(ตอนที่ 3 – ตอนจบ) : ผลกรรมของคนทรยศ และชีวิตใหม่ที่ไร้มลทิน

(ตอนที่ 3 – ตอนจบ) : ผลกรรมของคนทรยศ และชีวิตใหม่ที่ไร้มลทิน

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา คลื่นพายุความวุ่นวายไม่ได้สงบลงง่ายๆ แต่กลับโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ โดยพุ่งเป้าไปที่ภัทรและพิ้งค์อย่างไม่ปรานี

หลังจากคลิปและรูปภาพที่หัวหินแพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์ ข่าวฉาวเรื่องการคบชู้ของรองผู้จัดการบริษัทไอทียักษ์ใหญ่กับว่าที่เจ้าสาวของตระกูลไฮโซก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคม ทางบริษัทของภัทรทนต่อแรงกดดันจากกระแสสังคมและการถูกบอยคอตไม่ไหว บอร์ดบริหารจึงมีมติสั่งปลดภัทรออกจากตำแหน่งทันทีเพื่อรักษาภาพลักษณ์องค์กร ซ้ำร้าย บริษัทคู่ค้าหลายแห่งยังปฏิเสธที่จะร่วมงานกับเขา อนาคตทางการงานที่เขาสร้างมานับสิบปีพังทลายลงในพริบตา

ในขณะเดียวกัน พิ้งค์ต้องเผชิญกับนรกบนดินที่ยิ่งกว่า ทางครอบครัวของคุณกรณ์ไม่เพียงแต่ยกเลิกงานแต่งงานอย่างเป็นทางการ แต่ยังส่งทีมทนายความฟ้องร้องเรียกเงินค่าสินสอด ค่าเตรียมงานแต่ง และค่าเสียหายต่อชื่อเสียงเป็นเงินจำนวนมหาศาล อีกทั้งเพื่อนฝูงในแวดวงสังคมไฮโซต่างพากันตัดความสัมพันธ์และรุมประณามการกระทำอันไร้ยางอายของเธอ พิ้งค์กลายเป็นคนไม่มีที่ยืน ต้องเก็บตัวเงียบอยู่ในคอนโดด้วยความหวาดระแวง ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าออกจากห้อง

ในที่สุด วันนัดเจรจาไกล่เกลี่ยที่ศาลเยาวชนและครอบครัวก็มาถึง

ฉันเดินทางมาพร้อมกับ ‘ทนายวิภา’ ทนายความมือหนึ่งด้านคดีครอบครัว ฉันสวมชุดสูทสีขาวเรียบหรู แต่งหน้าอ่อนๆ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ต่างจากภัทรที่นั่งรออยู่อีกฝั่ง สภาพของเขาดูทรุดโทรมจนแทบจำไม่ได้ ขอบตาดำคล้ำ หนวดเคราขึ้นรกรุงรัง ร่างกายซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ข้างๆ เขามีคุณหญิงนวลจันทร์ที่นั่งคอตก สีหน้าหมดราคาสิ้นลายความเย่อหยิ่ง ส่วนพิ้งค์นั่งอยู่มุมห้อง หลบสายตาทุกคนที่เดินผ่าน ร่างกายสั่นเทาเหมือนคนขวัญผวา

เมื่อการเจรจาเริ่มต้นขึ้น ภัทรพยายามจะเดินเข้ามาจับมือฉัน น้ำตาของเขาไหลอาบแก้ม “เมย์… ผมขอโทษ ผมรู้แล้วว่าผมผิดไปจริงๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมโง่เองที่หลงผิดไปกับความตื่นเต้นชั่ววูบ เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม ผมสัญญาว่าจะปรับปรุงตัว จะไม่ทำให้เธอเสียใจอีกแล้ว…“

ฉันดึงมือกลับอย่างช้าๆ ใช้ทิชชูเช็ดมือตรงจุดที่เขาสัมผัสอย่างรังเกียจ แววตาของฉันมองเขาว่างเปล่าราวกับมองคนแปลกหน้า

“คำขอโทษของคุณมันสายเกินไปแล้วค่ะภัทร ความไว้ใจมันไม่ใช่แก้วน้ำที่แตกแล้วจะเอาเศษมาต่อใหม่ได้ คุณกับพิ้งค์เหยียบย่ำความรักของฉันลงกับพื้น ตอนที่คุณสองคนมีความสุขด้วยกันที่หัวหิน คุณเคยคิดถึงหัวใจของฉันบ้างไหม?“

ทนายวิภาเปิดแฟ้มเอกสารหลักฐานทั้งหมดวางลงบนโต๊ะเสียงดังหนักแน่น ทั้งบันทึกการแชต ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม บันทึกสเตทเมนต์บัญชีที่ภัทรแอบโอนเงินเก็บร่วมกันไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมให้พิ้งค์ และหลักฐานการเปิดห้องพักย้อนหลังเกือบหนึ่งปี ทุกอย่างแน่นหนาจนฝั่งของภัทรและพิ้งค์ไม่มีทางสู้คดีได้เลย

