Part 3

แจกันเซรามิกกระทบเข้ากับเสาไฟใกล้ตัวอรนภาอย่างจัง เศษกระจกและเศษเซรามิกกระจายเกล็ด แม้จะไม่โดนตัวเธอตรงๆ แต่ความตกใจทำให้เธอชะงักและเสียสมาธิไปชั่วเสี้ยววินาที ดิฉันไม่รอช้า พุ่งเข้าชาร์จใส่ตัวอรนภาเต็มแรงจนเธอเซถอยหลังและรีโมทในมือหลุดร่วงลงสู่พื้น

“วรเมธ! รีบเก็บรีโมทเร็วเข้า!” ดิฉันตะโกนสุดเสียงขณะยื้อยุดฉุดกระชากกับอดีตภรรยาผู้คลุ้มคลั่งของเศรษฐีหนุ่ม

คุณวรเมธพุ่งเข้าคว้ารีโมทจากพื้นได้อย่างทันท่วงที เขารีบกดรหัสผ่านและยกเลิกการทำงานของระบบปรับอากาศทันที เสียงเครื่องจักรในท่อลมเงียบลง ละอองพิษสีขาวหยุดพ่นออกมา พร้อมๆ กับระบบล็อกประตูดิจิทัลที่คลายออก

คุณวรเมธไม่รอช้ารีบถีบประตูห้องนอนของลูกแฝดให้เปิดออก แล้ววิ่งเข้าไปข้างในทันที ดิฉันสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมของอรนภาที่ตอนนี้หมดแรงทรุดลงกับพื้นด้วยความโกรธแค้น ป้าเพ็ญรีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงและกันตัวเธอไว้

ดิฉันรีบตามคุณวรเมธเข้าไปในห้องนอนของเด็กแฝด ภาพที่เห็นทำให้หัวใจแทบสลาย น้องลีและน้องลุคนอนหมดสติอยู่บนเตียงนอนสีขาว ใบหน้าซีดเผือก ริมฝีปากเขียวคล้ำ และปลายนิ้วชาเกร็ง ลมหายใจรดรินแผ่วเบาราวกับเทียนใกล้หมดเล่ม

“หมอ! โทรเรียก 1669 และประสานโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!” คุณวรเมธตะโกนสั่งเสียงสั่นเครือ น้ำตาของผู้ชายที่ยิ่งใหญ่และร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งไหลอาบแก้มอย่างไร้ความอาย เขาอุ้มร่างเล็กๆ ของลูกแฝดทั้งสองคนแนบอกด้วยความตื่นตระหนก

ดิฉันไม่รอช้า หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทันที พร้อมทั้งให้คำแนะนำเบื้องต้นในการปฐมพยาบาล ย้ายเด็กๆ ออกมารับอากาศบริสุทธิ์ที่ริมหน้าต่างที่เปิดกว้าง โชคดีที่สารพิษในท่อลมนั้นเป็นสารกึ่งสังเคราะห์ที่ออกฤทธิ์กดประสาทชั่วคราว หากได้รับปริมาณมากกว่านี้เพียงไม่กี่นาที เด็กๆ คงไม่รอดแน่

เวลาผ่านไปราวสิบนาที ทีมแพทย์ฉุกเฉินมาถึงคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว พวกเขาทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ออกซิเจนและนำตัวน้องลีและน้องลุคขึ้นเปลหามส่งโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในทันทีโดยมีคุณวรเมธนั่งรถพยาบาลตามไปด้วยอย่างกระวนกระวายใจ

ส่วนที่คฤหาสน์ ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเดินทางมาถึงไม่นานหลังจากนั้น อรนภาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใส่กุญแจมือและควบคุมตัวออกไปดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กักขังหน่วงเหนี่ยว และครอบครองสารเคมีอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่เธอถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจ เธอยังคงส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยและจ้องมองมาที่คุณวรเมธด้วยสายตาที่อาฆาตมาดร้ายจนวินาทีสุดท้าย

