ตอนที่ 3 (จบ) : ชดใช้อย่างสาสม และรอยยิ้มใหม่ของแม่ลูก (Part 3 – จบ)

ตอนที่ 3 (จบ) : ชดใช้อย่างสาสม และรอยยิ้มใหม่ของแม่ลูก (Part 3 – จบ)

เพียงระยะเวลาไม่ถึงสามเดือน อาณาจักรหมื่นล้านที่กานต์สร้างภาพไว้พังทลายลงมาราวกับปราสาททราย หุ้นของบริษัท กิตติธนวัฒน์ ร่วงดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดจนถูกระงับการซื้อขาย ข่าวการคอร์รัปชัน การฟอกเงิน และพฤติกรรมฉาวโฉ่ในงานกาล่าถูกตีแผ่ไปทั่วทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย สังคมประณามตราหน้าเขาเป็นผู้ชายทรยศที่หลงระเริงในกิเลสจนทำลายครอบครัว

และคนที่เขาคิดว่ารักเขาด้วยใจจริงอย่าง พริกแกง หรือพีชยา… ทันทีที่รู้ว่าบัญชีธนาคารของกานต์ถูกอายัด และบริษัทกำลังจะล้มละลาย เธอก็รีบหอบเอาทรัพย์สิน แบรนด์เนม และเครื่องเพชรที่กานต์เคยซื้อปรนเปรอให้ หลบหนีหมายเรียกของตำรวจไปกบดาน ทว่าสุดท้ายก็ไม่รอด เธอถูกจับกุมได้ที่ด่านชายแดนในข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์และฟอกเงิน ต้องเข้าไปนอนรอคำพิพากษาในเรือนจำอย่างไร้หนทางสู้

ในบ่ายวันหนึ่ง ท่ามกลางแดดจ้าของเมืองกรุง กานต์ในสภาพผอมโซ หนวดเคราขึ้นรกรุงรัง สวมเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ เดินโซซัดโซเซมาคุกเข่าอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดสีทองอร่ามของคฤหาสน์ตระกูลพงศ์ภากรณ์ สาขากรุงเทพฯ

ไม่มีอีกแล้วมาดมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์ ไม่มีอีกแล้วสายตาที่เคยมองคนอื่นอย่างเหยียดหยาม สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือชายสิ้นเนื้อประดาตัวที่กำลังจะถูกศาลสั่งล้มละลายและมีคดีอาญาติดตัว

“เอมี่! ผมขอร้องล่ะ เอมี่ ออกมาคุยกับผมเถอะ!” กานต์ตะโกนร้องไห้คร่ำครวญ น้ำมูกน้ำตาไหลอาบแก้ม สองมือเกาะกุมซี่กรงเหล็กแน่น “ผมผิดไปแล้ว ผมขอโทษ! ยกโทษให้ผมเถอะนะ นึกถึงลูกของเรา… นึกถึงเวลาแปดปีที่เราเคยอยู่ด้วยกัน!”

ประตูคฤหาสน์ค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ ร่างของฉันก้าวเดินออกมาอย่างสง่างาม ในชุดคลุมท้องผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ อายุครรภ์แปดเดือนกว่าทำให้หน้าท้องกลมโตเด่นชัด ผิวพรรณของฉันผ่องใส แววตามั่นคงและเปี่ยมด้วยอำนาจ โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนยืนขนาบข้าง

กานต์เงยหน้าขึ้นมองฉัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความละอายใจและหวาดกลัว เขาพยายามคลานเข่าเข้ามาหาฉันเพื่อจะกราบเท้า

“เอมี่… คุณช่วยคุยกับคุณพ่อให้ถอนฟ้องผมทีเถอะนะ ขอแค่โครงการนั้นได้ไปต่อ ผมสัญญา ผมจะตัดขาดจากทุกคน ผมจะกลับมาเป็นสามีที่ดี จะเป็นพ่อที่ดีของลูกเรา…”

ฉันหยุดยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงสามก้าว ก้มลงมองอดีตสามีด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ประกายของความแค้นเคือง เพราะคนตรงหน้านี้… ไม่มีค่าพอให้ฉันต้องเปลืองอารมณ์ความรู้สึกอีกต่อไป

