ภาคที่ 3: จุดจบของเกมตลกร้าย และการเริ่มต้นใหม่ของฉัน
ความเงียบสงัดภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวางถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจหอบถี่ของแดนดิน เข่าของเขาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพง เช่นเดียวกับกานดาที่ตอนนี้พังไม่เป็นท่า คราบน้ำตาผสมกับเครื่องสำอางราคาถูกบนใบหน้าของเธอไหลเยิ้มจนดูไม่ได้ ทรัพย์สินและอนาคตที่วาดฝันไว้ว่าจะเป็นคุณนายเจ้าของบริษัท พังทลายลงในพริบตาเดียวด้วยแผนการเพียงไม่กี่นาทีของฉัน
คุณชัยผู้เป็นพ่อ ยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว เขาหันไปมองหน้าลูกชายตัวเองด้วยสายตาที่ผิดหวังอย่างรุนแรง “แกมันโง่และมักมากในกามจนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี บริษัทที่ฉันสร้างมากับมือ แกกล้าดียังไงเอาเงินไปซื้อคอนโดให้ผู้หญิงสำส่อนคนนี้! พรุ่งนี้เช้า… แกเตรียมตัวไปยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรองผู้บริหาร แล้วไสหัวออกไปจากตระกูลเราซะ ฉันจะตัดชื่อแกออกจากกองมรดกทั้งหมด!”
คำประกาศิตของคุณชัยเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ลงบนหัวของแดนดิน เขารีบคลานเข้าไปกอดขาผู้เป็นพ่อ ร้องไห้ฟูมฟายราวกับเด็กๆ “พ่อครับ! อย่าทำแบบนี้กับผมเลยพ่อ ผมขอร้อง! ช่วยผมด้วย!”
แต่คุณชัยสะบัดขาออกอย่างไร้เยื่อใย คุณหญิงรัตนาก็ได้แต่นั่งทรุดพิงโซฟา ปิดหน้าสะอื้นไห้ด้วยความสำนึกผิดและความอับอาย เธอเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอกลั่นแกล้งและกดดันผู้หญิงที่แสนดีและเข้มแข็งอย่างน้ำหวานมามากแค่ไหน ปากที่เคยเอ่ยปากดูถูกเหยียดหยามสะใภ้ บัดนี้กลับหนักอึ้งจนเปล่งเสียงพูดไม่ออก
ฉันมองดูภาพความพินาศตรงหน้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไม่มีน้ำตาแห่งความเสียใจหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงความโล่งเบาและรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้นบนมุมปาก
“ยังไม่หมดแค่นั้นหรอกค่ะคุณพ่อ คุณแม่” ฉันเอ่ยขึ้น ทำลายเสียงคร่ำครวญของแดนดิน ทำให้ทุกคนต้องเงยหน้าขึ้นมองฉันอีกครั้ง
ฉันก้มลงหยิบผลตรวจทางการแพทย์อีกฉบับที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในแฟ้มเอกสารขึ้นมา ชูให้ทุกคนเห็นตัวหนังสือเด่นชัด
แดนดินเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อบนเอกสารนั้น “ระ… รอดูนี่มัน… เอกสารอะไรของเธอ น้ำหวาน?”
“นี่คือผลตรวจสุขภาพและยืนยันการตั้งครรภ์ของฉันเองค่ะ… แดนดิน” ฉันยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง “ตลอดสามปีที่เราพยายามมีลูก ฉันต้องเจ็บปวดกับการฉีดยา กินฮอร์โมน และไปโรงพยาบาลจนร่างกายทรุดโทรม เพราะฉันคิดว่าความผิดปกติมันอยู่ที่ตัวฉัน แต่ความจริงแล้ว… ผลตรวจอันนี้บอกชัดเจนว่า ร่างกายฉันแข็งแรงสมบูรณ์ดีร้อยเปอร์เซ็นต์ คนที่มีปัญหา ‘หมัน’ และเชื้ออสุจิอ่อนแอจนไม่มีวันมีลูกได้ตามธรรมชาติ… คือตัวคุณต่างหากล่ะแดนดิน!”
ราวกับมีสายฟ้าอีกลุกฟาดลงกลางกบาลของแดนดิน เขาอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพรงด้วยความช็อกสุดขีด “มะ… ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้! เธอโกหกใช่ไหมน้ำหวาน!”
