ตอนที่ 3 (จบบริบูรณ์): การชดใช้ของปีศาจร้ายและอ้อมกอดสุดท้าย (Part 3 – END)
“พวกมึงทำอะไรกับลูกกู…”
น้ำเสียงของแม่ไม่ได้ตะโกนอีกต่อไป แต่มันต่ำ พร่าสั่น และเยือกเย็นจนทำให้บรรยากาศรอบข้างราวกับลดลงสู่จุดเยือกแข็ง แม่ลุกขึ้นยืนช้า ๆ ดวงตาสีแดงก่ำจับจ้องไปที่สองแม่ลูกที่กำลังนั่งตัวสั่นงันงกอยู่หน้าประตู
“คุณ… คุณแอนคะ! ป้าไม่ได้ตั้งใจ! ป้าสาบานได้! น้อง… น้องอาจจะโรคหัวใจกำเริบเอง ป้าไม่รู้เรื่องจริง ๆ นะคะ!” ป้ามลคลานเข่าเข้ามากราบแทบเท้าแม่ ร้องไห้คร่ำครวญขอความเมตตา “ยกโทษให้ป้าด้วยนะคะคุณแอน อย่าเอาเรื่องป้าเลยนะ ป้ามีลูกต้องดูแล…”
“ลูกเหรอ?” แม่แค่นหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแตกสลายและคลุ้มคลั่ง “มึงรักลูกของมึง แล้วลูกของกูล่ะ?! เด็กหกขวบที่กูไว้ใจให้มึงดูแล! เด็กที่มึงเอาเศษผักบูดให้กิน แล้วประเคนของดี ๆ ให้ลูกตัวเองกินจนอ้วนพี!”
แม่ไม่เสียเวลาฟังคำแก้ตัวอันน่ารังเกียจอีกต่อไป แม่หยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมา กดโทรออกไปยังสามเบอร์ติดต่อหลักทันที
สายแรก… หน่วยกู้ชีพฉุกเฉินและโรงพยาบาลตำรวจ
สายที่สอง… ทนายความประจำตระกูลที่มีอิทธิพลที่สุดในประเทศ
และสายที่สาม… พลตำรวจโทผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและที่ปรึกษาทางกฎหมายของบริษัทแม่
“พี่เอกคะ… มาที่บ้านแอนเดี๋ยวนี้ค่ะ พาทีมพิสูจน์หลักฐานและร้อยเวรมาด้วย มีคนฆาตกรรมลูกสาวแอนในบ้าน” แม่พูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและเย็นยะเยือก ก่อนจะตัดสายทิ้งไป
ป้ามลได้ยินคำว่า ‘ฆาตกรรม’ ก็หน้ามืดแทบจะสิ้นสติ เธอหันไปดึงแขนพลอย “พลอย! วิ่งลูก! หนีเร็ว!”
สองแม่ลูกพยายามจะลุกขึ้นวิ่งหนีลงไปชั้นล่างเพื่อออกจากบ้าน แต่ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องนอน แม่ก็พุ่งเข้าไปกระชากผมของป้ามลอย่างแรงจนเธอล้มหงายหลังลงมากระแทกพื้น แม่เหยียบลงบนมือของป้ามลด้วยส้นสูงแหลมคมจนป้ามลกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
“มึงจะไม่มีวันได้ก้าวขาออกจากบ้านหลังนี้จนกว่าตำรวจจะมา!” แม่คำรามลั่น “ถ้ามึงขยับแม้แต่นิดเดียว กูจะเอาชีวิตมึงแลกกับชีวิตลูกกูตรงนี้!”