“กานต์คะ” ฉันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ทรงพลัง “แปดปีที่ผ่านมา ฉันยอมทนทุกอย่าง ไม่ใช่เพราะฉันโง่ แต่เพราะฉันเชื่อมั่นในความรัก ฉันคิดว่าความดีและความซื่อสัตย์จะเปลี่ยนใจคนได้ แต่คุณกลับมองว่าความอดทนของฉันคือความอ่อนแอ คุณมองครอบครัวฉันเป็นแค่คนบ้านนอกที่คุณจะเหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้”

“ผมขอโทษ… ผมมันโง่เอง ผมตามืดบอด!” กานต์ทุบอกตัวเอง พลางร้องไห้อ้อนวอน “ให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะนะเอมี่ เพื่อลูกสาวของเรา…”

“อย่าบังอาจเอาลูกมาอ้าง” ฉันพูดขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงเย็นยะเยียบจนกานต์ชะงัก “ในคืนงานกาล่า คืนที่คุณจูบชู้รักของคุณต่อหน้าคนนับร้อย คืนที่คุณบอกให้ฉันอย่าทำตัวมีปัญหา… คุณลืมไปแล้วเหรอว่าลูกสาวของเราก็อยู่ในงานนั้น? ลูกรับรู้ทุกอย่างตั้งแต่อยู่ในท้องฉันแล้วกานต์”

ฉันส่งสัญญาณให้ทนายความประจำตระกูลที่เดินตามหลังมายื่นเอกสารชุดสุดท้ายให้กานต์

“นี่คือเอกสารสละสิทธิ์ความเป็นพ่อโดยสมบูรณ์ และคำสั่งศาลห้ามคุณเข้าใกล้ฉันและลูกในระยะหนึ่งกิโลเมตรตลอดชีวิต” ฉันเอ่ยอย่างเด็ดขาด “เซ็นซะ แล้วหนี้สินบางส่วนที่คุณกู้ยืมจากบริษัทลูกของพ่อฉัน พ่ออาจจะพิจารณาประนอมหนี้ให้คุณไม่ต้องติดคุกนานเกินไป แต่ถ้าไม่เซ็น… คุณก็เตรียมตัวเข้าไปใช้ชีวิตที่เหลือในเรือนจำได้เลย”

มือของกานต์สั่นเทาขณะจับปากกา เขารู้ดีว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว ชายหนุ่มก้มหน้าลงจรดปลายปากกาเซ็นสละสิทธิ์ทุกอย่าง ทั้งทรัพย์สิน ทั้งครอบครัว และลูกสาวที่เขาจะไม่มีวันได้เห็นหน้า น้ำตาของเขาหยดลงบนแผ่นกระดาษด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด

เมื่อเขาเซ็นเสร็จ ฉันรับเอกสารคืนมาโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองเขาอีก

“ลาก่อนค่ะ คุณกานต์ บทเรียนนี้… คุณเป็นคนเลือกที่จะเขียนมันขึ้นมาเอง”

ฉันหมุนตัวเดินกลับเข้าสู่คฤหาสน์ เสียงประตูปิดลงอย่างแน่นหนา ตัดขาดเสียงร้องไห้โหยหวนของอดีตสามีให้อยู่ภายนอกตลอดกาล

หนึ่งเดือนต่อมา ณ โรงพยาบาลชั้นนำในจังหวัดเชียงใหม่…

เสียงเด็กร้องไห้จ้าดังกังวานไปทั่วห้องคลอด ทารกเพศหญิงตัวขาวอมชมพู สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ถูกส่งมาสู่อ้อมอกของฉัน น้ำตาแห่งความสุขที่แท้จริงรินไหลอาบแก้ม คุณพ่อธเนศและคุณแม่วิภาภรณ์ยืนมองหลานสาวคนแรกด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข

ฉันก้มลงมองใบหน้าไร้เดียงสาของลูกสาว พลางกระซิบข้างหูของเธอเบาๆ ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความอบอุ่น

“ยินดีต้อนรับสู่โลกใบใหม่นะลูกสาวของแม่… ต่อจากนี้ไป หนูจะมีแม่ ตา และยาย ที่รักหนูสุดหัวใจ และหนูจะเติบโตขึ้นมาในฐานะทายาทที่สง่างามและภาคภูมิใจที่สุดของตระกูลพงศ์ภากรณ์”

เงื้อมมือของอดีตและความเจ็บปวดได้ผ่านพ้นไปแล้ว นับจากนี้… จะมีเพียงรอยยิ้ม ความสุข และชีวิตใหม่ที่งดงามของฉันกับลูกตลอดไป.

Leave a Comment