ตอนที่ 3 (จบ) : แสงสว่างในดวงตาและรักแท้ชั่วนิรันดร์

ตอนที่ 3 (จบ) : แสงสว่างในดวงตาและรักแท้ชั่วนิรันดร์

คฤหาสน์สีขาวสไตล์โคโลเนียลริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพระนคร โอ่อ่า สง่างาม และอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกแก้วและดอกปีบที่ปลูกเรียงราย แต่สำหรับรินลดา ความหรูหราเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายมากไปกว่าความอบอุ่นในอ้อมกอดของทิชากรเลยแม้แต่น้อย

หลังจากคดีความคลี่คลาย แม่เลี้ยงและพี่ชายต่างมารดาของทิชากรถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาวางแผนฆาตกรรม ทรัพย์สินและมรดกทั้งหมดของตระกูลพิริยะกลับคืนสู่มือของผู้สืบทอดที่แท้จริง ทิชากรขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลและผู้บริหารกิจการอย่างสง่างาม ทว่าสิ่งแรกที่เขาทำหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ใช่การจัดงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ แต่เป็นการพารินลดาไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาชั้นนำของประเทศ

“คุณชายครับ” นายแพทย์ใหญ่ถอดแว่นตาออกหลังจากตรวจดวงตาของรินลดาอย่างละเอียดเป็นเวลานาน “ดวงตาของคุณรินลดาไม่ได้บกพร่องมาแต่กำเนิดอย่างที่เข้าใจ แต่เกิดจากอาการต้อกระจกอย่างรุนแรงและเยื่อแก้วตาอักเสบที่ไม่เคยได้รับการรักษาตั้งแต่ยังเด็ก หากทำการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีโอกาสสูงมากที่เธอจะกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง”

คำกล่าวนั้นทำให้หัวใจของรินลดาเต้นระทึก ความหวังที่เธอเคยฝังกลบไปตั้งแต่อายุห้าขวบกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทิชากรกอดเธอไว้แน่น น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มเอ่อล้นคลอเบ้าของชายหนุ่ม

“พี่สัญญาว่าจะพาเธอกลับมาเห็นท้องฟ้า เห็นดอกไม้ และเห็นใบหน้าของพี่ให้ได้” เขาจุมพิตลงบนหน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา

การผ่าตัดเกิดขึ้นในสัปดาห์ต่อมา เป็นการรอคอยที่ยาวนานและเต็มไปด้วยความหวัง ทิชากรไม่ยอมห่างจากข้างเตียงของเธอเลยแม้แต่นาทีเดียว เขานั่งกุมมือเธอ คอยพูดคุยและร้องเพลงพื้นบ้านบทเดิมที่เขาเคยร้องให้เธอฟังริมแม่น้ำอยุธยา เพื่อให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและไม่หวาดกลัว

จนกระทั่งถึงวันที่ผ้าพันแผลถูกเปิดออก

บรรยากาศในห้องพักฟื้นเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจอันแผ่วเบา นายแพทย์ค่อยๆ คลายผ้าก๊อซสีขาวรอบดวงตาของเธอทีละชั้น รินลดารู้สึกถึงความเย็นของอากาศที่สัมผัสเปลือกตา

“ค่อยๆ ลืมตานะครับ อย่าเพิ่งรีบ” คุณหมอกล่าวอย่างนุ่มนวล

รินลดาค่อยๆ ขยับเปลือกตาที่ปิดสนิทมาเกือบยี่สิบปี ภาพแรกที่ปรากฏคือแสงสว่างจ้าที่ทำให้เธอต้องหยีตาลง จากนั้น เส้นสาย เงา และสีสันที่เธอไม่เคยรู้จักก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ จากความพร่ามัว กลายเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้น… ชัดเจนขึ้น

ตรงหน้าของเธอ คือชายหนุ่มรูปงามที่มีใบหน้าคมคาย ดวงตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความรัก ความอ่อนโยน และรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่โลกใบนี้จะรังสรรค์ได้ บนใบหน้านั้นมีหยดน้ำตาใสๆ ไหลอาบแก้ม

