ตอนที่ 3: บทเรียนราคาแพงและบทอวสานของผู้ทรยศ
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบริเวณล็อบบี้ของอาคารหรูในย่านสีลม สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังภาพอันน่าเวทนาของทายาทตระกูลวรโชติเมธากุลที่กำลังนั่งหายใจรวยรินอยู่บนรถเข็น ข้างๆ กันนั้นคือคุณหญิงดวงเดือนที่ใบหน้าซีดเผือดไร้สง่าราศี และศศิรินทร์ที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาด้วยความอับอาย
“พราว… พราวพิรุณ…” กวินพยายามเปล่งเสียงที่แหบแห้งและสั่นเครือ ลิ้นของเขาแข็งทื่อจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “ช่วย… ช่วยผมด้วย…”
พราวพิรุณหยุดฝีเท้า ดวงตาคู่สวยมองลงมายังชายที่เธอเคยทุ่มเทชีวิตดูแลมาตลอดสามปีด้วยความสงบนิ่ง เยือกเย็นจนน่าใจหาย ไม่มีทั้งความโกรธแค้น และไม่มีแม้แต่ประกายแห่งความรักหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
คุณหญิงดวงเดือนไม่รอช้า เธอละทิ้งทิฐิและศักดิ์ศรีของมหาเศรษฐีที่เคยเชิดชู รุดเข้าไปคุกเข่าลงแทบเท้าของพราวพิรุณต่อหน้าสายตาผู้คนนับร้อย
“พราว! แม่กราบล่ะลูก… แม่ยอมรับผิดทุกอย่างแล้ว!” คุณหญิงดวงเดือนร้องไห้คร่ำครวญ น้ำตาไหลอาบสองแก้ม “เงินสามสิบล้านนั่น ตระกูลเราไม่เอาคืนแล้ว! เราจะเพิ่มให้อีกร้อยล้านเลย ขอเพียงหนูกลับไปดูแลกวิน ช่วยชีวิตเขาอีกครั้งเถอะนะลูกนะ!”
พราวพิรุณมองภาพหญิงวัยกลางคนที่เคยชี้นิ้วไล่เธออย่างดูแคลน รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเธอเต็มไปด้วยความสมเพช
“คุณหญิงคะ เงินสามสิบล้านที่คุณเคยโยนให้ครอบครัวฉันน่ะ ฉันโอนบริจาคให้มูลนิธิเด็กโรคหัวใจไปตั้งแต่วันแรกที่หย่าแล้วค่ะ” พราวพิรุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง “และสำหรับฉัน… เงินของคุณมันไม่มีค่าอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว”
ศศิรินทร์ที่ทนเห็นสถานการณ์บีบคั้นไม่ไหว พยายามฝืนใจก้าวขึ้นมาแล้วพูดเสียงแผ่ว “พราวพิรุณ… ยังไงเธอก็เคยรักกวินไม่ใช่เหรอ? เธอจะใจดำปล่อยให้คนที่เธอเคยแต่งงานด้วยต้องตายไปต่อหน้าต่อตาได้ลงคอเชียวเหรอ? เธอเป็นหมอ เป็นนักวิจัย เธอไม่มีมนุษยธรรมบ้างเลยเหรอ!”
พราวพิรุณปรายสายตาไปมองศศิรินทร์ แววตาคมกริบนั้นทำให้ศศิรินทร์ถึงกับผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“มนุษยธรรมงั้นเหรอ?” พราวพิรุณถามกลับอย่างเยือกเย็น “ในวันที่พวกคุณรวมหัวกันฉีกหน้าฉัน ไล่ฉันออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา พวกคุณเคยคิดถึงคำว่ามนุษยธรรมบ้างไหม? ในวันที่คุณหยิบยาที่ฉันทุ่มเทค้นคว้าสกัดขึ้นมาเพื่อกวินไปทิ้งลงชักโครก คุณเคยคิดถึงชีวิตของเขาจริงๆ หรือแค่คิดจะกำจัดร่องรอยของฉันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งสะใภ้?”