ป้าเพ็ญนั่งร้องไห้อยู่ที่มุมห้องด้วยความรู้สึกผิดและโล่งใจในเวลาเดียวกัน ดิฉันเดินเข้าไปตบไหล่เธอเบาๆ เพื่อปลอบประโลม ป้าเพ็ญยอมรับสารภาพกับตำรวจทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องที่เธอถูกอรนมาชู่ขู่บังคับและให้สินบนเพื่อปิดปาก ไม่ให้บอกเรื่องที่มีการซ่อมแซมระบบแอร์ลับในช่วงที่อรนภายังอ้างตัวว่าอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ ก่อนที่เธอจะแกล้งทำฉากอุบัติเหตุรถตกเหวเพื่อหนีหายไปกบดานและกลับมาแก้แค้น

สองวันต่อมา ที่ห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ

อาการของน้องลีและน้องลุคปลอดภัยดีแล้ว ร่างกายฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากได้รับการขับสารพิษออกจากกระแสเลือด ทั้งสองคนกลับมามีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สดใสได้อีกครั้ง แม้จะยังดูอ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นก็กลับมาเป็นประกายความสุขเหมือนเดิม

คุณวรเมธนั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย คอยป้อนผลไม้และกอดลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนแน่นราวกับกลัวว่าพวกเขาจะหายไปอีก ใบหน้าของมหาเศรษฐีหนุ่มดูอิดโรย แต่แววตาเต็มไปด้วยความโล่งอกและสำนึกบุญคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้

เขาเดินมาหาดิฉันที่ยืนอยู่มุมห้อง พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกให้

“คุณพิมพ์ครับ…” คุณวรเมธเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและจริงใจ “เงินกว่า 100 ล้านบาทที่ผมเสียไปกับการรักษาหมอเก่งๆ ทั่วโลก… มันไม่มีค่าอะไรเลยถ้าไม่มีคุณมาช่วยชีวิตลูกของผมไว้ในวันนี้ นี่คือเช็คเงินสดสำหรับค่าจ้างและเงินรางวัลน้ำใจที่ผมอยากมอบให้คุณ… มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ลูกผมได้รับกลับคืนมา”

ดิฉันมองซองเอกสารนั้น แล้วเงยหน้าสบตากับเขา ก่อนจะอมยิ้มและดันซองนั้นกลับเบาๆ

“เก็บเงินนั่นไว้ใช้ดูแลน้องลีกับน้องลุคให้เติบโตมาเป็นเด็กดีเถอะค่ะคุณวรเมธ ส่วนฉัน… แค่เห็นพวกเขากลับมาวิ่งเล่นและยิ้มได้อีกครั้ง นั่นก็คือค่าจ้างที่มีค่าที่สุดในชีวิตการเป็นพี่เลี้ยงของฉันแล้วค่ะ”

คุณวรเมธมองดิฉันด้วยความซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง เขาก้มศีรษะขอบคุณด้วยความเคารพ

ในคฤหาสน์หลังใหญ่ริมถนนประดิษฐ์มนูญธรรม แม้ว่าเหตุการณ์ระทึกขวัญผ่านพ้นไปแล้วและความมืดมนจะถูกชำระล้างจนหมดสิ้น แต่บทเรียนราคาแพงครั้งนี้ได้สอนให้ทุกคนรู้ว่า… เงินทองมากมายแค่ไหนก็ซื้อชีวิตและความสุขที่แท้จริงไม่ได้ หากบ้านหลังนั้นไร้ซึ่งความรัก ความจริงใจ และความปลอดภัยที่แท้จริงสำหรับคนที่เรารักที่สุด

ดิฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองดูรอยยิ้มของเด็กแฝดที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานบนสนามหญ้าหน้าบ้าน และรู้ทันทีว่า… งานพี่เลี้ยงในครั้งนี้ของดิฉัน ได้เปลี่ยนชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งไปตลอดกาลแล้วจริงๆ

Leave a Comment