PART 3 (ตอนจบ): การพิพากษา จุดจบคนลวง และชีวิตใหม่
ทนายกิตติพงษ์เปิดแฟ้มหนังสีดำ หยิบเอกสารที่มีตราประทับของกรมที่ดินและคำสั่งศาลออกมาถือไว้ ก่อนจะก้าวขึ้นมาเผชิญหน้ากับคุณหญิงผกาพรที่ยืนขาสั่นจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
“ตามสัญญาเช่าที่ดินเลขที่ สส-089 ตระกูลวรโชติได้ทำสัญญาเช่าที่ดินแปลงนี้ขนาดห้าไร่จากตระกูลสิริโสภณเป็นเวลาสามสิบปี และสัญญาได้หมดอายุลงเมื่อสิ้นเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ในช่วงสองปีหลัง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมของตระกูลวรโชติขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ท่านผู้หญิงได้นำตัวอาคารคฤหาสน์หลังนี้มาค้ำประกันเงินกู้ยืมระยะสั้นกับบริษัทในเครือของเรา เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นสี่ร้อยห้าสิบล้านบาท”
ทนายกิตติพงษ์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาจ้องมองคุณหญิงผกาพรอย่างไม่ลดละ “ซึ่งเงินกู้ก้อนดังกล่าว ได้ผิดนัดชำระหนี้มาเป็นเวลาเก้าสิบวันเต็มแล้ว ตามกฎหมายและข้อตกลงในสัญญา ทางเรามีสิทธิ์บอกเลิกการต่อสัญญาเช่าที่ดินทันที และสามารถบังคับยึดทรัพย์สินบนที่ดินผืนนี้เพื่อชำระหนี้ได้โดยชอบด้วยกฎหมายโดยมิต้องรอคำสั่งศาลเพิ่มเติม”
เสียงกรีดร้องสั้นๆ หลุดออกมาจากลำคอของคุณหญิงผกาพร เธอยกมือขึ้นทาบอก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด “ไม่จริง… คฤหาสน์หลังนี้… หน้าตาทางสังคมของฉัน… วงศ์ตระกูลวรโชติจะพังทลายไม่ได้นะ!”
เธอทิ้งความเย่อหยิ่ง ทิ้งศักดิ์ศรีที่เคยอวดอ้าง แล้วรีบถลาเข้ามาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าฉัน มือทั้งสองข้างที่เคยปัดกระเช้าผลไม้ทิ้ง ยื่นมาหมายจะคว้าชายกระโปรงของฉัน แต่บอดี้การ์ดสองนายก้าวเข้าขวางไว้ทันที “คุณบัว… ไม่สิ ท่านประธานบงกช! ได้โปรดเถอะค่ะ เมตตาป้าด้วย! ป้าไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นท่าน! ป้าแค่แก่กะโหลกกะลา ตาบอดมองไม่เห็นเพชรแท้! ยกโทษให้ป้าด้วยนะคะ เห็นแก่ธาวิน เห็นแก่หลานในท้องเถอะค่ะ!”
ฉันมองดูหญิงวัยกลางคนที่เคยยืนชี้หน้าด่าฉันว่าเศษขยะ บัดนี้กลับคลานคุกเข่าอยู่บนเศษผลไม้ที่ตัวเองเป็นคนโยนทิ้ง ภาพนั้นช่างน่าเวทนายิ่งนัก “คุณหญิงผกาพรคะ ตอนที่ฉันเดินเข้ามาด้วยความเคารพ คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันลงกับพื้นดิน คุณบอกว่าฉันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้ามาในบ้านหลังนี้… แต่ตอนนี้ คุณกำลังคุกเข่าอยู่บนแผ่นดินของฉัน และบ้านหลังนี้ กำลังจะถูกฉันยึดคืนทั้งหมด”
ธาวินเห็นท่าไม่ดี เขาวิ่งเข้ามากระวนกระวาย น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างหมดรูป “บัว… พี่ผิดไปแล้ว! พี่รักเธอนะบัว พี่ยอมรับว่าพี่กลัวแม่ พี่ขี้ขลาด แต่ลูกในท้อง… ลูกเป็นลูกของพี่นะ! เรากลับมาสร้างครอบครัวด้วยกันนะบัว พี่จะดูแลเธอ จะเป็นสามีที่ดี จะไม่ให้ใครมารังแกเธอได้อีกแล้ว ได้โปรดเถอะบัว ยกโทษให้พี่นะ!”