ศศิรินทร์อึกอัก หน้าถอดสีและไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีก
พราวพิรุณก้าวเดินเข้าไปใกล้กวิน เธอโน้มตัวลงมองลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสามีที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด
“กวิน คุณจำคำพูดสุดท้ายของคุณในคืนนั้นได้ไหม?” เธอเอ่ยถามช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ “คุณบอกฉันว่า ‘ต่อให้ไม่มีเธอ ฉันก็หายเป็นปกติได้อยู่ดี… เธอไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยสักนิด’”
คำพูดเหล่านั้นเหมือนมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิมในใจของกวิน น้ำตาลูกผู้ชายไหลทะลักออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เขาพยายามยกมือขวาที่ยังพอมีแรงขึ้นมาเพื่อไขว่คว้าชายเสื้อสูทของเธอ แต่พราวพิรุณกลับถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว ปล่อยให้มือของเขาคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
“สามปีที่ผ่านมา ฉันไม่ได้ทำเพราะเงินสามสิบล้าน แต่ฉันทำเพราะสัญญาที่บรรพบุรุษของเราเคยให้ไว้ต่อกัน และฉันทำด้วยความหวังว่าหัวใจของคุณจะสัมผัสได้ถึงความจริงใจของฉัน” พราวพิรุณกล่าว “ฉันอดหลับอดนอน ป้อนข้าว ป้อนน้ำ พลิกตัวคุณทุกสองชั่วโมง เช็ดอุจจาระปัสสาวะให้คุณโดยไม่เคยรังเกียจ แต่คุณกลับมองว่ามันเป็นแค่ความบังเอิญและฝีมือของแพทย์ทั่วไป”
“ผม… ผมผิดไปแล้วพราว… ได้โปรด… ยกโทษให้ผมเถอะ…” กวินสะอื้นจนตัวโยน ร่างกายเริ่มสั่นกระตุกอีกครั้งจากความดันที่พุ่งสูง
“ฉันยกโทษให้คุณค่ะกวิน แต่ฉันจะไม่กลับไป” พราวพิรุณประกาศอย่างเด็ดขาด “สารสกัดสมุนไพรฟื้นฟูระบบประสาทตัวนั้น เป็นสิทธิบัตรงานวิจัยของฉันแต่เพียงผู้เดียว มันจำเป็นต้องใช้เวลากลั่นบริสุทธิ์นานนับเดือน และต้องให้โดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น… ซึ่งตอนนี้ โควตาและเวลาสำหรับคุณ มันได้หมดลงไปตั้งแต่วินาทีที่คุณเซ็นใบหย่าแล้ว”
สิ้นเสียงของเธอ บอดี้การ์ดสองคนก้าวเข้ามากั้นระหว่างพวกเขากับพราวพิรุณอย่างแน่นหนา
“รปภ. ช่วยพาแขกกลุ่มนี้ออกไปจากอาคารด้วยค่ะ ที่นี่เป็นสถานที่วิจัย ไม่ใช่ที่มาเรียกร้องความสงสาร” พราวพิรุณสั่งการอย่างเฉียบขาดก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ชะตากรรมของตระกูลวรโชติเมธากุลก็ดิ่งลงสู่จุดจบที่แท้จริง
อาการของกวินทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว วงจรประสาทสมองส่วนสั่งการถูกทำลายอย่างถาวรจนเขากลายเป็นอัมพาตครึ่งตัว ไม่สามารถกลับมาเดินหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกต่อไป ต้องนอนติดเตียงและใช้เครื่องช่วยหายใจไปตลอดชีวิต
เมื่อเห็นว่ากวินหมดสิ้นอนาคตและตระกูลกำลังล้มละลาย ศศิรินทร์ก็แอบหอบเงินสดและเครื่องเพชรที่กวินเคยปรนเปรอให้ หลบหนีออกนอกประเทศไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้คุณหญิงดวงเดือนต้องเผชิญกับหนี้สินมหาศาลจากการถูกฟ้องร้องล้มละลายเพียงลำพัง คฤหาสน์หรูถูกธนาคารยึดทรัพย์ขายทอดตลาด
ในวาระสุดท้าย กวินนอนมองเพดานห้องพักผู้ป่วยรวมในโรงพยาบาลรัฐอันแออัด น้ำตาไหลรินอาบสองแก้มที่ตอบซูบ ทุกครั้งที่เขาลืมตา เขาจะเห็นภาพความทรงจำตลอดสามปีที่พราวพิรุณเคยนั่งกุมมือ เช็ดตัว และพูดคุยข้างหูเขาด้วยความอ่อนโยน แต่บัดนี้ ข้างกายของเขากลับไม่มีใครเลยแม้แต่คนเดียว
เขาได้ตระหนักถึงความจริงอันโหดร้ายที่สุดในชีวิต… ว่าเขาไม่ได้เพียงแค่สูญเสียสุขภาพ ทรัพย์สิน หรือชื่อเสียงไปเท่านั้น
แต่เขาได้โยนหัวใจของผู้หญิงที่ดีที่สุด และปาฏิหาริย์เพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขาทิ้งไปด้วยมือของตัวเอง!