“ฉันจะโกหกทำไมในเมื่อเอกสารนี้ออกจากโรงพยาบาลชั้นนำ และมีลายเซ็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเซ็นรับรองอย่างถูกต้อง” ฉันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ที่คุณหมอเคยบอกว่าฉันเครียดเกินไปจนไม่มีลูก ความจริงคือคุณต่างหากที่เป็นหมัน แต่ฉันเลือกที่จะปกป้องหน้าตาและศักดิ์ศรีของคุณมาตลอดสามปี ยอมให้พ่อแม่คุณรุมต่อว่า ยอมเป็นฝ่ายรองรับอารมณ์และความกดดันของทุกคน… แต่สิ่งที่คุณตอบแทนฉัน คือการไปแอบลักลอบได้เสียกับผู้หญิงอื่น แล้วปล่อยให้เธอท้องกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สายเลือดของคุณเอง!”
คราวนี้ กานดาที่นั่งร้องไห้สะอื้นอยู่ถึงกับหน้าถอดสี รีบเงยหน้าขึ้นมองแดนดินทันทีด้วยแววตาตื่นตระหนก “คุณแดนดิน… หมายความว่ายังไงคะ? ที่คุณบอกว่าเด็กในท้องฉันคือลูกของคุณ…”
แดนดินหันขวับไปมองหน้ากานดา เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ร่างกายสั่นเทาจนพูดไม่ออก เพราะเขารู้ดีแก่ใจว่าเขาแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับกานดาจริง แต่ด้วยปัญหาสุขภาพทาง The Medical Report ที่เขาปกปิดมานาน ทำให้เขาไม่เคยแน่ใจเลยว่าเด็กในท้องของกานดาเป็นลูกของใครกันแน่!
“นังนี่… นังผู้หญิงร่าน!” แดนดินสติหลุด พุ่งเข้าไปกระชากผมกานดาด้วยความโกรธแค้นจนเกิดการยื้อแย่งและกรีดร้องลั่นห้อง คุณชัยต้องตะโกนเรียกให้คนขับรถและบอดี้การ์ดด้านนอกเข้ามาช่วยกันแยกทั้งคู่ออกไปจากกัน สภาพของครอบครัวที่เคยดูน่าเคารพยกย่อง บัดนี้ไม่ต่างอะไรกับโรงละครสัตว์ที่เต็มไปด้วยความเน่าเฟะและน่าสมเพช
ฉันยืนมองความวุ่นวายทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่สงบนิ่งอย่างประหลาด
ฉันก้าวเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนที่ทุกคนจะมาถึง สวมรองเท้าส้นสูงคู่โปรด และเดินหันหลังให้ภาพความฉิบหายวายป่วงเบื้องหลัง
“เอกสารฟ้องหย่าและแบ่งสินสมรสจะถูกส่งถึงมือคุณในวันพรุ่งนี้ แดนดิน” ฉันหยุดยืนที่หน้าประตู หันกลับไปมองสามีที่กำลังนั่งหมดอาตายายตายอยากอยู่บนพื้นห้อง “ขอบคุณสำหรับบทเรียนราคาแพงตลอดหปีที่ผ่านมานะ… ลาก่อน”
ประตูปิดลงเบื้องหลังฉัน พร้อมกับเสียงกรีดร้องและเสียงโวยวายที่ค่อยๆ เงียบหายไปในความมืดของค่ำคืน
ฉันก้าวออกจากคอนโดมิเนียมหรูสู่อากาศบริสุทธิ์ยามดึก แสงไฟนีออนของเมืองหลวงส่องประกายระยิบระยับ ฉันก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ไม่มีข้อความจากใครมารบกวนอีกต่อไป และแตะมือเบาๆ ที่หน้าท้องแบนราบของตัวเอง… แม้ว่าเรื่องราวที่ผ่านมาจะเจ็บปวดและโหดร้ายแค่ไหน แต่จากวินาทีนี้เป็นต้นไป ฉัน—น้ำหวานคนใหม่ จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ยิ่งใหญ่และงดงามด้วยตัวของฉันเอง โดยไม่มีเงาของคนทรยศพวกนั้นมาฉุดรั้งไว้อีกต่อไป