“ทางเรามีข้อเสนอเดียวเท่านั้น” ทนายวิภากล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “คุณภัทรต้องยินยอมเซ็นใบหย่าในวันนี้ และยินยอมยกสิทธิ์ในบ้านพร้อมที่ดิน รวมถึงทรัพย์สินทั้งหมดที่สร้างร่วมกันให้คุณเมย์แต่เพียงผู้เดียว ส่วนคุณพิ้งค์ ทางเราเรียกค่าเสียหายจากการเป็นชู้ทำลายครอบครัวเป็นเงินสดจำนวน 5 ล้านบาท หากไม่ยอมตกลงตามนี้ เราจะเดินหน้าดำเนินคดีอาญาเรื่องการยักยอกทรัพย์ และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายสูงสุดในชั้นศาล ซึ่งพวกคุณจะต้องจ่ายหนักกว่านี้อีกเท่าตัว”

แม่ของภัทรอ้าปากจะคัดค้าน แต่ทนายของฝั่งพวกเขาสะกิดห้ามไว้เบาๆ เพราะรู้ดีว่าหากสู้คดีต่อไปก็มีแต่จะพังพินาศหนักกว่าเดิม

พิ้งค์ปล่อยโฮออกมากลางห้องไกล่เกลี่ย “เมย์… เราเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็กนะ แกจะทำลายชีวิตฉันจนไม่เหลืออะไรเลยเหรอ ฉันจะเอาเงินห้าล้านมาจากไหน กรณ์เขาก็ทิ้งฉันไปแล้ว งานฉันก็โดนพัก…”

ฉันหันไปสบตากับผู้หญิงที่เคยเรียกว่าเพื่อนรักเป็นครั้งสุดท้าย “ตอนที่เธอคิดจะแย่งสามีฉัน เธอก็ไม่ได้นึกถึงคำว่าเพื่อนเหมือนกันนี่พิ้งค์ ทุกการกระทำมีราคาที่ต้องจ่าย และนี่คือราคาของความทรยศที่เธอต้องชดใช้ด้วยตัวเอง”

สุดท้าย ทั้งภัทรและพิ้งค์ก็จำใจต้องเซ็นชื่อลงในเอกสารยินยอมตามข้อตกลงทุกประการด้วยมือที่สั่นเทา

เมื่อก้าวพ้นออกมาจากประตูศาล ลมหายใจของฉันรู้สึกเบาและโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท้องฟ้าในวันนี้สดใสและกว้างใหญ่กว่าเดิม ภัทรเดินตามหลังฉันมา หวังจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อรั้งฉันไว้ แต่ฉันไม่แม้แต่จะหยุดฟังหรือหันหลังกลับไปมอง

ไม่กี่เดือนต่อมา ฉันจัดการขายบ้านหลังเดิมที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันขมขื่น แล้วนำเงินก้อนโตที่ได้ รวมกับเงินค่าชดเชยที่ได้รับ มาเปิดสตูดิโอคาเฟ่และร้านเบเกอรีเล็กๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นความฝันในวัยเด็กที่ฉันเคยละทิ้งไปเพื่อทำหน้าที่เป็นแม่บ้านดูแลภัทร ร้านของฉันได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี กิจการเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ ฉันได้พบเจอผู้คนใหม่ๆ และมีเวลาดูแลตัวเองจนกลับมาสดใส มีความสุข และเปล่งประกายอีกครั้ง

ส่วนภัทร… ฉันได้ยินข่าวแว่วมาจากคนรู้จักว่า เขาต้องย้ายกลับไปอยู่บ้านเดิมกับแม่ที่ต่างจังหวัด ทำงานรับจ้างรายวันทั่วไปเพราะไม่มีบริษัทไหนกล้ารับเข้าทำงาน และยังต้องคอยตามชดใช้หนี้สินก้อนโต ส่วนพิ้งค์ ครอบครัวของเธอต้องขายที่ดินมรดกเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ค่าเสียหายให้คุณกรณ์และฉัน เธอต้องหนีหน้าผู้คนไปใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวในสังคมที่ไม่มีใครต้อนรับ ความสัมพันธ์ของภัทรและพิ้งค์ไม่ได้ลงเอยด้วยความรักเหมือนในภาพที่หัวหิน แต่กลับจบลงด้วยความเกลียดชังและการโทษกันไปมาจนตัดขาดจากกันไปตลอดกาล

ในค่ำคืนหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังยืนมองเงาสะท้อนของพระจันทร์บนผิวน้ำเจ้าพระยาจากระเบียงร้าน ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูภาพความทรงจำที่เฟซบุ๊กแจ้งเตือนขึ้นมา ฉันกด ‘ลบ’ ภาพเหล่านั้นทิ้งไปอย่างถาวรโดยไม่มีความรู้สึกลังเลหรือเสียดายอีกต่อไป

ฉันยิ้มให้กับตัวเองอย่างภาคภูมิใจ… บาดแผลจากความทรยศอาจจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้เตือนใจ แต่บทเรียนครั้งนี้สอนให้ฉันรู้ว่า การปล่อยคนเลวๆ ออกไปจากชีวิต คือของขวัญที่ดีที่สุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะสามารถมอบให้แก่ตัวเองได้.

Leave a Comment