Part 3 (End): ตราบาปใต้เงากฎหมาย และชีวิตใหม่ที่แท้จริง

Part 3 (End): ตราบาปใต้เงากฎหมาย และชีวิตใหม่ที่แท้จริง

เสียงโลหะของกุญแจมือดัง ‘คลิก’ บาดลึกเข้าไปในจิตใจของทุกคนในห้องบอลรูม

เจ้าหน้าที่สองนายเข้าควบคุมตัวอัครินทร์ที่ส่งเสียงสบถด่าทอไม่หยุดหย่อน ขณะที่อีกสองนายก้มลงพยุงตัวนายประเสริฐ วัฒนากุล ขึ้นจากพื้นเพื่อใส่กุญแจมือเช่นเดียวกัน

กล้องสมาร์ตโฟนจากแขกในงานและสื่อมวลชนสายอาชญากรรมที่มาร์คประสานงานไว้ภายนอก สาดแสงแฟลชวูบวาบสว่างไสวไปทั่วห้อง ภาพอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังที่เพิ่งกล่าวสุนทรพจน์เรื่อง ‘คุณธรรมและความซื่อสัตย์’ ถูกสวมกุญแจมือในชุดราชปะแตนผ้าไหมสีงาช้าง กลายเป็นภาพข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งในชั่วพริบตา

“อันดา! แกมันลูกอกตัญญู!” ลัดดากรีดร้องทั้งน้ำตา พลางพุ่งเข้ามาหวังจะทุบตีฉัน “แกทำลายพ่อแก! แกทำลายครอบครัวเรา! ชาตินี้แกจะไม่มีวันเจริญ!”

มาร์คก้าวเข้ามายืนขวางไว้ทันที “ระวังคำพูดด้วยครับคุณนาย หากขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เราจะดำเนินคดีกับคุณอีกคนหนึ่ง และขอแจ้งให้ทราบด้วยว่า บัญชีธนาคารและทรัพย์สินทั้งหมดในบ้านของพวกคุณ จะถูกอายัดเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินในคืนนี้ทั้งหมด!”

คำว่า ‘อายัดทรัพย์สินทั้งหมด’ ทำให้ลัดดาและเบลล่าถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกับพื้นอีกครั้ง บ้านหรู รถยนต์ราคาแพง และชีวิตที่หรูหราสุขสบายที่พวกเธอเคยใช้กดทับฉันมาตลอดแปดปี กำลังจะมลายหายไปในพริบตา เพราะเงินส่วนใหญ่ที่ลัดดาใช้จ่ายล้วนมาจากเงิน ‘เงินกินเปล่า’ ที่พ่อแอบรับมาจากเครือข่ายของอัครินทร์มานานนับปี

ฉันเดินเข้าไปใกล้โต๊ะกระจกหน้าเวที หยิบถุงมือผ้าสีขาวขึ้นมาสวม ก่อนจะบรรจงหยิบ ‘ห่วงหยกโบราณสลักลายมังกร’ ขึ้นมาอย่างทะนุถนอม

เนื้อหยกเย็นเฉียบ ลวดลายสลักมังกรที่ขดตัวอย่างสง่างามสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ มันรอดพ้นผ่านกาลเวลามาหลายร้อยปี ผ่านสงครามและการล่มสลายของอาณาจักร แต่กลับต้องมาแปดเปื้อนเพราะความโลภของคนในยุคปัจจุบัน

“โบราณวัตถุชิ้นนี้เป็นของแผ่นดิน” ฉันเอ่ยขึ้นเบาๆ กับตัวเอง ก่อนจะวางมันลงในกล่องนิรภัยบุกำมะหยี่ที่มาร์คเตรียมไว้ “ไม่มีใครมีสิทธิ์เอาสมบัติชาติมาซื้อขายเพื่อแลกกับเกียรติยศจอมปลอมของตัวเอง”

พ่อที่ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวเดินผ่านฉันไป ชะงักเท้าลง ใบหน้าของเขาดูแก่ชราลงไปนับสิบปีในเวลาไม่กี่นาที ดวงตาที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยทิฐิ บัดนี้ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยรอยคราบน้ำตา

“อันดา…” เขาเรียกชื่อฉันด้วยเสียงแหบแห้ง “แปดปีที่ผ่านมา… พ่อผิดไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม?”