เขายื่นมือมาพยายามจะจับแขนฉัน แต่ฉันก้าวถอยหลัง ปฏิเสธสัมผัสอันน่ารังเกียจนั้นอย่างเด็ดขาด “ธาวิน ตอนที่แม่ของคุณสั่งให้คุณเลือกระหว่างเงินทองกับฉัน… คุณเลือกที่จะถอยหลังหนี คุณเลือกที่จะหันหลังให้ฉันและลูกในท้องอย่างเลือดเย็น คุณไม่ได้รักฉัน และคุณไม่ได้รักลูก คุณรักแค่เงิน อำนาจ และความสุขสบายของตัวเองเท่านั้น”
ฉันสบตากับธาวินด้วยความเด็ดเดี่ยว ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียวในดวงตาของฉัน “ลูกคนนี้ เกิดมาจากความรักที่บริสุทธิ์ของฉัน แต่เขาจะมีแม่เพียงคนเดียวเท่านั้น เขาไม่จำเป็นต้องมีพ่อที่ขี้ขลาดและเห็นแก่ตัวแบบคุณ และอย่าได้คิดจะใช้คำว่าลูกมาเป็นข้ออ้างในการกอบกู้ซากปรักหักพังของตระกูลคุณอีกต่อไป!”
ฉันหันไปออกคำสั่งกับหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยและทนายความทันที “คุณกิตติพงษ์ สั่งปิดผนึกคฤหาสน์หลังนี้เดี๋ยวนี้ ให้เวลาคนของตระกูลวรโชติขนย้ายเฉพาะของใช้ส่วนตัวออกไปภายในเวลาสองชั่วโมง หากเกินกว่านั้น ให้ดำเนินคดีบุกรุกที่ดินส่วนบุคคลตามกฎหมายทันที และจัดการเรื่องการถอนใบอนุญาตธุรกิจในเครือของพวกเขาทั้งหมดตามกระบวนการหนี้สิน”
“รับทราบครับท่านประธาน!” กิตติพงษ์รับคำสั่งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและบอดี้การ์ดที่เดินตรงเข้าไปควบคุมพื้นที่ในทันที
เสียงร้องไห้ฟูมฟายของคุณหญิงผกาพรและเสียงอ้อนวอนอย่างสิ้นหวังของธาวินดังระงมไปทั่วบริเวณ แต่ไม่มีสิ่งใดสามารถเปลี่ยนใจฉันได้อีกต่อไป คนที่สร้างภาพลักษณ์ด้วยความเย่อหยิ่งและเหยียบย่ำผู้อื่น สมควรได้รับบทเรียนที่สาสมที่สุดเมื่อความจริงปรากฏ
ฉันหมุนตัวเดินกลับขึ้นรถโรลส์-รอยซ์ บอดี้การ์ดเปิดประตูและปิดลงอย่างนุ่มนวล ฉันนั่งลงบนเบาะหนังหนานุ่ม เอนหลังพิงอย่างผ่อนคลาย มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบหน้าท้องอย่างทะนุถนอม สัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่กำลังเติบโตอยู่ข้างใน
“ไม่ต้องกลัวนะลูก” ฉันกระซิบกับลูกในท้องด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความอบอุ่น “แม่มีพลังและมีปัญญามากพอที่จะปกป้องและมอบอนาคตที่ดีที่สุดให้กับหนู โดยที่เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเศษความรักจอมปลอมจากใครทั้งนั้น”
รถยนต์หรูเคลื่อนตัวออกจากหน้าคฤหาสน์ ทิ้งซากอารยธรรมและความพังพินาศของตระกูลที่หยิ่งผยองไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าสู่อนาคตใหม่ที่สง่างาม มั่นคง และเต็มเปี่ยมไปด้วยเกียรติยศที่แท้จริง.