พลอยยืนร้องไห้ขี้มูกโป่ง ปัสสาวะราดรดกางเกงด้วยความกลัวสุดขีด ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวไปช่วยแม่ของตัวเอง
เพียงไม่ถึงยี่สิบนาที เสียงไซเรนรถตำรวจและรถพยาบาลดังกระหึ่มกึกก้องเข้ามาในหมู่บ้านหรู เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบนายพร้อมหน่วยพิสูจน์หลักฐานบุกเข้ามาในบ้านและควบคุมตัวป้ามลกับพลอยไว้ทันที
ทีมแพทย์และนิติเวชเข้าตรวจสอบร่างของหนู ผลการชันสูตรเบื้องต้นระบุชัดเจน: ภาวะทุพโภชนาการขั้นรุนแรง ร่างกายขาดน้ำและสารอาหารเป็นเวลานานจนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดตกฮวบ นำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และพบบาดแผลฟกช้ำตามเนื้อตัวทั้งเก่าและใหม่จำนวนมาก ซึ่งเกิดจากการถูกทารุณกรรมทางกายภาพ
นอกจากนี้ ตำรวจยังเข้าตรวจค้นห้องพักของป้ามลและพลอย พบของกลางเป็นกระปุกออมสินของหนูที่ถูกทุบขโมยเงิน ขนมนำเข้า นมผงพรีเมียมราคาแพง และเสื้อผ้าแบรนด์เนมของหนูถูกซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางของสองแม่ลูกเตรียมขนกลับต่างจังหวัด และหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดคือ โทรศัพท์มือถือของป้ามล…
ตำรวจกู้คืนวิดีโอที่ป้ามลเคยอัดไว้เพื่อข่มขู่หนู มีคลิปที่ป้ามลตบหน้าหนูตอนที่หนูร้องไห้จะกินเนื้อ มีคลิปที่ป้ามลกระชากจานอาหารไปให้ลูกสาวตัวเอง และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยตอนที่หลอกเอาเงินสามพันบาทจากแม่เมื่อวานนี้
หลักฐานทุกอย่างมัดแน่นจนไม่มีทางดิ้นหลุด!
ป้ามลถูกตั้งข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งทารุณกรรมเด็กจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย, กักขังหน่วงเหนี่ยว, เจตนาฆ่าโดยการงดเว้นการกระทำ (ปล่อยให้เด็กอดอาหารจนตาย) และลักทรัพย์ในเคหสถาน โทษสูงสุดคือประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ทนายความของแม่ประกาศกร้าวว่าจะไม่มีการยอมความ ไม่มีการประกันตัว และจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดเพื่อให้ผู้หญิงคนนี้ชดใช้กรรมในคุกจนถึงลมหายใจสุดท้าย ส่วนพลอยถูกส่งตัวเข้าสถานพินิจเยาวชนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และอนาคตของเด็กทั้งสองต้องดับวูบลงด้วยความโลภของครอบครัวตัวเอง
ตอนที่ตำรวจกำลังจะนำร่างไร้วิญญาณของหนูใส่ถุงซิปสีขาวเพื่อขึ้นรถพยาบาล…
แม่ทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่ข้างรถพยาบาล น้ำตาของแม่หยดลงบนผ้าคลุมร่าง
“ใบหม่อน… แม่ขอโทษ…” แม่สะอื้นจนตัวโยน ร้องไห้แทบจะขาดใจ “แม่ผิดเองลูก… แม่มัวแต่บ้างาน มัวแต่วิ่งหาเงินเพื่อหวังจะให้หนูมีอนาคตที่ดี… แต่แม่กลับละเลยสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไป… แม่ไม่ฟังเสียงของหนู… แม่ขอโทษนะลูก…”
วิญญาณของหนูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาแม่
หนูคุกเข่าลงข้างแม่ เอื้อมแขนโปร่งแสงทั้งสองข้างโอบกอดรอบคอของแม่อย่างแผ่วเบา แม้แม่จะไม่สามารถมองเห็นตัวหนูได้ แต่ในวินาทีนั้น จู่ ๆ ลมหนาวที่พัดผ่านก็อบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด กลิ่นหอมแป้งเด็กอ่อน ๆ ลอยวนอยู่รอบตัวแม่
แม่ชะงักไป แม่ยกมือขึ้นแตะที่แก้มของตัวเอง น้ำตาของแม่ยังคงไหลริน แต่แม่สัมผัสได้ถึงไออุ่นจาง ๆ นั้น
“ใบหม่อน… หนูอยู่ตรงนี้ใช่ไหมลูก?” แม่พึมพำทั้งน้ำตา
หนูยิ้มให้แม่ ยิ้มอย่างมีความสุขที่สุด ยิ้มแบบที่หนูไม่ต้องถูกใครบังคับหรือข่มขู่อีกต่อไป
“หนูไม่เจ็บแล้วค่ะแม่… หนูอิ่มแล้ว และหนูก็ไม่หนาวอีกต่อไปแล้วนะคะ… แม่ไม่ต้องร้องไห้นะคะ ใบหม่อนรักแม่เสมอค่ะ…”
แสงสว่างสีขาวนวลค่อย ๆ ส่องประกายโอบล้อมร่างวิญญาณของหนูเอาไว้ ความทรมานในโลกใบนี้จบลงแล้ว ร่างของหนูค่อย ๆ สลายกลายเป็นละอองแสงระยิบระยับ ลอยละล่องขึ้นสู่ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ ทิ้งไว้เพียงบทเรียนราคาแพงและความยุติธรรมที่กำลังจะตามมาเพื่อทวงคืนให้กับเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ตลอดกาล.