ฉันมองชายชราตรงหน้า ชายผู้เป็นพ่อที่ฉันเคยเคารพรักและโหยหาคำชมเชยมาตลอดชีวิตวัยเด็ก แต่ในวันนี้ สิ่งที่ฉันรู้สึกมีเพียงความเวทนา

“แปดปีก่อน พ่อบอกว่าถ้าหนูไม่เดินตามเส้นทางที่พ่อขีดไว้ หนูจะไม่มีวันเจริญ…” ฉันสบตาเขาตรงๆ น้ำเสียงนิ่งสงบแต่ทรงพลัง “วันนี้หนูไม่ได้มาเพื่อแก้แค้นหรือเอาชนะพ่อค่ะ แต่หนูมาเพื่อทำหน้าที่ปกป้องความถูกต้อง เส้นทางที่พ่อเลือกเดินด้วยความโลภ มันพาพ่อมาสู่กรงขัง ส่วนเส้นทางที่หนูเลือก… มันทำให้หนูสามารถยืนหยัดได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยไม่ต้องก้มหัวให้ใคร”

พ่อก้มหน้าลงอย่างละอายใจ เขาไม่กล้าสบตาฉันอีกต่อไป เจ้าหน้าที่ค่อยๆ คุมตัวเขาและอัครินทร์เดินออกจากห้องแกรนด์บอลรูมไป ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงจากแขกเหรื่อที่เคยเป็นเพื่อนร่วมงานของเขา

งานเลี้ยงเกษียณที่หรูหราที่สุด กลายเป็นจุดจบที่น่าอัปยศที่สุดในชีวิตของนายประเสริฐ

แขกในงานเริ่มทยอยแยกย้ายกันกลับด้วยความเงียบงัน ไม่มีใครสนใจเบลล่าและลัดดาที่นั่งร่ำไห้อยู่บนพื้นอีกต่อไป คนที่เคยห้อมล้อมประจบสอพลอต่างพากันเดินเลี่ยงหนี ราวกับกลัวว่าความอัปยศนี้จะติดตัวไปด้วย

ฉันถอดถุงมือผ้าสีขาวออก เดินเคียงข้างมาร์คออกจากโรงแรมหรู ลมหนาวอ่อนๆ ของค่ำคืนพัดผ่านใบหน้า เสียงไซเรนของรถตำรวจและรถควบคุมผู้ต้องหาดังแว่วไกลออกไปบนถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าสู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ

“หัวหน้าครับ คืนนี้เหนื่อยหน่อยนะครับ ต้องทำสำนวนยึดทรัพย์และสอบปากคำผู้ต้องหาตลอดทั้งคืนแน่ๆ” มาร์คเอ่ยพลางยื่นขวดน้ำดื่มให้ฉัน

ฉันรับขวดน้ำมาแล้วยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

“ไม่เป็นไรหรอกมาร์ค… คดีนี้พวกเราตามกันมานาน คืนนี้สมบัติของชาติจะได้กลับคืนสู่ที่ที่มันควรอยู่เสียที”

ฉันหยิบซองสีขาวบางๆ ที่เคยตั้งใจจะมอบให้พ่อออกจากกระเป๋า ข้างในไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว มีเพียงกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ฉันเขียนข้อความไว้ตั้งแต่เช้า:

‘ขอให้อิสรภาพและเกียรติยศที่แท้จริง อยู่กับผู้ที่รักษาความซื่อสัตย์เสมอ — อันดา’

ฉันปล่อยมือให้กระดาษแผ่นนั้นร่วงหล่นลงในถังขยะหน้าโรงแรม ก่อนจะก้าวขึ้นรถตู้ปฏิบัติการของหน่วยสืบสวนคดีพิเศษ แสงไฟนีออนของเมืองหลวงส่องสว่างสะท้อนกระจกรถ

แปดปีแห่งความมืดมนและความเจ็บปวดในอดีตได้สิ้นสุดลงแล้ว คืนนี้ไม่ใช่แค่การปิดคดีลักลอบค้าโบราณวัตถุระดับชาติ… แต่เป็นการปลดปล่อยพันธนาการจากตระกูลที่เคยเหยียบย่ำฉัน และก้าวสู่อนาคตที่ฉันเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเองอย่างแท้จริง.

Leave a Comment