“พี่ทิว…” เธอเปล่งเสียงเรียกชื่อที่เธอคุ้นเคยที่สุดออกมาโดยสัญชาตญาณ

“พี่อยู่นี่แล้ว รินลดา” ทิชากรยิ้มทั้งน้ำตา กุมมือเธอขึ้นมาแนบแก้มของเขา “นี่คือโลกของเธอ… โลกที่สดใสและงดงามเหมือนหัวใจของเธอ”

รินลดาเอื้อมมือที่สั่นเทาขึ้นสัมผัสใบหน้าของเขา จากที่เคยสัมผัสได้เพียงสันจมูกและโครงหน้าผ่านปลายนิ้ว บัดนี้เธอได้มองเห็นรอยยิ้มที่แท้จริงของชายผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เธอร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตัน โลกไม่ได้มืดมิดอีกต่อไปแล้ว และความอบอุ่นที่เธอเคยรู้สึก บัดนี้มีภาพที่งดงามที่สุดประทับอยู่ในความทรงจำ

หนึ่งปีต่อมา งานแต่งงานที่แท้จริงและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งพระนครถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ณ คฤหาสน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แขกเหรื่อชั้นผู้ใหญ่ พ่อค้า คหบดี และผู้คนมากมายต่างมาร่วมแสดงความยินดี รินลดาอยู่ในชุดไทยศิวาลัยสีทองอร่าม งดงามราวกับนางในวรรณคดี ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายสดใสไร้ร่องรอยของความโศกเศร้าในอดีต

ในงานวันนั้น พ่อและพี่สาวของเธอไม่ได้มาร่วมงาน หลังจากที่ถูกทิชากรตักเตือนและปล่อยตัวไป ครอบครัวของเธอก็ประสบปัญหาทางการเงินจากการพนันและการใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย จนต้องขายเรือนใหญ่และย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดอย่างเงียบเหงา ชดใช้กรรมที่เคยก่อไว้ด้วยตนเอง รินลดาไม่ได้รู้สึกโกรธแค้นหรือสะใจ เธอได้ส่งเงินจำนวนหนึ่งไปให้พ่อเพื่อใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลในยามชรา ทำหน้าที่ลูกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดขาดพันธนาการแห่งความเจ็บปวดไว้ในอดีตอย่างสิ้นเชิง

ในยามค่ำคืน หลังเสร็จสิ้นพิธีมงคลสมรส ทิชากรพารินลดาเดินออกมารับลมที่ระเบียงริมแม่น้ำ แสงจันทร์วันเพ็ญสาดส่องลงบนผิวน้ำระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร

“มีความสุขไหมครับ คุณผู้หญิงของผม” ทิชากรสวมกอดเธอจากด้านหลัง วางคางลงบนไหล่บอบบางของภรรยา

“มีความสุขที่สุดในชีวิตเลยค่ะ” รินลดาหันกลับมายิ้มให้เขา แววตาของเธอสะท้อนภาพเงาของชายคนรัก “ตอนที่ฉันยังตาบอด ฉันคิดเสมอว่าพระเจ้าลงโทษฉัน แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า ความมืดมิดในวันนั้น มีไว้เพื่อให้ฉันได้สัมผัสหัวใจที่แท้จริงของพี่ ก่อนที่ฉันจะได้มองเห็นหน้าตาและฐานะของพี่เสียอีก”

“และไม่ว่าเธอจะมองเห็นหรือไม่ รินลดา… ดวงตาคู่นี้และหัวใจดวงนี้ของพี่ ก็จะมีไว้เพื่อมองดูและรักเธอเพียงคนเดียวตลอดไป”

ทิชากรประคองใบหน้าของเธอขึ้นก่อนจะประทับรอยจูบอันแสนหวานและมั่นคง ท่ามกลางสายลมเย็นแห่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแสงดาวพร่างพราวบนฟากฟ้า เรื่องราวของหญิงสาวตาบอดกับชายผู้ปลอมเป็นคนพเนจร ได้ปิดฉากความทุกข์ทรมานลงอย่างสมบูรณ์ เหลือไว้เพียงตำนานแห่งรักแท้ที่จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์.

Leave a Comment