัทรชะลอรถแล้วเอื้อมมือมาเขย่าแขนฉันเบาๆ “พี่ริน? พี่รินครับ?” เมื่อเห็นว่าฉันไม่ตอบสนอง เขาก็แสยะยิ้มกว้างออกมาทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาธาม “พี่ธาม ปลาฮุบเหยื่อแล้ว หลับสนิทเป็นตายเลย กำลังขับมุ่งหน้าไปที่คลินิก เดี๋ยวเจอกันอีกครึ่งชั่วโมง” รถแล่นฝ่าสายฝนออกนอกเมือง มุ่งตรงไปยังคลินิกเวชกรรมร้างที่ถูกดัดแปลงเป็นแล็บลับในซอยลึกแถบนนทบุรี ภัทรขับรถเลี้ยวเข้าไปในโรงจอดรถด้านหลังที่มีประตูปิดมิดชิด จากนั้นเขาก็ดึงร่างของฉันขึ้นไปบนรถเข็นพยาบาล ล้อเลื่อนหมุนไปตามทางเดินที่เงียบสงัดและมีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฟุ้งกระจาย ประตูห้องผ่าตัดเปิดออก แสงไฟนีออนสว่างจ้าส่องเข้าตาที่แอบหรี่มองอยู่ ธามยืนอยู่ในชุดกาวน์แพทย์ ข้างๆ เขาคือหญิงสาวหน้าตาซีดเซียวแต่แววตาเต็มไปด้วยความโลภ—แพทย์หญิง วาเนสซ่า “มาถึงสักที” วาเนสซ่าพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง เธอเดินมาลูบใบหน้าของฉันอย่างหลงใหล “เซลล์ของนังนี่บริสุทธิ์มาก … Read more